ข่าว

สั่งแขวนคอ “ม่ายดำ” ฆ่าสามีหวังมรดก

สั่งแขวนคอ “ม่ายดำ” ฆ่าสามีหวังมรดก

07 พ.ย. 2560

ก่ออาชญากรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เหยื่อ 4 คน อายุ 71 - 79 ปี ถูกหลอกให้ดื่มเครื่องดื่มปนไซยาไนด์ หวังเงินประกันและมรดก เพื่อนำเงินไปใช้หนี้

 

               ศาลในเมืองเกียวโตของญี่ปุ่น มีคำตัดสินเมื่อวันอังคาร (6 พ.ย.) ลงโทษประหารชีวิต นางชิซาโกะ คาเคฮิ วัย 70 ปี ด้วยการแขวนคอ จากความผิดฆาตกรรมสามี และชายที่อยู่กินด้วยกัน 2 คน กับพยายามฆ่าคนรู้จักอีกหนึ่งคน ช่วงปี 2550 - 2556

               ผู้พิพากษา กล่าวว่า แม้จำเลยมีประวัติเป็นโรคความจำเสื่อม แต่อยู่ในสภาพที่สามารถรับผิดและลงโทษประหารได้ต่ออาชญากรรมที่ก่อขึ้นจากความโลภ ทั้งพบว่าขณะก่อเหตุฆาตกรรมเหยื่อรายสุดท้ายเมื่อธันวาคม 2556 เธอไม่ได้ป่วยเป็นความจำเสื่อม

 

สั่งแขวนคอ “ม่ายดำ” ฆ่าสามีหวังมรดก

ภาพ : เอเอฟพี - ชิซาโกะ คาเคฮิ ปี 2557

 

               อัยการ กล่าวว่า นางคาเคฮิก่ออาชญากรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงเตรียมเอกสารที่จำเป็นไว้พร้อม เหยื่อของเธอทั้ง 4 คน ซึ่งอายุ 71 - 79 ปี ถูกหลอกให้ดื่มเครื่องดื่มปนไซยาไนด์ โดยอ้างว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะเธอหวังเงินประกันและมรดก เพื่อนำเงินไปใช้หนี้

               นางคาเคฮิ ที่ถูกตั้งฉายา “ม่ายดำ” มีความสัมพันธ์กับชายมากหน้าหลายตา ส่วนใหญ่เป็นชายชราหรือป่วย โดยใช้บริการบริษัทจัดหาคู่ แจ้งความประสงค์ว่าสนใจคนมีฐานะดีและไม่มีลูก มีรายงานว่า เธอได้เงินประกันและมรดกจากคนรักที่เธอปลิดชีวิต 1,000 ล้านเยน (290 ล้านบาท) ในช่วง 10 ปี แต่ทรัพย์สินส่วนใหญ่หมดไปกับขาดทุนเล่นหุ้นและค้าเงิน

 

สั่งแขวนคอ “ม่ายดำ” ฆ่าสามีหวังมรดก

ภาพ : เอเอฟพี - คนเข้าแถวเข้าฟังผลตัดสิน

 

               คดีม่ายดำได้รับความสนใจอย่างมากในญี่ปุ่น ประชาชนกว่า 560 คน ต่อแถวรับตั๋วเข้าไปในห้องพิจารณาคดี 51 ที่นั่ง เพื่อเป็นสักขีพยานผลตัดสินการพิจารณาคดีที่ใช้เวลายาวนาน 135 วัน นับเป็นคดีใหญ่อันดับสองที่ใช้ระบบลูกขุน นับตั้งแต่ญี่ปุ่นนำระบบร่วมศาล-ลูกขุนมาใช้เมื่อปี 2552 แต่คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด และจะต้องยือเยื้อต่อไปอีก เนื่องจากทนายจำเลยยื่นอุทธรณ์ทันทีหลังฟังคำตัดสิน