พนง.กว่า 4,000 ลงชื่อต้าน"กูเกิล"เอี่ยวธุรกิจสงคราม 

ต่างประเทศ  :  16 พ.ค. 2561

พนักงานกูเกิล ลาออก-ลงชื่อเรียกร้องยกเลิกโครงการช่วยเพนตากอนพัฒนาขีดความสามารถของโดรนกองทัพ 


                            เวบไซต์  Gizmodo รายงานสัปดาห์นี้ว่า มีพนักงานกูเกิลราว 12 คน ขอลาออกด้วยเหตุผลด้านจริยธรรม ส่วนคำร้องที่แพร่เวียนในบริษัท 3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ยักษ์ใหญ่ไอที ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการโครงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ยกระดับโดรน หรืออากาศยานไร้คนขับกองทัพสหรัฐ ในการจดจำสิ่งที่กำลังสังเกตการณ์อยู่ มีพนักงานร่วมลงชื่อกว่า 4,000 คนแล้ว  


                            สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กูเกิลไม่ได้ตอบคำถามเรื่องโครงการ”มาเวน” ที่มีรายงานว่ากูเกิลให้กระทรวงกลาโหม เข้าถึงแมชชีน เลิร์นนิง ของบริษัท เพื่อแยกแยะคนกับวัตถุในวิดีโอที่โดรนรวบรวมมาได้ให้นำไปใช้วิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว 


                            คำร้องของพนักงานระบุว่า กูเกิลไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจสงคราม จึงขอให้บริษัทล้มเลิกโครงการมาเวน  ทำการร่าง ประกาศให้รับรู้ และบังคับใช้นโยบายอย่างชัดเจนว่า กูเกิลและคู่สัญญาจะไม่สร้างเทคโลยีเพื่อการสงคราม


                            มูลนิธิอิเล็กทรอนิก ฟรอนเทียร์ ( อีเอฟเอฟ )ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิด้านอินเทอร์เน็ต และคณะกรรมการนานาชาติเพื่อควบคุมอาวุธหุ่นยนต์(ไอซีอาร์เอซี) ก็ออกมาร่วมสนับสนุนด้วย โดยไอซีอาร์เอซี ระบุว่าเทคโนโลยีของกูเกิลอาจนำไปสู่การพัฒนาระบบเล็งเป้าอัตโนมัติให้กับโดรนกองทัพ โดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุมอย่างมีนัยสำคัญเลยในอนาคต 


                            ขณะที่ซินดี โคห์น และปีเตอร์ เอ็คเคอร์สลีย์ จากอีเอเอฟ แสดงความเห็นไว้เมื่อเดือนที่แล้วว่า กูเกิลระบุว่าการทำงานเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการจดจำวัตถุ ไม่ได้นำไปใช้ในทางที่ผิด แต่จากเอกสารที่เปิดเผยออกมายังให้ภาพคลุมเครือ และถ้าเข้าใจไม่ผิด ระบบที่กูเกิลกำลังสนับสนุนหรือสร้าง คือการแยกคนหรือวัตถุที่โดรนมองเห็นให้มนุษย์ประเมิน และในบางกรณี อาจนำไปสู่การยิงขีปนาวุธโจมตีคนหรือวัตถุเหล่านั้นได้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงมากในแง่จริยธรรม 


                            อีเอฟเอฟแสดงความยินดีที่มีการถกเถียงภายในกูเกิลประเด็นนี้ พร้อมย้ำว่ากรอบจริยธรรมและศีลธรรมเกี่ยวเนื่องกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อพัฒนาอาวุธ มีความจำเป็น กูเกิลและบริษัทในแวดวงเดียวกันทั่วโลก  จะต้องคำนึงถึงผลที่ตามมาและเรียกร้องการตรวจสอบได้จริง และมาตรฐานด้านความประพฤติจากหน่วยงานด้านการทหารที่ต้องการองค์ความรู้ของบริษัท