เธอคือ"วัน อาซีซะห์" ผู้ไม่ต้องต่อสร้อยคำว่าเมียของอันวาร์

โดย.. บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์


                                                        เธอก็เหมือนกับผู้หญิงในแวดวงการเมืองหลายคน เป็นช้างเท้าหลัง แต่จู่ๆโชคชะตาพลิกผันทำให้ต้องก้าวขึ้นมาเป็นช้างเท้าหน้า กระนั้น พวกเธอก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมแค่ไหน แต่กว่าจะถึงจุดนั้นได้ แต่ละคนต้องก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ และด่าน 18 อรหันต์ทองคำ โดยเฉพาะการถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงแค่ “เงา” ของผู้ชายคนนั้น ซึ่งอาจจะเป็นพ่อหรือสามี

 

เธอคือ"วัน อาซีซะห์" ผู้ไม่ต้องต่อสร้อยคำว่าเมียของอันวาร์

( สาบานตนรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ) 


                                                       หนึ่งในผู้ที่ถูกตราหน้าเช่นนี้ในขณะนี้ ก็คือ พญ.วัน อาซีซะห์ รองนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของแดนเสือเหลืองมาเลเซีย คู่กับ ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีผู้เฒ่าวัย 93 ปี ทั้งๆ ที่ตลอดช่วง 20 ปี นับตั้งแต่วางมือจากงานประจำและงานแม่บ้านเข้ามาเล่นการเมืองที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะกระโจนสู่สนามนี้ เธอได้ใช้ความรู้ความสามารถส่วนตัวและความอดทนที่จะรับมือกับความเจ็บปวดที่โหมเข้ามาไม่ขาดสาย จนได้รับยกย่องว่าเป็นผู้นำการเมืองที่มีคุณภาพและมีผลงานมากกว่าหัวหน้าพรรคการเมืองส่วนใหญ่

 

เธอคือ"วัน อาซีซะห์" ผู้ไม่ต้องต่อสร้อยคำว่าเมียของอันวาร์

 


                                                       กระนั้น พญ.วัน อาซีซะห์ วัย 65 ปี ก็ยังไม่อาจลบภาพว่าความสำเร็จเหล่านี้เป็นเพราะเธอเป็น “ภรรยาของอันวาร์ อิบรอฮิม ผู้นำฝ่ายค้าน” อันเป็นสร้อยคำที่ห้อยท้ายชื่อของเธอเสมอ ราวกับว่าถ้าไม่มีสร้อยคำนี้ ก็จะไม่มีใครรู้จักว่า พญ.วัน อาซีซะห์ คือใคร และเธอไม่มีทางประสบความสำเร็จในแวดวงการเมืองได้


                                                       ในทางกลับกัน เพราะสร้อยคำที่ห้อยท้ายชื่อนี้ ทำให้เธอถูกจ้องจับผิดและถูกโจมตีอยู่เนืองนิตย์ว่าหมกมุ่นและหากินแต่กับอนาคตของอันวาร์ แม้กระทั่งการเป็นคนมีอารมณ์ขันของเธอ ไม่วายถูกจับผิดว่าเธอเป็นคนเหลาะแหละ ไม่เด็ดขาด ทั้งหมดนี้เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงที่มีความคิดอ่านและการกระทำของเธอเอง ไม่ยอมอยู่ใต้การกำกับของนักการเมืองชายที่ครอบงำการเมืองมาตลอดทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

 

เธอคือ"วัน อาซีซะห์" ผู้ไม่ต้องต่อสร้อยคำว่าเมียของอันวาร์


                                                       เห็นได้ชัดตอนที่เธอได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองนายกฯ แล้วไม่วายถูกดูหมิ่นดูแคลนว่าเพื่อ “ช่วยอุ่นที่นั่ง” รอการกลับมาของอันวาร์มากกว่า แต่เธอก็ไม่หวั่นไหวกับข้อครหาใดๆ พูดติดตลกแค่ว่า “ฉันไม่ใช่นักอุ่นที่นั่ง นักอุ่นที่นั่งก็เหมือนกับขวดน้ำร้อน ฉันคิดว่าตัวฉันเองเป็นยิ่งกว่านั้น”


