คุก 6 เดือนพระศรีลังกาสุดโต่งคุกคามภรรยานักข่าว 

พระสงฆ์ผู้นำขบวนการพุทธหัวรุนแรงศรีลังกาติดคุก 6 เดือน ฐานคุกคามภรรยานักข่าวในศาล 

 

                            ศาลศรีลังกาในเมืองโฮมากามา ใกล้กรุงโคลอมโบ มีคำพิพากษาให้พระกัลโกทาส คณานาสาระ(  Galagodaatte Gnanasara ) มีความผิดสองกระทงฐานข่มขู่และก่อกวนรังควาญ นางซานเดีย เอกนาลิโกทะ ภรรยาของนายประกิต ผู้สื่อข่าวและนักวาดการ์ตูนที่ถูกลักพาตัวไป  

 

                            พร้อมกันนี้ ศาลสั่งลงโทษจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ปรับเงิน 1,500 รูปี ( ราว 320 บาท ) และสั่งจ่ายค่าชดเชย 5 หมื่นรูปี (ราว 9,900 บาท ) แก่โจทก์ 

                            หลังทราบคำตัดสิน พระกัลโกทาส ร้องขอแถลงเพราะไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน แต่ศาลไม่อนุญาต และก่อนขึ้นรถเรือนจำออกไป ได้พูดกับนักข่าวว่า ทำหน้าที่ต่อประเทศ ทำไมต้องเสียใจ 

                            ความผิดฐานข่มขู่ของพระรูปนี้ เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2559 ขณะที่ศาลแห่งเดียวกันนี้ กำลังไต่สวนคดีลักพาตัวผู้สื่อข่าวที่สูญหายไปเมื่อเดือนมกราคม 2553 พระกัลโกทาสเดินทางไปที่ศาลในวันนั้น เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กองทัพที่ตกเป็นจำเลย 


                            เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้รับอนุญาตประกันตัว จึงตะโกนใส่ผู้พิพากษาและทนายด้วยความไม่พอใจ ทั้งยังพูดข่มขู่ภรรยาของนายประกิต และกล่าวหาสองสามีภรรยาว่าสนับสนุนกลุ่มสุดโต่งชนกลุ่มน้อยชาวทมิฬและทำลายชื่อเสียงกองทัพ  จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้พระดังถูกแจ้งอีกหมิ่นศาลอีกหนึ่งข้อหา 
 
                            นางซานเดีย พยายามต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อ เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับสามี รวมถึงผู้สื่อข่าวอีกจำนวนหนึ่งที่สูญหายไปในช่วงสงครามกวาดล้างกลุ่มกบฎพยัคฆ์ทมิฬ  และทำให้เธอได้รับรางวัลสตรีกล้าหาญของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ โดยรับจากเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว

                            พระกัลโกทาส คณานาสาระ เป็นผู้นำกลุ่ม บีบีเอส หรือพลังพุทธ กลุ่มพุทธที่ถูกกล่าวหาอยู่เบื้องหลังการปลุกปลั่นสร้างความเกลียดชังชนกลุ่มน้อยมุสลิมและคริสเตียน รวมถึงโจมตีมุสลิมหลายครั้ง แต่กลุ่มบีบีเอสปฏิเสธ  

                            พระชื่อดังรูปนี้หลบหนีการจับกุมของตำรวจเป็นเวลานับเดือนเมื่อปีที่แล้ว หลังถูกกล่าวหาพัวพันการทำร้ายมุสลิม ก่อนยอมตัวและได้รับอนุญาตประกันตัว แต่เป็นครั้งแรกที่ต้องคดีถึงขั้นติดคุก