เปิดปูมฆาตกรฆ่าหมู่ 59 ศพลาสเวกัส

อะไรเป็นมูลเหตุจูงใจให้ชายชาวอเมริกันวัย 64 ปี รัวกระสุนฆ่าคนตายเกือบ 60 คน บาดเจ็บกว่า 500 คน


               สิ่งที่ชาวอเมริกันและทั่วโลกอยากจะรู้มากที่สุดในเวลานี้ก็คือ อะไรเป็นมูลเหตุจูงใจให้ สตีเฟน แพ็ดด็อก ชายชาวอเมริกันวัย 64 ปี รัวกระสุนลงมาจากชั้น 32 ของโรงแรมชื่อดัง “มันดาเลย์ เบย์” ในมหานครลาสเวกัส ใส่ฝูงชนที่กำลังเพลิดเพลินกับคอนเสิร์ตเพลงคันทรีกลางแจ้ง ราวกับภาพยนตร์สยองขวัญ เมื่อคืนวันที่ 1 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น

 

เปิดปูมฆาตกรฆ่าหมู่ 59 ศพลาสเวกัส

ภาพ : เอเอฟพี

 

               “เอริค แพดด็อก” ญาติใกล้ชิดอย่างน้องชาย ก็มืดแปดด้านเช่นกัน ครั้งหลังสุดที่พี่ชายติดต่อมาคือการส่งข้อความมาถามว่า มารดาวัย 90 ปี ในเมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา มีไฟฟ้าใช้หรือไม่ หลังพายุเฮอริเคนเออร์มาพัดกระหน่ำเมื่อกลางเดือนกันยายน จากนั้นโทรศัพท์มาถามไถ่อีกครั้ง และส่งวอล์กเกอร์จากเนวาดาไปให้แม่ใช้

               สองสัปดาห์ต่อมา พี่ชายของเขาฆ่าคนตายเกือบ 60 คน บาดเจ็บกว่า 500 กลายเป็นฆาตกรสังหารหมู่ครั้งนองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา

               เอริค บอกนักข่าวที่หน้าบ้านพักในออร์ลันโดว่า ไม่มีวี่แววเลยว่าพี่ชายของเขาจะฆ่าคนแบบไม่เคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อนได้ เท่าที่รู้จักกันมา 57 ปี พี่ชายไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับองค์กรทางการเมือง ศาสนา และไม่ใช่พวกเชิดชูผิวขาว เป็นคนปกติธรรมดา เป็นลูกชายที่ส่งคุกกี้กล่องโตไปให้แม่เป็นประจำ

 

เปิดปูมฆาตกรฆ่าหมู่ 59 ศพลาสเวกัส

Stephen Paddock

 

               แพดด็อก เคยเป็นนักบัญชี มีใบอนุญาตนักบิน ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม กระทั่งใบสั่งก็ไม่เคยเจอ ปัญหาทางการเงินก็ไม่มี ฐานะเข้าขั้นสุขสบายด้วยซ้ำ เขาเป็นเจ้าของบ้านสองหลังในเนวาดา หลังหนึ่งเป็นบ้านสองชั้นในเมืองเมสเก ชุมชนคนหลังเกษียณเงียบสงบแถบทะเลทราย ห่างจากเมืองหลวงแห่งการเสี่ยงโชคราว 130 กิโลเมตร อีกหลังอยู่ชานเมืองรีโน เมืองการพนันอีกแห่งทางเหนือของรัฐเนวาดา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ประเมินมูลค่าบ้านทั้งสองหลังว่าราคากว่า 7 แสนดอลลาร์สหรัฐ

               เพื่อนบ้านในเมืองเมสเก และรีโน กล่าวถึงแพดด็อกว่า เป็นคนเงียบๆ บางครั้งก็ดูหงุดหงิด แต่ส่วนใหญ่มักเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร

 

เปิดปูมฆาตกรฆ่าหมู่ 59 ศพลาสเวกัส

ภาพ : เอเอฟพี

 