                                                       จริงอยู่ ช่วงแรก พญ.วัน อาซีซะห์ จำใจกระโจนสู่สนามเลือกตั้งการเมืองเพื่อจะรักษาฐานเสียงให้อันวาร์ ซึ่งถูกมหาธีร์ปลดจากตำแหน่งรองนายกฯ และรมต.คลัง เมื่อปี 2541 ตามด้วยการถูกตำรวจและคนสวมหน้ากากกลุ่มหนึ่งลากตัวออกจากบ้านไปเข้าคุกในข้อหาคอร์รัปชั่นและมีเพศสัมพันธ์ไม่เหมาะสมกับคนเพศเดียวกัน และเกือบจะตายจากฝีมือของผู้บัญชาการตำรวจขณะถูกปิดตาและสวมกุญแจมือ ก่อนที่ศาลจะตัดสินเมื่อเมษายน 2552 ให้จำคุก 6 ปีในข้อหาใช้อำนาจในทางมิชอบกรณีปกปิดพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม ทั้งเธอ ครอบครัวและผู้สนับสนุนต่างปักใจเชื่อว่าเป็นการสมคบคิดใส่ความเขา เนื่องจากอันวาร์เตรียมการจะเปิดโปงการทุจริตคอร์รัปชั่นครั้งใหญ่ จนมหาธีร์มองว่าเป็นภัยคุกคามต่อตำแหน่งของตัวเอง


                                                       เริ่มจากการตั้งพรรคยุติธรรมแห่งชาติ (พีเคอาร์) ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ปล่อยตัวอันวาร์ แต่ก็ทำควบคู่ไปกับการผลักดันให้ปฏิรูปประชาธิปไตยและการเมืองในประเทศ แต่เพราะบารมีของอันวาร์ ทำให้ วัน อาซีซะห์ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.สมัยแรกทันที แม้จะเป็นคนหน้าใหม่โดยสิ้นเชิง

 

เธอคือ"วัน อาซีซะห์" ผู้ไม่ต้องต่อสร้อยคำว่าเมียของอันวาร์


                                                       อย่างไรก็ดี กาลเวลาได้บ่มเพาะให้เธอมีจุดยืนของตัวเองมากขึ้น ความเป็นคนจริงจัง เอาการเอางาน สู้ไม่ถอย ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะเป็นแม่บ้านมาก่อน แต่ในฐานะ ส.ส.หลายสมัย วัน อาซีซะห์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายในสภา รวมทั้งในที่ประชุมพรรคพีเคอาร์ที่เธอเป็นหัวหน้าพรรค นอกเหนือจากเป็นคนแถลงเปิดตัวและให้สัมภาษณ์สื่อ ตลอดจนเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงและการเดินขบวน ในฐานะหนึ่งในแกนนำคนสำคัญของภาคประชาชนและกลุ่มองค์กรเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิและความเป็นธรรม

                                                       ในฐานะภรรยาและผู้รักความเป็นธรรม วัน อาซีซะห์ ผู้ซึ่งจบสูตินรีเวชจากไอร์แลนด์ด้วยดีกรีเกียรตินิยมเหรียญทอง ก่อนจะเลือกศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาสาขาจักษุแพทย์ ยังเดินทางไปต่างประเทศเพื่อให้นานาประเทศช่วยกดดันมหาธีร์ให้ปล่อยตัวอันวาร์ ปรากฏว่าได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากผู้นำหลายประเทศ รวมทั้งองค์การนิรโทษกรรมสากล เห็นได้ชัดว่าความสำเร็จเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีสร้อยคำ "ภรรยาของอันวาร์ อิบรอฮิม ผู้นำฝ่ายค้าน” มาเป็นตัวช่วยแต่อย่างใด
 

 

                                                       ครั้งหนึ่งเมื่อราว 2 ปีมาแล้ว วัน อาซีซะห์ เคยปราศรัยบนเวทีเสวนา “สู่ชัยชนะของพรรคแนวร่วมแห่งความหวัง” ว่า “ฉันเป็นภรรยาของนักการเมือง ฉันไม่ใช่นักการเมือง แต่โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา ทำให้เรามีแรงฮึดที่จะลุกขึ้นสู้ด้วยกัน” สุดท้ายแล้วสิ่งที่ทำให้เธอยังคงยืนหยัดต่อสู้อยู่จนทุกวันนี้ก็คือประชาชนที่มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็คืออยากจะเห็นมาเลเซียที่ดีขึ้นกว่าเดิม

 

เธอคือ"วัน อาซีซะห์" ผู้ไม่ต้องต่อสร้อยคำว่าเมียของอันวาร์

 

