ตร.อิสราเอลเสนอฟ้อง"เนทันยาฮู"รับสินบน

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ตกที่นั่งลำบาก หลังตำรวจเสนอให้ส่งฟ้องผู้นำประเทศในข้อหาทุจริต นำไปสู่คำถามว่าจะหมายถึงจุดจบทางการเมืองของเขาหรือไม่


           ตำรวจอิสราเอลออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร (13 ก.พ.) ว่า มีหลักฐานมากพอที่เสนอให้อัยการส่งฟ้องนายกรัฐมนตรีข้อหารับสินบน ยักยอกและละเมิดความไว้วางใจของประชาชน หลังสอบปากคำพยาน 80 ปาก พบว่าเนทันยาฮูและซารา ภริยา รับของขวัญราคาแพง อาทิ ซิการ์ และแชมเปญ จากอาร์นอน มิลชาน ผู้สร้างภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด และผู้สนับสนุน รวมเป็นมูลค่าประมาณ 1 ล้านเชเกล (ประมาณ 8.9 ล้านบาท) และมหาเศรษฐีชาวออสเตรเลีย เจมส์ แพ็คเกอร์ ช่วงปี 2550-2559

          ตำรวจสงสัยว่าหลังจากรับของขวัญจากมิลชานแล้ว เนทันยาฮูผลักดันกฎหมายที่จะช่วยให้ชาวอิสราเอลในต่างประเทศที่กลับไปใช้ชีวิตในอิสราเอล ได้รับการละเว้นภาษี 10 ปี แต่กระทรวงการคลังไม่เห็นด้วย

          มิลชานเป็นชาวอิสราเอล สร้างภาพยนตร์มากมาย รวมถึงหนังดังอย่าง พริตตี วูเมน ไฟท์ คลับ

          นอกจากนี้ ตำรวจยังสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่า เนทันยาฮูทำข้อตกลงลับกับ เยดิออต อาฮาโรน็อต หนังสือพิมพ์ขายดีที่สุดของประเทศ ให้นำเสนอข่าวเชิงบวกแลกกับการสกัดกั้นหนังสือพิมพ์คู่แข่ง ตำรวจจึงเสนอให้ยื่นฟ้องมิลชาน และอาร์นอน โมเซส ผู้พิมพ์โฆษณาหนังสือพิมพ์ชั้นนำ ข้อหาจ่ายสินบนด้วย

          นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ที่นั่งเก้าอี้รวมเวลาเกือบ 12 ปี ออกมาแถลงตอบโต้ทันควัน ยืนยันในความบริสุทธิ์ และไม่มีความคิดลาออก

          เนทันยาฮู แถลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตกเป็นเป้าสอบปากคำและสอบสวนไม่ต่ำกว่า 15 ครั้ง หลายครั้งนำไปสู่ข้อเสนอแนะส่งฟ้องครึกโครมแบบเดียวกันนี้ แต่ความพยายามทุกครั้งคว้าน้ำเหลว ครั้งนี้ก็เช่นกัน การสอบสวนจะไม่นำไปสู่อะไร ข้อเสนอแนะของตำรวจไม่มีคุณค่าใดทางกฎหมายในประเทศประชาธิปไตย รัฐบาลชุดนี้จะบริหารประเทศจนครบวาระ และมั่นใจด้วยว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าในปี 2562 เขาจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้งหนึ่ง

          ผู้นำฝ่ายขวาวัย 68 ปี ถูกตำรวจสอบปากคำหลายครั้ง แต่เขามองการสอบสวนว่าเป็นความพยายามทางการเมืองบีบให้ลงจากตำแหน่ง

         ขั้นตอนต่อไป การตัดสินใจว่าจะแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการต่อนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของอัยการสูงสุด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาอีกหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน และนายกรัฐมนตรีที่เผชิญกับข้อเสนอแนะส่งฟ้องของตำรวจ หรือถูกแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการแล้วก็ตามที ไม่มีข้อบังคับว่าต้องลาออก กระนั้น เนทันยาอูอาจเผชิญกับกระแสกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมา ชาวอิสราเอลออกมาชุมนุมประท้วงใหญ่หลายครั้งในนครเทลอาวีฟ เพราะไม่พอใจการทุจริตในรัฐบาล

          ความคืบหน้าของคดี ยังอาจเป็นแรงกระตุ้นให้บรรดาคู่แข่งทางการเมือง รวมถึงคนภายในพรรคลิคุดของเขาเอง ออกมาเคลื่อนไหวกดดัน

          รัฐบาลผสมของเนทันยาฮู ซึ่งครอง 66 ที่นั่งจาก 120 ที่นั่งในรัฐสภา ได้ชื่อว่าเป็นรัฐบาลขวาจัดมากที่สุดในประวัติศาสตร์อิสราเอล เวลานี้ยังเป็นปึกแผ่น แต่ท่าทีจากบรรดาแกนนำพรรคคนสำคัญหลังจากนี้จะถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะมีสัญญาณแตกแยกหรือไม่