สอบคุณหนู"โคเรียนแอร์"เหวี่ยงสาดน้ำใส่พนักงาน

เป็นเรื่องอีก ตำรวจสอบข้อกล่าวหาบุตรสาวคนเล็กประธานโคเรียนแอร์ ปาแก้วน้ำใส่หน้าพนักงาน 

 

                    สถานีตำรวจเขตคังซอ ในกรุงโซล แจ้งว่าจะตรวจสอบข้อกล่าวหาที่ว่า โช ฮยอน มิน รองประธานอาวุโสของ”โคเรียน แอร์” และบุตรสาวคนเล็กของนายโช ยัง โฮ ประธานกลุ่มฮันจิน  ปาแก้วน้ำหรือสาดน้ำใส่หน้าผู้จัดการฝ่ายโฆษณาของโคเรียนแอร์ ระหว่างประชุมที่สำนักงานของเธอเมื่อเดือนที่แล้ว 

                  

 

                    ตำรวจกล่าวว่า จะเริ่มการสอบสวนในเบื้องต้นก่อนว่ามีมูลมากพอเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ที่จะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หากข้อกล่าวหามีมูลมากพอ เธออาจถูกดำเนินคดีฐานทำร้ายร่างกาย 

                    เหตุการณ์ในห้องประชุมถูกนำมาเปิดโปงในโลกออนไลน์ โดยผู้เขียนไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า โช ฮยอน มิน อารมณ์เสีย หลังจากผู้จัดการฝ่ายโฆษณาตอบคำถามเกี่ยวกับการลงโฆษณาของโคเรียนแอร์ไม่เป็นที่พอใจ จึงปาขวดน้ำใส่พนักงานคนนั้นแต่พอเห็นว่า ไม่ได้เปิดฝา ก็หันไปคว้าแก้วที่มีน้ำสาดใส่อีกที  

 

สอบคุณหนู"โคเรียนแอร์"เหวี่ยงสาดน้ำใส่พนักงาน

 

                    หลังข่าวแพร่ออกไป  โช วัย 36 ปี หรือที่รู้จักอีกชื่อ เอมิลี โช ได้กล่าวขอโทษผ่านเฟซบุ๊กในวันพฤหัสบดี “ดิฉันขอโทษพร้อมค้อมศีรษะต่อพฤติกรรมโง่เขลาและขาดความยั้งคิด ไม่มีคำพูดแก้ตัวต่อพฤติกรรมที่ดิฉันไม่ควรกระทำไม่ว่าเงื่อนไขใดก็ตาม” 


                    เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโคเรียน แอร์ ยอมรับว่า โชโกรธและตวาด แต่ปฏิเสธเรื่องปาแก้วน้ำใส่  โชปาขวดน้ำลงพื้น ไม่ได้ปาใส่หน้า   
                  

                      สอบคุณหนู"โคเรียนแอร์"เหวี่ยงสาดน้ำใส่พนักงาน

                    ปัจจุบัน โช อยู่ระหว่างพักผ่อนในต่างประเทศ เธออัพโหลดภาพของเธอขณะอยู่บนเครื่องบินบนอิสตาแกรม  
                    โช ฮยอน มิน เป็นน้องสาวของ โช ฮยอน อา วัย 44 ปี ผู้ตกเป็นข่าวครึกโครมทั่วโลกเมื่อ 4 ปีก่อน หลังจากที่เธอไล่หัวหน้าพนักงานต้อนรับลงจากเครื่องบิน ขณะกำลังทะยานขึ้นฟ้าไปนิวยอร์ก แต่ต้องหันหัวกลับไปยังอาคารผู้โดยสาร เพียงเพราะเสิร์ฟถั่วผิดวิธี ทำให้เที่ยวบินล่าช้า 20 นาที  เธอเพิ่งกลับมานั่งฝ่ายบริหารในฐานะประธานเคเอแอล โฮเทล เน็ตเวิร์ค ในเครือโคเรียนแอร์เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากศาลตัดสินรอลงอาญาเมื่อปีที่แล้ว 
                    ล่าสุด มีผู้ร่วมลงชื่อในคำร้องออนไลน์ผ่านเวบไซต์ชองวาแด หรือทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กว่า 5,000 คน เพื่อเรียกร้องให้ทางการลงโทษโชผู้น้อง ต่อการกระทำไม่เหมาะสม และให้ถอด โคเรียน แอร์ ออกจากเป็นสายการบินแห่งชาติด้วย