โสมแดงจ่อสูญอย่างต่ำ 8 พันล้านคว่ำบาตรล่าสุด

หากมาตรการแซงชั่นของสหประชาชาติรอบใหม่ออกฤทธิ์ อาจทำให้เกาหลีเหนือสูญรายได้กว่า 8 พันล้านบาท 


                    สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้ อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศที่ประเมินว่า มาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือใหม่ล่าสุดตามมติ 2397 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) อาจทำให้เกาหลีเหนือสูญเสียรายได้จากการส่งออก 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 8,250 ล้านบาท ) หรือประมาณ 10% ของรายได้จากการส่งออกต่อปี จากการห้ามประเทศสมาชิกยูเอ็นนำเข้าอาหาร ผลิตภัณฑ์การเกษตร เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า แร่ธาตุ หินและดิน ไม้และเรือ
 
                    ด้านการนำเข้า คาดว่าจะลดลง 1,200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 30% ของการนำเข้าต่อปี เนื่องจากมติห้ามประเทศสมาชิกส่งออกเครื่้องจักร ยานยนต์ เหล็กกล้าและโลหะอื่นๆไปยังเกาหลีเหนือ กระนั้น ตัวเลขความสูญเสียทางการค้าของเกาหลีเหนือ เป็นตัวเลขประมาณการณ์ ความต่างจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระเบียบวิธีประเมินทางสถิติ


                    ส่วนมาตรการที่ให้ลดส่งออกน้ำมันให้เกาหลีเหนือลงอีก 5 แสนบาร์เรล จะทำให้ปริมาณน้ำมันต่อปีลดฮวบ 90% ขณะที่มาตรการที่ให้ประเทศสมาชิกยุเอ็น ส่งกลับแรงงานชาวเกาหลีเหนือภายใน 24 เดือนนั้น หากบังคับใช้โดยสมบูรณ์ รายได้สกุลเงินต่างประเทศจะลดลง 200 ล้าน-500 ล้านดอลลาร์ต่อปี เมื่อรวมกับรายได้จากส่งออกที่จะสูญเสียไป คาดว่ารายได้สกุลเงินต่างประเทศของรัฐบาลเปียงยาง จะหายไป 450-750 ล้านดอลลาร์ต่อปีเลยทีเดียว


                    ยูเอ็นเอสซีผ่านมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนืออย่างรุนแรงที่สุดเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว พร้อมประณามการทดลองขีปนาวุธข้ามทวีปครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ซึ่งมีศักยภาพโจมตีได้ทุกเมืองใหญ่ในสหรัฐอเมริกา สะท้อนเทคโนโลยีอาวุธของเกาหลีเหนือมีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด


                    รัฐบาลเปียงยางแสดงความเห็นครั้งแรกต่อมาตรการลงโทษรอบใหม่ ว่าถือเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรง และเป็นการทำสงครามที่จะทำลายสันติภาพและเสถียรภาพของคาบสมุทรเกาหลี ทั้งย้ำว่าสหรัฐและสาวกหุ่นเชิดไม่ควรลืมสถานภาพที่เกาหลีเหนือเพิ่งได้มาใหม่ว่า เป็นประเทศที่ก่อภัยคุกคามนิวเคลียร์ต่อแผ่นดินใหญ่สหรัฐได้


เปิดอ่าน