นิรมล สีตาระมัณ จากนักเศรษฐศาสตร์สู่รมว.กห.คนแรกอินเดีย

ทำความรู้จักกับ นิรมล สีตาระมัณ รัฐมนตรีกลาโหมหญิงคนแรกของแดนภารตะ


                    รัฐบาลอินเดียหลายชุดที่ผ่านมา รัฐมนตรีหากเป็นผู้หญิงก็ดูเหมือนจำกัดอยู่แต่กระทรวงที่เป็นสัญลักษณ์ “อำนาจอ่อน” (soft power) อย่างกระทรวงความยุติธรรมทางสังคม กระทรวงสื่อสารและกระจายเสียง กระทรวงพัฒนาเด็กและสตรี สาธารณสุข การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ดังนั้น การปรับคณะรัฐมนตรีอินเดียครั้งใหญ่เมื่อสุดสัปดาห์ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี จึงเรียกเสียงฮือฮา เมื่อแต่งตั้ง นางนิรมล สีตาระมัณ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมหญิงคนที่สองในประวัติศาสตร์ ต่อจากนายกรัฐมนตรีอินทิรา คานธี อดีตผู้นำหญิงที่เคยควบเก้าอี้กลาโหมสองวาระ ช่วงปี 2518 กับ 2523-2525 หรือจะกล่าวว่า อินเดียได้รัฐมนตรีหญิงกลาโหมเต็มตัวคนแรกในประวัติศาสตร์ก็ไม่ผิด


                    ในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม นางนิรมลยังเป็นหนึ่งในสภารัฐมนตรีด้านความมั่นคง (ซีซีเอส) ซึ่งเป็นเสาหลักของรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และทำให้เวลานี้ซีซีเอสอันทรงอิทธิพลมีรัฐมนตรีหญิงถึง 2 คนที่ร่วมตัดสินใจในประเด็นยุทธศาสตร์และความมั่นคงของยักษ์ใหญ่เอเชียใต้ นอกเหนือจากนางสุษมา สวราช รัฐมนตรีต่างประเทศหญิง กับรัฐมนตรีชาย 2 คน (รัฐมนตรีมหาดไทยและรัฐมนตรีคลัง)


                    รัฐมนตรีกลาโหมหญิงมีอยู่หลายคนทั่วโลกในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในกรณีของอินเดีย การตั้งนางนิรมล วัย 58 ปี มาคุมกระทรวงที่เคยมีแต่ผู้ชายรับผิดชอบมายาวนาน 35 ปี ด้านหนึ่งมีเสียงแซ่ซ้องว่าเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญของนายกฯ โมดี เป็นการทำลายกำแพงและยอมรับบทบาทความสามารถของสตรี แต่ก็มีคำถามขึ้นมาทันทีว่า เหตุใดเธอจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสุดสำหรับตำแหน่งสำคัญและในห้วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ จากสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนกับปากีสถานและจีน


                    สื่ออินเดียอย่างอีโคโนมิคไทมส์ ระบุในบทความว่า ในช่วงเวลาเช่นนี้ควรใช้บริการรัฐมนตรีกลาโหมที่มีปูมหลังอยู่ในสายงานหรือไม่ อย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ต่างก็มีอดีตนายพลเป็นรัฐมนตรีกลาโหม และที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ก็เป็นนายพลเกษียณอีกเช่นกัน แต่ปูมหลังของนิรมลไม่เคยผ่านการศึกษาด้านการป้องกันประเทศ

 

 

นิรมล สีตาระมัณ จากนักเศรษฐศาสตร์สู่รมว.กห.คนแรกอินเดีย


                    รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ปัจจุบันอายุ 58 ปี เธอเกิดในครอบครัวชนชั้นกลางที่เมืองมทุไร รัฐทมิฬนาฑุ ทางใต้ บิดาทำงานในการรถไฟ มารดาเป็นแม่บ้าน วัยเด็กใช้ชีวิตอยู่ในหลายเมืองของรัฐ เพราะย้ายไปตามงานของบิดา จบการศึกษาปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยาวหะราล เนรูห์ สถาบันการศึกษาชั้นนำของอินเดีย ในกรุงนิวเดลี


                    หลังจากนั้นเข้าทำงานเป็นผู้ช่วยนักเศรษฐศาสตร์ในสมาคมวิศวกรรมการเกษตร ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ต่อมาเป็นผู้บริหารอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์และวิจัยบริษัทไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ ในกรุงลอนดอนเช่นกัน ทั้งยังเคยทำงานที่บีบีซีภาคบริการโลกช่วงสั้นๆ หลังกลับอินเดียเธอดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์นโยบายสาธารณศึกษา ในเมืองไฮเดอราบาด


                    ช่วงปี 2546-2548 เป็นหนึ่งในคณะกรรมการสตรีแห่งชาติ และเป็นปากเสียงในหลากหลายประเด็นด้านบาทบาทสตรี ก่อนเข้าสู่วงการเมืองตามสามี ที่มาจากครอบครัวนักการเมือง ปัจจุบันสามีของเธอเป็นที่ปรึกษาด้านการสื่อสารของมุขมนตรีรัฐอันตรประเทศ


                    นางนิรมล เข้าร่วมงานกับพรรคภารติยะชนตะ (บีเจพี) ในปี 2549 สองปีจากนั้น เข้าไปนั่งในคณะกรรมการบริหารพรรค และเป็นโฆษกพรรคขณะเป็นฝ่ายค้านในปี 2553 หลังจากนั้นไม่นาน เธอกลายสมาชิกพรรคบีเจพีที่มีความโดดเด่นบนหน้าจอโทรทัศน์ ด้วยรูปแบบและไหวพริบในการพูด เธอเป็นหนึ่งในแกนนำพรรคบีเจพีไม่กี่คนที่มีความสามารถในการสื่อสาร ชัดเจนตรงประเด็น และโต้ตอบภาษาอังกฤษอย่างไม่ต้องพยายาม

