ข่าว

ผลวิเคราะห์รั่วเผยอังกฤษย่ำแย่หลังเบร็กซิต

ผลวิเคราะห์รั่วเผยอังกฤษย่ำแย่หลังเบร็กซิต

31 ม.ค. 2561

รัฐบาลอังกฤษถูกกดดันให้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากการออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) หลังรายงานภายในที่รัฐบาลจัดทำไว้รั่ว


          รัฐบาลอังกฤษถูกกดดันให้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) หลังรายงานภายในที่รัฐบาลจัดทำไว้รั่วมาอยู่ในมือสื่ออย่างเว็บไซต์ข่าว บัซฟีดนิวส์ เมื่อวันจันทร์ ซึ่งชี้ว่า อุตสาหกรรมของอังกฤษจะได้รับผลกระทบกันอย่างถ้วนหน้า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะตกต่ำลงไม่ว่าข้อตกลงที่บรรลุกับอียูจะออกมาในรูปแบบใด

          ผลประเมินทำให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ยิ่งตกที่นั่งลำบากขณะเผชิญกับเสียงวิจารณ์จากบรรดาผู้นำอียูว่าอังกฤษไม่มียุทธศาสตร์เบร็กซิตอย่างชัดเจน

          หน่วยงานที่รับผิดชอบการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ ไม่ปฏิเสธหรือแย้งว่าเป็นรายงานตัวจริงหรือไม่ แต่ระบุว่าไม่พร้อมแสดงความคิดเห็น เพราะเป็นงานภายใน ขณะที่บัซฟีด นิวส์ ถามแหล่งข่าวว่าเหตุใดจึงไม่มีการเผยแพร่รายงานต่อสาธารณะ ได้รับคำตอบว่า เพราะเป็นเรื่องน่าอับอาย

          รายงานวิเคราะห์ภายในรั่วไหลไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐมนตรีจากสมาชิกอียู 27 ประเทศ รับรองเงื่อนไขช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนสรุปความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างกัน โดยที่อังกฤษยังคงรักษาสิทธิประโยชน์จากความเป็นสมาชิกไว้ได้ต่ออีก 21 เดือน แต่ไม่สามารถขัดขวาง หรือเสนอกฎหมายใหม่ในอียูในช่วงเวลานี้

          อังกฤษตกอยู่ในความไม่แน่นอนตั้งแต่ลงประชามติเลือกออกจากอียู เมื่อมิถุนายน 2558 หลายเดือนให้หลัง ค่าเงินปอนด์ดิ่งลงเมื่อเทียบดอลลาร์กับยูโร และแม้เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ที่ 0.5% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว แต่เป็นอัตราเติบโตย่ำแย่ที่สุดนับจากปี 2555 ซึ่งปีนั้นอยู่ที่ 1.8% ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในลอนดอนที่เคยเฟื่องฟู ก็ซบเซาลงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โมนาร์ช สายการบินใหญ่อันดับ 5 ล้มเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว และยักษ์ก่อสร้าง คาริลเลียน ยื่นขอเลิกกิจการเพราะภาระหนี้สินท่วมตัวในเดือนนี้ ซึ่งเบร็กซิตถูกกล่าวโทษว่าเป็นสาเหตุหนึ่ง

          ใจความสำคัญในผลวิเคราะห์
          ** รายงานภายในที่ บัซฟีด นิวส์ นำมาเผยแพร่ ลงวันที่ในเดือนมกราคม 2561 มองภาพสมมุติ 3 อย่างที่อาจเกิดขึ้นจากเบร็กซิต ได้แก่

          1.หากไม่สามารถทำความตกลงทางการค้าในอนาคตกับอียูได้ กลับไปอยู่ในกรอบองค์การการค้าโลก อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษอาจตกฮวบมากถึง 8% ในช่วงเวลา 15 ปี

          2.อย่างดีที่สุด คืออังกฤษยังอยู่ในตลาดเดียวของอียู แต่ไม่ได้อยู่ในฐานะสมาชิก อัตราการเติบโตจะตกลง 2% เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ ณ ปัจจุบัน ในระยะ 15 ปีข้างหน้า

          3.หากอังกฤษสามารถทำความตกลงการค้ากับอียูได้ครบถ้วน แต่อยู่นอกตลาดเดียว และสหภาพศุลกากร (ข้อตกลงยกเว้นภาษีศุลกากรและข้อจำกัดทางการค้าระหว่างสมาชิก) อัตราเติบโตจะลดลงจากตัวเลขคาดการณ์ปัจจุบัน 5%

          ** ข้อตกลงการค้าใหม่ระหว่างอังกฤษกับสหรัฐ จีน อินเดีย และประเทศอื่นๆ จะช่วยกระตุ้นการเติบโตได้ แต่ก็ไม่มากพอชดเชยรายได้ที่หายไปจากการออกจากอียู

          ** เกือบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจอังกฤษ ยกเว้นเกษตรกรรม จะกระทบหนัก และบั่นทอนสถานะของกรุงลอนดอนในฐานะศูนย์กลางการเงินอย่างรุนแรง