“ทรัมป์” ภัยสุขภาพผู้หญิง

พงศธร สโรจธนาวุฒิ มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.) pongsathorn.whaf@gmail.com



            นับตั้งแต่การขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในด้านการบริหารประเทศ กิริยามารยาทส่วนตัว และนโยบายบางประการที่สร้างผลกระทบให้แก่คนหมู่มาก และขณะนี้ พบว่าสุขภาพผู้หญิงทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบแล้วเช่นกัน


            ประเด็นสุขภาพผู้หญิงที่ว่านี้คือการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย มีการรณรงค์ว่าผู้หญิงท้องไม่พร้อมควรมีทางเลือกในการได้รับบริการยุติตั้งครรภ์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยวิธีการที่ถูกต้องทางการแพทย์ ในอายุครรภ์ที่เหมาะสม และถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งแต่ละประเทศจะระบุไว้ว่าสามารถทำได้ในกรณีใดบ้าง เช่น ของประเทศไทยระบุไว้ว่าสามารถยุติตั้งครรภ์ได้ในกรณีผู้หญิงถูกข่มขืน หรือมีปัญหาทางสุขภาพกาย ใจ เป็นต้น


            การสนับสนุนการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย เป็นการเป็นการลดอัตราการทำแท้งเถื่อน ที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากต้องติดเชื้อและเสียชีวิต ซึ่งองค์กรอนามัยโลกประเมินไว้ว่ามีผู้หญิงไม่ต่ำกว่า 50,000 คนต่อปีต้องตายด้วยเหตุนี้ และยังมีอีกเป็นจำนวนมากที่ได้รับบาดเจ็บ หรือทำไม่สำเร็จทำให้เด็กที่คลอดออกมาพิการ


            แต่การพูดถึงทำแท้ง มักเกิดกระแสต่อต้านทุกครั้ง เพราะคนชอบเหมารวมการทำแท้ง ว่าต้องเป็นแบบการทำแท้งเถื่อน สกปรก อันตรายไปเสียทั้งหมด ในสหรัฐฯ เองก็มีกลุ่มต่อต้านการทำแท้งและผู้เคร่งศาสนาผลักดันกฎหมายต่อต้านทำแท้งมาตลอด


            ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามคำสั่ง Mexico City Policy ประกาศว่าห้ามหน่วยงานเอกชน หรือเอ็นจีโอในประเทศ รวมถึงระหว่างประเทศ รับเงินทุนของรัฐบาลสหรัฐเพื่อไปใช้ทำงานด้านการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการ การประชาสัมพันธ์ หรือเป็นเพียงการให้ข้อมูลความรู้ก็ตาม 


            ทางการสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่าถ้าไม่มีกฎหมายนี้ สหรัฐฯ จะต้องให้เงินทุนสนับสนุนองค์กรทำงานด้านนี้มากกว่า 9 พันล้านดอลลาร์ การมีกฎหมายนี้จะช่วยให้สหรัฐฯ รับประกันได้ว่าเงินภาษีประชาชนจะไม่เอาไปใช้ในภารกิจดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นกรณีที่มีความจำเป็นอย่างถูกข่มขืนก็ตาม


            ซูซาน อีเลอร์ ประธานองค์กร The Population Action International (PAI) ซึ่งให้บริการด้านอนามัยเจริญพันธุ์ในหลายประเทศ เชื่อว่ากฎหมายของทรัมป์จะส่วผลกระทบต่อผู้หญิงในประเทศกำลังพัฒนามหาศาล โดยเฉพาะในแถบอเมริกาใต้ และแอฟริกา เพราะประเทศส่วนใหญ่ในแถบนี้ไม่มีบริการยุติตั้งครรภ์ แต่ผู้หญิงประสบปัญหาท้องไม่พร้อมกันเยอะ เนื่องจากขาดความรู้และไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์คุมกำเนิด ดังนั้นผู้หญิงจึงต้องพึ่งพิงหน่วยงานต่างประเทศเข้ามาช่วยเหลือ


            มีรายงานว่าขณะนี้ มีคลินิก หรือสถานบริการหลายแห่งทั้งในและนอกสหรัฐฯ ต้องปิดตัวลงเพราะไม่ได้รับเงินทุนสนับสนุนให้ดำเนินการกิจการต่อ ขณะเดียวกัน การขาดแคลนเงินทุนในด้านการทำงานยุติการตั้งครรภ์ ก็ส่งผลกระทบให้เงินทุนส่วนอื่นๆ เช่น การสนับสนุนด้านการคุมกำเนิด การฝากครรภ์ ถูกตัดทอนไปด้วย


            องค์กร Marie Stopes International (MSI) ที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์และคุมกำเนิดกว่า 37 ประเทศทั่วโลกประเมินว่า กฎหมายนี้จะทำให้ผู้หญิงที่ได้รับบริการโดย MSI เข้าถึงอุปกรณ์คุมกำเนิดลดลง 1.5 ล้านคน และจะมีผู้หญิงท้องไม่พร้อมเพิ่มขึ้น 6.5 ล้านคนทั่วโลก และกฎหมายที่ทรัมป์ออกก็ไม่ได้ช่วยให้การทำแท้งลดลงแต่อย่างใด


            ขณะที่ฝั่งรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในแถบยุโรปเองก็มีการพูดคุยถึงทางออกอื่นๆ ที่จะช่วยเหลือผู้หญิงในประเทศกำลังพัฒนา เพราะที่ผ่านมาสหรัฐฯ เป็นผู้ให้เงินทุนสนับสนุนด้านสุขภาพมากที่สุดมาตลอด แต่ในเมื่อทรัมป์ออกกฎหมายเช่นนี้ ก็ควรมีการระดมทุนกัน เช่น กองทุน She Decides ของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ที่ขณะนี้ระดมไปได้กว่า 180 ล้านเหรียญแล้ว


            นอกจากนี้ ยังมีองค์กรเอกชนหลายแห่งที่บอกว่าจะเข้ามาให้ความร่วมมือด้านการเงินมากขึ้น เพราะต่อจากนี้ไปคงหวังพึ่งพิงแต่เพียงรัฐบาลสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ทุกประเทศต้องร่วมมือกันให้มากกว่านี้
    
 


เปิดอ่าน