                                                       และในฐานะนักการเมืองหญิงในประเทศที่มีพื้นที่นอกบ้านให้ผู้หญิงน้อยมาก วัน อาซีซะห์ สามารถดึงความเข้มแข็งของผู้หญิงออกมาให้เห็นโดยเฉพาะในช่วงเกิดวิกฤติ ด้วยจุดยืนที่ต้องการให้ผู้หญิงมีพื้นที่สาธารณะมากขึ้น เธอจึงเป็นแถวหน้าของผู้หญิงแดนเสือเหลืองที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้หญิง ระหว่างเดินสายเก็บคะแนนล่วงหน้าเมื่อต้นปี วัน อาซีซะห์ ให้ความเห็นว่า “เรามีผู้สมัครที่พร้อมด้วยคุณสมบัติมากมาย จะผิดตรงไหนถ้าหากผู้หญิงจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี...การที่ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการเมือง จะช่วยให้เรากลายเป็นพลังที่น่าจับตามองมากยิ่งขึ้น”

 

                                                       ด้วยจุดยืนที่มุ่งมั่นจะปกป้องสิทธิของผู้หญิง เธอจึงกล้าโต้กับพรรคอิสลามแห่งมาเลเซียหรือพรรคปาส ซึ่งเป็นพรรคใหญ่ที่เคร่งศาสนา ต้องการให้นำกฎหมายอิสลามมาใช้ จนท้ายที่สุดนำไปสู่การจัดตั้งรัฐอิสลาม โดยหนึ่งใน “คำมั่นสัญญาของความจงรักภักดี” ของพรรคนี้ ระบุว่า ถ้าต้องการเป็นสมาชิกพรรคก็ควรจะหย่ากับภรรยาก่อน

                                                   

                                                       วัน อาซีซะห์ แย้งว่าเธอไม่เห็นด้วยกับ “คำมั่นสัญญาของความจงรักภักดีของพรรคปาส” เพราะเป็นใครก็ยากจะยอมรับได้ เนื่องจากสุดโต่งเกินไป ไม่ยอมรับว่าภรรยามีส่วนสำคัญในการดูแลครอบครัวเช่นกัน แต่มองว่าภรรยาเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่ง เธอยังแย้งว่าไม่ควรเอาเรื่องของครอบครัวมาผูกติดกับการเมือง

 

เธอคือ"วัน อาซีซะห์" ผู้ไม่ต้องต่อสร้อยคำว่าเมียของอันวาร์

 

                                                       20 ปีที่ผ่าน วัน อาซีซะห์ ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จบนเวทีการเมือง เธอยังประสบความสำเร็จในฐานะลูกที่ดีของพ่อแม่ของเธอซึ่งยังมีชีวิตอยู่ทั้ง 2 คน ในฐานะแม่ที่ดีของลูก 6 คนและย่า-ยายที่ดีของหลานๆ อีก 9 คน

                                                       “ในฐานะผู้หญิงมาเลเซีย ฉันได้อุทิศตัวในหลายๆ ด้าน ฉันไม่ได้เป็นแค่นักศึกษาแพทย์หญิง แต่ยังเป็นแพทย์ เป็นแม่ เป็นย่าและยาย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นงานที่ต้องทุ่มเทให้ทั้งแรงกายและแรงใจ”

 

                                                       ครั้งหนึ่ง นุรุล ลูกสาวคนโตผู้พร้อมจะก้าวเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวในงานการเมือง เคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่ว่างานการเมืองจะยุ่งมากเพียงใด แม่ไม่เคยเพิกเฉยต่องานแม่บ้าน ยังคงปรนนิบัติพ่อแม่ด้วยความกตัญญู จะคอยอยู่ดูแลพ่อแม่เสมอยามที่ต้องการ ควบคู่กับการเป็นแม่ที่ดี แม้ว่างานการเมืองจะหนักแสนหนัก แต่แม่จะคอยช่วยลูกทำการบ้านเสมอ ทุกวันนี้เธอยังให้ความสำคัญกับครอบครัวด้วยการตั้งกฎเหล็กว่า “ทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะรุ่นไหนๆ ต้องมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอาทิตย์ละวัน กินอาหารที่แม่ปรุงเองด้วยกัน เล่นสนุกกันและฟังแม่เล่าเรื่องสนุกๆ”

                                                       ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเธอชื่อ วัน อาซีซะห์ ที่ไม่จำเป็นต้องต่อสร้อยคำว่า "ภรรยาของอันวาร์ อิบรอฮิม ผู้นำฝ่ายค้าน”