เร่งช่วยทารกโรฮิงญาที่แม่ถูกทหารเมียนมาข่มขืน

อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ เร่งค้นหาทารกจากแม่โรฮิงญาผู้ตกเป็นเหยื่อข่มขืนของทหารเมียนมา หวั่นแอบคลอดหรือทิ้งเด็กหนีอาย  

 

                            เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์และอาสาสมัครชาวโรฮิงญา ทำงานแข่งกับเวลาภายในค่าย"คูตูปาลอง" ค่ายผู้อพยพใหญ่สุดในโลกที่เมืองค็อกซ์ บาซาร์ ประเทศบังกลาเทศ เพื่อค้นหาเหยื่อข่มขืนที่ตั้งครรภ์แต่พยายามแอบซ่อนเพื่อหนีความอับอาย และเกรงว่าเมื่อคลอดแล้ว ทารกจะถูกทอดทิ้ง หรือแม่อาจจะตายเพราะไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง  

 

                            ทอสมินารา อาสาสมัครและตัวเธอเองก็เป็นผู้อพยพโรฮิงญา พยายามหว่านล้อมให้ผู้หญิงที่อับอายหรือกวาดกลัว กล้าออกมา โดยสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือ  “เราบอกรหัสผ่านให้พวกเธอใช้เวลาไปถึงโรงพยาบาล หรือสถานีอนามัย จากนั้นจะส่งเจ้าหน้าที่ไปรับตัวโดยตรง”

                            กองทัพเมียนมาอ้างกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธที่โจมตีตำรวจเมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งมาต่อมาก่อคลื่นชาวโรฮิงญาทะลักเข้าบังกลาเทศราว 7 แสนคน จำนวนมากเป็นเหยื่อทหารเมียนมาหรือม็อบพุทธ ที่ใช้การข่มขืนเป็นอาวุธ เชื่อว่าจำนวนมากตั้งครรภ์ แต่ไม่ทราบจำนวนแน่ชัด 

 

เร่งช่วยทารกโรฮิงญาที่แม่ถูกทหารเมียนมาข่มขืน


                            แอนดรูว์ กิลมอร์ ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า อัตราการเกิดในค่ายผู้อพยพ จะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในเร็วๆนี้ ผลจากการกระทำรุนแรงทางเพศช่วงสิงหาคม-กันยายนปีที่แล้ว ขณะเยือนค่ายเมื่อมีนาคม เขาพบเด็กหญิงอายุ 14 ปี พยายามทำแท้งเอง 

                            ประเมินว่า สตรีราว 4.8 หมื่นคน จะให้กำเนิดบุตรภายในค่ายอพยพในปีนี้ โดยในส่วนสตรีที่ถูกข่มขืนจะให้กำเนิดในเร็ววัน แต่ส่วนใหญ่จะแอบคลอดบนแคร่ไม้ไผ่โดยไม่มีการดูแลจากแพทย์  

 

เร่งช่วยทารกโรฮิงญาที่แม่ถูกทหารเมียนมาข่มขืน

 

                            อับดูร์ ราฮีม ผู้นำชุมชนโรฮิงญา กล่าวว่า รู้จักสตรีอย่างน้อย 2 คนที่ถูกทหารข่มขืนและมีกำหนดคลอดในเดือนนี้ และได้ยินว่ามีอีกหลายคนเลยทีเดียวตกอยู่ในสถานะเดียวกัน “ทหารเมียนมาร์ข่มขืนพวกเธอ ทารกเป็นหลักฐานอาชญากรรมของคนพวกนั้น” 

 

                            ทอสมินารา กล่าวว่า พวกเราพยายามเต็มที่ที่จะค้นหาเหยื่อข่มขืน แต่อาสาสมัครเจอกับขวากหนามทางสังคมฝังรากลึก ที่ทำให้พวกเธอไม่กล้าออกมาเผชิญ บางครั้งมีเพื่อนบ้านกรอกหูว่าไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะจะยิ่งอับอาย  

                            เหยื่อหลายคนเข้ามาขอความช่วยเหลือทำแท้ง ซึ่งบังกลาเทศอนุญาตให้ทำได้หากไม่เกิน 12 สัปดาห์ แต่บางคนเลือกแอบทำแท้ง ก่อปัญหาตามมา  

 

เร่งช่วยทารกโรฮิงญาที่แม่ถูกทหารเมียนมาข่มขืน

 

                            โซเฟีย พยาบาลผดุงครรภ์ กล่าวว่าเธอช่วยสาววัย 16 ปีคนหนึ่งทำแท้ง เธอเป็นเหยื่อที่ถูกทหารเมียนมารุมข่มขืน แต่ไม่มีใครรู้รวมถึงครอบครัว พอตั้งท้องก็กลัวพ่อแม่จะรู้ จึงแอบไปที่คลินิกเพื่อทำแท้ง 

                            ชาวโรฮิงญาที่หลบหนีไปบังกลาเทศ กว่าครึ่งเป็นสตรีและเด็กหญิง โดยเด็กพบเห็นทั่วค่าย แต่วัยรุ่นหญิง จะเห็นน้อย เพราะครอบครัวให้อยู่แต่ในที่พักเพราะเกรงไม่ปลอดภัย ทำให้ยากจะรู้ว่ามีผู้หญิงมากน้อยแค่ไหนที่กำลังเดือดร้อนอยู่เงียบๆภายในค่าย เป็นเหตุให้ผู้เชี่ยวชาญเกรงว่า ครอบครัวอาจบังคับให้ผู้หญิงวัยรุ่นแต่งงานเพื่อปกปิด ไม่ก็ทิ้งทารก  

                            องค์กรแพทย์ไร้พรมแดนแห่งเดียว ช่วยดูแลเหยื่อข่มขืน 311 คน ช่วงสิงหาคมถึงมีนาคม  เป็นเด็กและผู้หญิงอายุตั้งแต่ 9 ขวบถึง 50 ปี แต่เชื่อว่าตัวเลขที่แท้จริงจะสูงกว่านี้มาก  

 

เร่งช่วยทารกโรฮิงญาที่แม่ถูกทหารเมียนมาข่มขืน


                            ผู้นำกองทัพเมียนมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าทหารของตนใช้การข่มขืน ข่มขวัญชนกลุ่มน้อยมุสลิม  แต่เมื่อเดือนที่แล้ว สหประชาชาติขึ้นบัญชีดำกองทัพและกบฎเมียนมา ใช้การข่มขืนในการทำสงคราม เช่นเดียวกับ โบโกฮาราม ในไนจีเรีย และไอเอส 
                            ปลามิลา แพทเทน ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติด้านความรุนแรงทางเพศในสงคราม กล่าวว่าข้อมูลจากผู้อพยพพบว่า การข่มขืนถูกใช้เป็นเครื่องมือข่มขวัญที่วางแผนมาแล้วเพื่อบังคับให้ชาวโรฮิงญาออกจากเมียนมา 

                            มื่อเวลาผ่านมาเกือบ 9 เดือน  เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ก็เตรียมพร้อมรับทารกถูกทิ้งไปให้สตรีที่สามารถให้นมได้ จนกว่าจะพบครอบครัวในชุมชน เบียทริซ โอเชา จากเซฟเดอะชิลเดรน กล่าวว่า เราต้องการให้เด็กทุกคนได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีความสุข ไม่ว่าจะเกิดมาในเงื่อนไขใดหรือสถานที่ใด