“คนไร้เพศ” คนแรกของสหรัฐฯ

พงศธร สโรจธนาวุฒิ มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.) pongsathorn.whaf@gmail.com



                เมื่อเดือนที่ผ่านมา มีรายงานว่าศาลประจำมลรัฐโอเรกอน ตัดสินให้บุคคลคนหนึ่ง ดำรงสถานะแบบบุคคลไร้เพศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นับเป็นครั้งแรกของโอเรกอน และครั้งแรกของสหรัฐฯ ที่บุคคล “ไร้เพศ”ได้รับการยืนยันตัวตนทางกฎหมาย


                ตามข่าวบอกว่า บุคคลคนนี้ชื่อว่า “แพท” ก่อนหน้านี้สถานะทางเพศตามกฎหมายระบุเป็นเพศชาย แต่แพทกล่าวว่า เขารู้สึกมาตั้งแต่ยังเด็กว่า “เพศ” แบบที่สังคมตั้งข้อกำหนดไว้ คือเพศหญิง และเพศชาย ดูไม่เข้ากับตัวเอง พอโตขึ้นมาก็ได้เรียนรู้คำว่า “คนข้ามเพศ” ก็คิดว่าตนเองก็ไม่ได้อยากข้ามเพศ แพทนิยามตนเองว่าเป็นคนไร้เพศ (Agender) 


                คำว่าไร้เพศ หรือ Agender มีที่มา โดยปกติ สังคมมักคาดหวังว่าเพศจะต้องแบ่งเป็นแค่ชายและหญิง ระบบความเชื่อนี้ถูกเรียกว่า เพศแบบ Binary คือบอกว่าเพศมีแค่ 2 แบบเท่านั้น แต่พอสังคมเริ่มมีบุคคลหลากหลายทางเพศมากขึ้น ซึ่งคิดว่าตนเองไม่ใช่เพศชายและหญิงแบบที่สังคมกำหนดมาได้นิยามเพศขึ้นใหม่ 


                ทุกวันนี้ มีคนนิยามตัวเองว่าเป็นเพศแบบ Non-Binaryคือเพศที่ไม่ได้มีแค่ 2 โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่  ซึ่งเชื่อว่าเพศมีลักษณะเป็นเฉดสี หรือสเปกตรัม ที่เราจะเป็นเพศอะไรก็ได้ตามที่ตนเองนิยาม


                บุคคลหลากหลายทางเพศหลายคนนิยามตัวเองว่าเป็น Queer หรือเพศกลาง ไม่สังกัดชายหญิง และต้องการให้คนอื่นเรียกตัวเองด้วยสรรพนามสำหรับเพศกลาง เช่น They แทน He หรือ She แต่สำหรับแพท ซึ่งถือว่าตนเองไร้เพศ บอกว่าตนไม่สังกัดเพศอะไร ไม่ใช่ Queer และไม่ได้อยู่บนเฉดสีสเปกตรัมใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นไม่ต้องการให้เรียกด้วยสรรพนามเพศกลาง แต่ให้เรียกชื่อไปเลย


                เอมี่ โฮล์ม เฮนน์ ผู้พิพากษาประจำศาลเขตมัลโนมาห์ รัฐโอเรกอน ผู้ตัดสินคำร้องเรียนของแพท ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า การตัดสินใจให้เปลี่ยนเพศจากชายเป็นไร้เพศ ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการสนับสนุนสิทธิของประชาชนที่ควรได้รับความคุ้มครอง อย่างไรก็ดี แพทอาจมีปัญหาในการกรอกเอกสารทางการต่างๆ เช่น ใบขับขี่ พาสปอร์ต เพราะสถานะ “ไร้เพศ” อาจสร้างความงุนงงได้


                แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ ทั้งสหรัฐฯ และประเทศต่างๆ ในโลก เปิดรับคนหลายทางเพศมากขึ้น ล่าสุดกรุงวอชิงตันดีซี อนุญาตให้คนที่ไม่ต้องการระบุเพศในใบขับขี่ สามารถเติมคำว่าXลงไปในช่องระบุเพศ แทนคำว่า Male หรือ Female ได้


                ส่วนที่แคนาดา ก็มีกรณีทารกไม่ระบุเพศเป็นรายแรกของประเทศ และมีการบันทึกไว้ในสูติบัตรว่าเพศU (unknownหรือไม่ระบุ เพราะผู้ปกครองของเด็กเชื่อว่าการเอาลูกใส่ไว้ในกรอบความเป็นหญิง ชาย จะเป็นการบีบบังคับลูก ลูกควรมีสิทธิ์เลือกเพศได้ด้วยตนเองเมื่อโตขึ้น


                ขณะที่ประเทศอย่าง อินเดีย เนปาล ปากีสถาน เยอรมนี ออสเตรเลีย ฯลฯ ก็อนุญาตให้คนที่เป็น “เพศกลาง” หรือไม่ใช่เพศหญิงและชาย สามารถดำรงสถานะเพศกลางในเอกสารทางการอย่างบัตรประชาชนและพาสปอร์ตได้


                ทุกวันนี้ ความหลายหลากทางเพศ จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียง LGBT (Lesbian Gay Bisexual Transgender) แต่มีการขยายออกไปเรื่อยๆ ตามสีสเปกตรัมที่มีไม่จำกัด เพศในยุคปัจจุบัน จึงมีความลื่นไหลไม่ตายตัว มีมากมายหลายแบบ ตามสังคมที่หลากหลายและแตกต่างของมนุษย์


(เครดิตภาพ Designed by Freepik


เปิดอ่าน