รู้จักกับ ‘คอปติก’ คริสต์ศาสนานิกายของอียิปต์

ความเป็นมาของคริสต์คอปติก และทำไมถึงเป็นเป้าโจมตีในอียิปต์

 

                            ชาวคริสต์อียิปต์นิกายคอปติกออร์โธดอกซ์ ตกเป็นเป้าโจมตีครั้งนองเลือดที่สุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มือระเบิดแบบฆ่าตัวตายที่ไอเอสอ้างว่าเป็นคนของตัวเอง โจมตีโบสถ์สองแห่งที่เมืองตันตอ และเมืองอเล็กซานเดรีย คร่าชีวิตผู้เคราะห์ร้ายถึง 45 คน บาดเจ็บอีกกว่า 100 คน และจากนี้ไป 3 เดือน อาจจะได้เห็นกองกำลังความมั่นคงอียิปต์เดินหน้ากวาดล้างขนานใหญ่ต่อกลุ่มไอเอสและกลุ่มสุดโต่ง โดยอาศัยอำนาจตามสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการประกาศใช้ครั้งแรกนับจากเหตุไม่สงบในประเทศหลังการยึดอำนาจเมื่อปี 2556                           

 

 รู้จักกับ ‘คอปติก’ คริสต์ศาสนานิกายของอียิปต์

 

                          ประธานาธิบดีอับดุล ฟาตะห์ อัล ซิซี ได้พูดไว้แล้วว่าการกวาดล้างกลุ่มสุดโต่ง จะใช้เวลายาวนานและเจ็บปวด ซึ่งสะท้อนว่าจะไม่ง่าย และไม่มีหลักประกันว่าชนกลุ่มน้อยชาวคริสต์ในประเทศจะเผชิญเหตุนองเลือดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย จึงน่าจะมาทำความรู้จักกันว่าชาวคอปติกเป็นใคร เหตุใดถึงตกเป็นเป้า        

                          ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ นักวิชาการด้านศาสนวิทยา เคยเขียนอธิบายไว้บนเพจเฟซบุ๊ก “ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat”ไว้ดังนี้ 
                          คริสต์ “คอปติก” คือคริสต์ศาสนานิกาย “คอปติกออร์โธดอกซ์” นั่นเอง แต่ชื่อเต็มที่เป็นทางการคือ นิกายอียิปต์ออร์โธดอกซ์แห่งอเล็กซานเดรีย ชื่ออังกฤษคือ Coptic Orthodox Church of Alexandria
                           คำว่า “คอปติก” หมายถึงอียิปต์ ศาสนาคริสต์ทั่วโลกแบ่งเป็นนิกายใหญ่ๆ สามนิกาย ประกอบด้วย นิกายโรมันคาทอลิก นิกายออร์โธด็อกซ์ และโปรเตสแตนต์
                            ถ้าพูดให้ง่ายเข้าก็คือเป็นคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ของประเทศอียิปต์โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นสายหนึ่งของศาสนจักรนิกายออร์โธดอกซ์คำว่า “คอปติก” (Coptic) ในภาษาอังกฤษผันแปรมาจากภาษาอาหรับว่า “กิ๊บตีย์” หรืออ่านตามภาษาอังกฤษว่า “Gypt” ซึ่งหมายถึงชาวอียิปต์ตามความหมายของภาษาอาหรับหลังจากชนะสงครามในปี ค.ศ.641 คำว่า Coptic เป็นคำใช้เรียกชาวอียิปต์ที่นับถือศาสนาคริสต์โดยเฉพาะ
                            ปัจจุบันนี้คริสตชนคอปติกมีอยู่ราว 13-15 เปอร์เซ็นต์ของประชากรชาวอียิปต์ทั้งหมด (92 ล้านคน) ส่วนใหญ่จะอยู่ในหัวเมืองห่างไกล และไม่ใช่เป็นคนส่วนใหญ่ในชุมชนนั้นๆ คนส่วนใหญ่ของอียิปต์นับถือศาสนาอิสลาม

 

 รู้จักกับ ‘คอปติก’ คริสต์ศาสนานิกายของอียิปต์

 