               ที่บ้านในเมืองเมสเก แพดด็อกอยู่กับเพื่อนหญิงชื่อ แมรีลู แดนลีย์ สตรีเชื้อสายเอเชียวัย 62 ปี แต่เธออยู่ในกรุงโตเกียวขณะเกิดเหตุ เมื่อกลับไปยังสหรัฐ จะเข้าให้ข้อมูลแก่เอฟบีไอ

               น้องชายของเขากล่าวว่า สตีเฟนเป็นนักเสี่ยงโชคตัวยง ชอบเล่นวิดีโอโปกเกอร์ เดิมพันครั้งละหลายพันดอลลาร์อยู่บ่อยครั้ง และเคยส่งข้อความไปบอกครั้งหนึ่งว่า เล่นพนันได้ 2.5 แสนดอลลาร์สหรัฐ

               แต่สิ่งที่ตำรวจพบในห้องพักโรงแรมมันดาเลย์ เบย์ ไม่ใช่เงิน แต่เป็นปืน 23 กระบอก รวมถึงปืนไรเฟิล บางกระบอกติดกล้องส่องทางไกล และมีอย่างน้อยหนึ่งกระบอกที่อาจปรับการทำงานเป็นปืนอัตโนมัติได้ นอกจากนี้ ที่บ้านของเขาก็พบอาวุธเพิ่มอีก 19 กระบอก กระสุนหลายพันนัด และวัตถุระเบิดจำนวนหนึ่ง ส่วนในรถยนต์ของเขา ก็พบแอมโมเนียไนเตรท สารเคมีที่ใช้ประกอบระเบิดอีกหลายปอนด์

 

เปิดปูมฆาตกรฆ่าหมู่ 59 ศพลาสเวกัส

ภาพ : เอเอฟพี

 

               เบื้องต้น พนักงานสอบสวนเชื่อว่า อาวุธปืนที่มือสังหารหมู่ครอบครอง ซื้อมาอย่างถูกกฎหมาย ร้านขายปืนในเมืองเมสเก “กันส์ แอนด์ กีตาร์ส” ระบุว่า เคยขายปืนให้แก่แพดด็อก และลูกค้ารายนี้ไม่มีสิ่งบ่งชี้หรือมีเหตุอันใดให้เชื่อว่าเป็นบุคคลไม่เหมาะสมครอบครองปืน

               น้องชายกล่าวว่า ไม่เข้าใจอีกเช่นกันว่า ได้ปืนอัตโนมัติพวกนั้นมาจากไหน พี่ชายไม่เคยเป็นทหาร และไม่ใช่พวกชอบคลั่งไคล้ปืน จะต้องมีสิ่งผิดปกติอย่างมากเกิดขึ้นกับพี่ชายของเขา

 

 

               ปมปัญหาในชีวิตเดียวที่มีคือการเป็นเด็กบ้านแตก เบนจามิน ฮอสกินส์ แพดด็อก หรือ แพททริก บิดาของทั้งคู่ เป็นโจรปล้นธนาคารที่เคยต้องโทษจำคุก แต่แหกคุกหลบหนีในปี 2511 และถูกเอฟบีไอขึ้นบัญชีเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ต้องการตัวมากที่สุด 10 คน ช่วงมิถุนายน 2512 - พฤษภาคม 2520 เอฟบีไอ ระบุว่า แพทริกเป็นบุคคลอันตรายมากและป่วยจิต ก่อนถูกจับกุมตัวได้ในปี 2521

               เอริค กล่าวว่า เขาและพี่ชายไม่ได้รู้จักพ่อมากนัก เขาลืมตาดูโลกขณะพ่อกำลังหลบหนี แต่ไม่เชื่อว่าพี่ชายจะซึมซับความเป็นอาชญากรมาจากพ่อ และเขาไม่มีคำอธิบายใดๆ “พวกเราสับสนและตกตะลึงจนพูดไม่ออก เหมือนอุกกาบาตตกลงมาใส่”

 

 

 

 


เปิดอ่าน