
จี้ ซาอุฯ เลิกปิดล้อมก่อนเยเมน 7 ล้านอดตาย
หากซาอุดีอาระเบียยังไม่เลิกปิดสนามบินและท่าเรือเปิดทางให้สามารถจัดส่งความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เข้าไปให้ประชาชน เยเมนจะเผชิญกับภาวะอดอยากครั้งใหญ่สุดในโลก
นายมาร์ค โลว์ค็อก รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการมนุษยธรรม เข้าบรรยายสรุปต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ถึงสถานการณ์ในเยเมน ที่ชาติอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบีย เข้าแทรกแซงทำสงครามกับกลุ่มกบฏฮูที ที่เชื่อว่ามีอิหร่านหนุนหลัง ตั้งแต่มีนาคม 2558 ว่า เยเมนจะเผชิญกับภาวะอดอยากครั้งใหญ่สุดในโลก และอย่างที่ไม่เคยเห็นมานานหลายทศวรรษ หากซาอุดีอาระเบียยังไม่เลิกปิดสนามบินและท่าเรือ เปิดทางให้สามารถจัดส่งความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เข้าไปให้ประชาชน
แนวร่วมอาหรับปิดล้อมชายแดนเยเมนทั้งทางบก ทางทะเล และอากาศ เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มกบฏฮูทีในเยเมน ยิงจรวดโจมตี แต่ถูกสกัดได้ใกล้กับสนามบินริยาด โดยอ้างว่า เพื่อป้องกันอิหร่านส่งอาวุธให้กลุ่มกบฏ แต่สหประชาชาติที่จัดเยเมนเป็นวิกฤติมนุษยธรรมเร่งด่วนที่สุดของโลก ไม่พอใจการตอบโต้เช่นนี้ เพราะสถานการณ์ในเยเมนสาหัสมากอยู่แล้ว
นายอันตูนิอู กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ โทรศัพท์พูดคุยกับนายอาเดล อัล จูเบียร์ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียในวันเดียวกัน และได้รับสัญญาณจากอีกฝ่ายว่า จะทบทวนเปิดจุดผ่านแดนเข้าเยเมน
ยูเอ็น ระบุว่า เวลานี้ชาวเยเมนราว 17 ล้านคน กำลังต้องการอาหาร และราว 7 ล้านคน เสี่ยงอดตายและอหิวาตกโรคที่คร่าชีวิตเหยื่อแล้วกว่า 2,000 คน
กาชาดสากล ระบุว่า กาชาดส่งยาป้องกันอหิวาต์ แต่ถูกกักไว้ที่ชายแดนทางเหนือของเยเมน ขณะนายโลว์ค็อก รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการมนุษยธรรม กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการเวลานี้คือลดการปิดล้อมทุกทาง ไม่ใช่ยกระดับขึ้นอีก โดยจะต้องเปิดทางให้เที่ยวบินเพื่อมนุษยธรรมเข้าไปทั้งที่กรุงซานอะ เมืองหลวงของเยเมน ที่กบฏฮูทีควบคุมอยู่ และเมืองเอเดน ที่รัฐบาลควบคุม ท่าเรือทุกแห่งจะต้องเปิดรับการจัดส่งเชื้อเพลิง อาหาร และเสบียงจำเป็นอื่นๆ ตลอดจนหลักประกันจากทุกฝ่ายว่าจะไม่มีการขัดขวางอีก
เยเมนเป็นประเทศอาหรับยากจนที่สุดในโลก และต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหาร เชื้อเพลิง และเวชภัณฑ์เกือบทั้งหมด หน่วยงานสหประชาชาติและองค์กรบรรเทาทุกข์อื่น กล่าวว่า การปิดชายแดนยิ่งทำให้ราคาสินค้าหลายอย่างพุ่งทะยาน ยังไม่นับรวมกับสงคราม 3 ปี ที่คร่าชีวิตกว่า 8,670 คน ในจำนวนนี้ 60% เป็นพลเรือน บาดเจ็บอีก 49,960 คน จากถูกโจมตีทางอากาศและการรบบนพื้นดิน ทั้งยังทำลายระบบสาธารณสุข