 

 

นิรมล สีตาระมัณ จากนักเศรษฐศาสตร์สู่รมว.กห.คนแรกอินเดีย


                    ฮินดูสถานไทมส์ ให้ข้อมูลปูมหลังของเธอว่า ในช่วงแรกของการทำหน้าที่โฆษก นักการเมืองหญิงคนนี้ยอมรับว่าภาษาฮินดีของเธอไม่ดีนัก แต่ไม่นานก็พูดได้อย่างคล่องแคล่ว เธอไม่เคยทำให้หัวหน้าพรรคผิดหวัง รวมถึงการพูดปกป้อง นเรนทรา โมดี สมัยเป็นมุขมนตรีรัฐคุชราตซึ่งเผชิญข้อหาหนักจากเหตุจลาจลนองเลือดฮินดู-มุสลิมในปี 2545 เธอวิจัยค้นคว้าข้อมูลหัวข้อที่เธอต้องพูดเสมอ แต่ไม่ทำตัวโดดเด่น มักทำงานอยู่ในห้องเล็กๆ ในที่ทำการพรรคบีเจพี เธอยังเป็นหนึ่งในแกนนำพรรคไม่กี่คนที่หิ้วคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป


                      การแต่งตั้งเธอนั่งรัฐมนตรีกลาโหม เป็นความประหลาดใจรอบสองจากนายกฯ โมดี หลังจากเลือกเธอมานั่งรัฐมนตรีพาณิชย์หลังชนะเลือกตั้งในปี 2557 ขณะนั้นเธอยังไม่ได้เป็นสมาชิกรัฐสภาด้วยซ้ำ และเมื่อมาทำหน้าที่รัฐมนตรีกระทรวงนี้ นางนิรมลเป็นนักเจรจาหาตัวจับยาก ประสบความสำเร็จในการผลักดันมุมมองจากอินเดียในที่ประชุมองค์การกาค้าโลก สร้างความประทับใจแก่นายกรัฐมนตรีโมดี


เหตุผลที่เลือก 


                    อินเดีย เอ็กซ์เพรสส์ สอบถามเหตุผลในการเลือกสตรีผู้นี้มาคุมกระทรวงกลาโหมจากแกนนำพรรคบีเจพี หลายคนกล่าวว่า ปัจจัยแรกคือ นายอรุณ เชฏลี ต้องการสละตำแหน่งนี้เพื่อทุ่มเทให้การทำหน้าที่รัฐมนตรีคลังเต็มที่ หลังควบสองตำแหน่งมานาน 6 เดือน นับตั้งแต่มโนฮาร์ พาริคาร์ อดีตรัฐมนตรีกลาโหม ลาออกไปรับตำแหน่งมุขมนตรีรัฐกัว และในบรรดาแกนนำอาวุโสของพรรค มีผู้เข้าข่ายไม่มาก นิรมลคือผู้ที่เหมาะสมที่สุด 
                  

                   เธอฉายแววตั้งแต่เป็นโฆษกพรรค เรื่อยมาจนถึงรัฐมนตรีพาณิชย์ เป็นคนที่เรียนรู้เร็ว จัดการได้ดี และเลือกใช้ถ้อยคำระวังระวัง ซึ่งคุณสมบัติหลังสุด แตกต่างสิ้นเชิงกับ มโนฮาร์ พาริคาร์ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมที่มักจะพูดมากเกินไปในบางครั้ง โดยเฉพาะในประเด็นอ่อนไหวอย่างการเผชิญหน้าบนที่ราบสูงด็อกคารามกับจีน ที่เพิ่งคลี่คลายลงไปไม่นาน ตำแหน่งนี้ต้องการบุคคลที่พูดจาผ่านการไตร่ตรองอย่างดีแล้วในประเด็นความมั่นคงของชาติ อีกทั้งความสามารถในการสร้างเครือข่ายกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทรงอิทธิพล ประจักษ์ชัดในการเจรจาการค้าของเธอ


                  นอกจากคุณสมบัติเหล่านี้แล้ว นายกรัฐมนตรีที่ต้องการกันกระทรวงกลาโหมออกจากเรื่องอื้อฉาวทุกอย่าง ยังเล็งเห็นความขยันและซื่อสัตย์ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือการมองข้ามไปถึงศึกเลือกตั้งปี 2562 ความที่เธอมาจากรัฐทมิฬนาฑุและมีสายสัมพันธ์การเมืองแข็งแกร่งในรัฐและรัฐอื่นทางใต้ รวมถึงการเป็นสมาชิกสภาสูง จากรัฐกรณาฏกะ เชื่อว่าจะช่วยพรรคบีเจพีได้มากในสนามเลือกตั้งทางใต้ 


                ทันทีที่เข้าทำหน้าที่ รัฐมนตรีกลาโหมหญิงจะต้องพิสูจน์ฝีมือในการยกระดับความทันสมัยของกองทัพอินเดียและสานต่อแผนปฏิรูปครั้งใหญ่ทั้งในส่วนของกระทรวงและกองทัพ รวมถึงปฏิรูปกระบวนการจัดซื้อและแผนเพิ่มการลงทุนและผลิตทางการทหารลดการนำเข้า ภายใต้นโยบาย ‘Make in India’
 


เปิดอ่าน