                            ในความเป็นจริงแล้วชาวคริสต์คอปติกไม่ได้มีอยู่แต่ในอียิปต์ แต่อยู่ในประเทศอื่นด้วย ได้แก่ เอธิโอเปีย เอริเทรีย และเป็นชนกลุ่มใหญ่ในประเทศเหล่านั้น แต่กลับเป็นชนกลุ่มน้อยกลุ่มใหญ่ของอียิปต์เอง แต่คอปติกก็ถือเป็นชาวคริสต์กลุ่มใหญ่ที่สุดในอียิปต์และตะวันออกกลางทั้งหมด นอกจากนี้ ก็ยังมีชาวคริสต์คอปติกที่ย้ายถิ่นฐานและออกไปเผยแผ่ศาสนาทั่วโลก จึงมีการสร้างโบสถ์ลูกของคอปติกไว้มากมายในหลายประเทศและหลายทวีป ทั้งในอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย ฮอลแลนด์ บราซิล และอีกหลายๆ ประเทศในทวีปแอฟริกา และเอเชีย ฉะนั้นทุกวันนี้เราจึงสามารถเห็นโบสถ์คริสต์คอปติกไม่ใช่แต่ในอียิปต์หรือในตะวันออกกลางเท่านั้น


                            ในแง่ประวัติศาสตร์ ศาสนาคริสต์คอปติกนี้แยกตัวจากคริสต์ออร์โธดอกซ์เดิมตั้งแต่สภาคาลเซดอนในปี ค.ศ.451 เนื่องจากความขัดแย้งทางศาสนศาสตร์ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติของพระคริสต์
แต่จุดเริ่มต้นของคริสต์ศาสนาในประเทศอียิปต์จริงๆ แล้วเริ่มต้นไกลไปถึงคริสตจักรสมัยแรก เพราะเชื่อว่า ท่านมาระโก หรือนักบุญมาร์ค เป็นผู้เดินทางมาประกาศที่นี่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 (ราว ค.ศ.42) ท่านมาเทศนาประกาศและถูกข่มเหงในเมืองอเล็กซานเดรีย ในช่วงที่จักรพรรดิเนโรปกครองกรุงโรม หลังจากท่านมาระโกเสียชีวิตในเมืองอเล็กซานเดรีย ศพก็ถูกฝังอยู่ในโบสถ์ชื่อ “บูคาลิส” (Beucalis) 
                            ต่อมา ใน ค.ศ.828 ศพท่านก็ถูกขโมยและนำไปวางไว้ในวิหารเวนิส และจากตรงนี้เองประมุขของคริสต์คอปติก หรือเรียกว่า โป๊ปของศาสนจักรคอปติก จึงถือว่าเป็นผู้สืบทอดของท่านมาระโก (ในขณะที่โป๊ปของศาสนจักรคาทอลิกจะถือว่าเป็นผู้สืบทอดของอัครสาวกเปโตร) และเนื่องจากอียิปต์เป็นประเทศที่มีประวัติในพระคัมภีร์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่โยเซฟและมารีได้พาพระกุมารเยซูเดินทางมาลี้ภัยจากเฮโรด คริสต์คอปติกจึงมีประเพณีการต้อนรับการมาเยือนของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ในอียิปต์จนถึงปัจจุบัน

 

 รู้จักกับ ‘คอปติก’ คริสต์ศาสนานิกายของอียิปต์

( พระสันตปาปา ตาวาดรอสที่ 2 ประมุขคริสต์คอปติก ภาพ AFP ) 


                            ชาวคริสต์คอปติกในอียิปต์มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์คริสตจักรตั้งแต่ยุคแรก จากการที่มีการสร้างโรงเรียนสอนคริสต์ศาสนา (หรือโรงเรียนพระคริสตธรรม) ในเมืองอเล็กซานเดรีย ซึ่งถือเป็นโรงเรียนคริสตศาสนศาสตร์แห่งแรกๆ ของโลก นักวิชาการคนแรกที่ได้ชื่อว่าเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนนี้คือ Pantaenus ซึ่งทำหน้าที่ประมาณ 20 ปี ในช่วงระหว่าง ค.ศ.180-200 นอกจากนี้ชาวคริสต์คอปติกยังเป็นผู้ก่อตั้งอารามแห่งแรกในโลก (อารามหมายถึงชุมชนของกลุ่มบาทหลวง (หรือกลุ่มแม่ชี) ที่มาอยู่ร่วมกันเพื่อถือสันโดษและสมถะ ภาวนาและศึกษาพระวจนะ)
                            ในแง่ของธรรมเนียมประเพณี เรื่องหนึ่งที่คริสเตียนคอปติกแตกต่างไปจากชาวคริสต์ทั่วไปคือ เรื่องคริสต์มาส คริสตชนคอปติกจะฉลองคริสต์มาสในวันที่ 7 มกราคม ไม่ใช่ 25 ธันวาคมนอกจากนี้คริสเตียนคอปติกจะมีเหตุผลของการอดอาหารมากกว่าคริสเตียนอื่นๆ ในแต่ละปี คริสเตียนคอปติกจะถือศีลอดมากกว่า 210 วัน ในช่วงอดอาหารจะไม่กินอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ (เนื้อ ไก่ ปลา นม ไข่ เนย) สำหรับคนที่เคร่งครัดจะไม่ดื่มหรือกินอาหารเริ่มตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นและตก จะกินได้ก็ต่อเมื่อพิธีรับมหาสนิท
                            ในส่วนของประเทศอียิปต์แล้ว ศาสนาคริสต์ถือเป็นศาสนาสากลอันแรกที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ แต่เป็นศาสนาคริสต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากที่อื่น แต่ต่อมาก็ถดถอยลงไปเพราะสงครามที่กองทัพอิสลามได้รุกรานอียิปต์ในปี 639 ทำให้ชาวคริสต์คอปติกเหลือจำนวนน้อยลงมาก จนคอปติกต้องกลายเป็นศาสนารองมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ถึงกระนั้นก็มีการฟื้นฟูและยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

( ที่มา เฟซบุ๊ค ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat คอปติก' คริสตศาสนานิกายของอียิปต์!   ) 

 

 เหตุใดจึงตกเป็นเป้า

 

 รู้จักกับ ‘คอปติก’ คริสต์ศาสนานิกายของอียิปต์


                    ความสัมพันธ์กับมุสลิมในประเทศที่เคยราบรื่นดี เริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ประธานาธิบดีกามัล อับเดล นัสเซอร์ ปลุกกระแสชาตินิยมในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1950 ด้วยความพยายามปลดแอกอียิปต์จากอิทธิพลตะวันตก เป็นประเทศอาหรับบริสุทธิ์ ชาวคริสต์ซึ่งนับถือศาสนาเดียวกับพวกตะวันตกเริ่มถูกกีดกัน และหลังสถานการณ์ในอียิปต์เลวร้ายโดยลำดับนับจากสงครามตะวันออกกลาง ชาวคอปติกเริ่มหลั่งไหลออกนอกประเทศ
                    คราใดที่รัฐปราบปรามกลุ่มแข็งข้ออิสลามนิยมสุดขั้ว ชาวคริสต์คอปติกมักตกเป็นเป้าล้างแค้นตอบโต้ และการโจมตีเริ่มถี่และรุนแรงขึ้นอย่างปรากฏชัด หลังกองทัพโค่นอำนาจประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี เมื่อปี 2553 คริสต์อียิปต์ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนการล้มล้างประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งและมีฐานเสียงจากขบวนการภราดรภาพมุสลิม โดยมองจากภาพที่สมเด็จพระสันตะปาปาตาวาดรอสที่ 2 ประมุขนิกายคอปติกองค์ปัจจุบัน ทรงปรากฏพระองค์ข้างอับเดล ฟัตตาห์ อัล ซิซี สมัยเป็นผู้บัญชาการกองทัพ แถลงข่าวการปลดมอร์ซีทางโทรทัศน์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 พร้อมด้วยบุคคลสำคัญฟากฝ่ายค้านและมุสลิม
                    ชาวคอปติกยังถูกเลือกปฏิบัติเนืองๆ แม้รัฐธรรมนูญอียิปต์รับรองเสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่ก็ประกาศว่าอิสลามเป็นศาสนาอย่างเป็นทางการ และห้ามหันไปนับถือศาสนาอื่น ทั้งมีบทลงโทษสถานหนักฐานหมิ่นศาสนา เช่นเมื่อกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ศาลตัดสินลงโทษวัยรุ่นคริสต์ 3 คน จำคุก 5 ปี ฐานหมิ่นอิสลาม ทั้งสามปรากฏตัวในวิดีโอล้อเลียนการละหมาด แต่อ้างว่ากำลังล้อไอเอสที่มักตัดศีรษะนักโทษ
                    ในทางการเมือง ชาวคริสต์ก็แทบไร้บทบาท รัฐสภาชุดปัจจุบันเป็น ส.ส.คริสต์เพียง 36 คน จากทั้งหมด 596 คน และ 24 คน ได้ที่นั่งจากระบบโควตาอิงจากศาสนา


เปิดอ่าน