ข่าว

 ‘ทีเอทีพี’มารดาซาตาน...ระเบิดเบลเยียม

‘ทีเอทีพี’มารดาซาตาน...ระเบิดเบลเยียม

26 มี.ค. 2559

‘ทีเอทีพี’มารดาซาตาน...ระเบิดเบลเยียม : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

            หลังเกิดเหตุระเบิด “สนามบินซาเวนเทม” และสถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค กลางกรุงบรัสเซลส์ วันที่ 22 มีนาคม 2559 ทำให้มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้นประมาณ 30 รายและบาดเจ็บกว่า 270 ราย ภาพหลักฐานคลิปวิดีโอขณะเกิดระเบิดนั้น ทำให้สหภาพยุโรปต้องรีบส่งผู้เชี่ยวชาญชุดใหญ่เข้าร่วมทีมกับเจ้าหน้าที่เบลเยียมทันที

            เพื่อค้นหาหลักฐานเบื้องต้นว่าผู้ก่อการร้ายใช้วัตถุระเบิดประเภทไหนทำไมอานุภาพร้ายแรงขนาดนั้น !

            ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง มีรายงานข่าวพบหลักฐานระเบิด ทีเอทีพี ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับกลุ่มระเบิดฆ่าตัวตายใช้ก่อเหตุที่กรุงปารีสเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 และ พบว่าน่าจะมีปริมาณมากกว่าเพราะสภาพความเสียหายเป็นวงกว้างถึงขนาดต้องสั่งปิดสนามบินทั้งหมดเป็นการชั่วคราว

            ผู้เชี่ยวชาญจาก “อีโอดี” หน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด หรือ (EOD :Explosive Ordnance Disposal) ประจำการอยู่ภาคใต้ อธิบายให้ฟังว่า ทีเอทีพี ย่อมาจากคำว่า ไตรอะซิโตน ไตรเปอร์ออกไซด์ (Triacetone Triperoxide) ส่วนใหญ่ในประเทศไทยเรียกกันสั้นๆ ว่า “ระเบิดเปอร์ออกไซด์” แต่ถ้าเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายจะเรียกนิกเนมหรือชื่อเล่นว่า มารดาของซาตาน (Mother of Satan)

            “เป็นวัตถุระเบิดที่มีลักษณะเป็นผลึกสีขาวเกิดจากการทำปฏิกิริยาของสารเคมี 2 ชนิด คือ ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์กับอะซิโตน และผสมกรดบางชนิดเพื่อเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเป็นระเบิดที่มีอานุภาพร้ายแรงและถ้าการทำงานของระเบิดสมบูรณ์ไม่ค่อยเหลือหลักฐานไว้ บางครั้งพวกผู้ก่อการร้ายจะใส่วัสดุเช่นเศษเหล็ก ลูกบอลเหล็กหรือตะปูเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายเป้าหมายให้ขยายวงกว้างขึ้นไปอีก สามารถจุดติดง่ายด้วยการตั้งนาฬิกาให้ระเบิด หรือใช้แรงกระแทก ลักษณะการระเบิดของทีเอทีพีทำให้เกิดแรงดันมหาศาลเพียงเสี้ยววินาที คล้ายกับหลักการทำงานของการสลายตัวของสารที่ใช้ในถุงลมนิรภัยในรถยนต์”

            เมื่อถามว่าประเทศไทยที่ภาคใต้เคยพบหลักฐานว่ามีการใช้ระเบิดประเภทนี้หรือไม่ ?

            ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นกล่าวว่า ยังไม่เคยตรวจพบมาก่อน คาดว่าเป็นเพราะสารประกอบวัตถุระเบิดทีเอทีพีค่อนข้างมีราคาแพง ถ้าเปรียบเทียบกับสารเคมีอื่นที่นิยมใช้ดัดแปลงทำระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ อย่างไรก็ตามช่วงนี้คงต้องมีการระวังมากขึ้นและให้ความรู้ประชาชนช่วยกันสังเกตว่ามีอะไรผิดปกติต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

            ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ทีมสืบสวนรายงานว่าจากการปูพรมตรวจอาคารและพื้นที่ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย เจ้าหน้าที่สหรัฐได้รับข่าวกรองแลกเปลี่ยนจากเบลเยียมว่าพบระเบิดทีเอทีพีที่ยังไม่ทำงาน 2 ลูกในสนามบิน นอกจากนี้ช่วงคืนวันที่ 22 มีนาคม ยังพบสถานที่ซุกซ่อนวัตถุระเบิดทีเอทีพีอีกประมาณ 13-15 กิโลกรัมรวมถึงวัสดุที่ใช้ในการประกอบระเบิดจำนวนหนึ่งไม่ห่างจากพื้นที่เกิดระเบิด

            จากหลักฐานระเบิดทีเอทีพีข้างต้น ทำให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์กันว่า กลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้กำลังสร้างอาวุธใหม่ที่น่ากลัวกว่าที่ผ่านมา เพราะสามารถพัฒนาระเบิดทีเอทีพีได้ในปริมาณมากอย่างที่ไม่เคยมีรายงานมาก่อน

            นั่นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่หน่วยงานความมั่นคงทั่วโลกกำลังติดตามรายละเอียดของระเบิดชนิดนี้อย่างใกล้ชิด !

            “คม ชัด ลึก” สอบถามไปยังนักเคมีของไทย ซึ่งอธิบายเพิ่มเติมว่า ทีเอทีพีเป็นระเบิดมีส่วนประกอบจากสารเคมีที่หาซื้อได้ตามตลาดทั่วไป เพราะเป็นส่วนผสมของน้ำยาล้างเล็บ น้ำยาล้างแผล น้ำยาบ้วนปาก ฯลฯ เป็นสารเคมีไวต่อ “ความร้อน” และ “ความสั่นสะเทือน” สามารถทำให้เกิดระเบิดได้ง่ายเพียงแค่กระแทกแรงๆ ทำให้มีคนนำไปดัดแปลงทำเป็นระเบิดรองเท้าหรือระเบิดกางเกงใน

            “ระเบิดเปอร์ออกไซด์ หรือทีเอทีพีเป็นระเบิดแรงดันสูง อานุภาพการทำลายล้างคล้ายระเบิด “ทีเอ็นอี” แต่สิ่งที่ยากคือ การประกอบระเบิดต้องเชี่ยวชาญจริงๆ เพราะเกิดอุบัติเหตระหว่างระเบิดได้ง่ายมาก และที่สำคัญช่วงขนย้ายต้องระมัดระวังสูง แต่ที่เบลเยียมค้นพบปริมาณระเบิดจำนวนหลายสิบกิโลกรัม แสดงให้เห็นว่า ผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้กำลังวางแผนทำงานใหญ่ แค่ระเบิดไม่ถึง 1 กิโลกรัมก็ทำลายสนามบินได้ในวงกว้างแล้ว แรงอัดบางครั้งมากกว่าระเบิดทีเอ็นที 2 เท่า”

            นักเคมีข้างต้นยอมรับว่า ปัจจุบันสารเคมีที่ใช้ประกอบเป็นระเบิดทีเอทีพีนั้น ประเทศไทยยังไม่ได้ประกาศให้เป็นวัตถุระเบิดตามคำสั่งของกระทรวงกลาโหม ดังนั้น อยากให้พิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดในยุโรปว่าแสดงว่า กลุ่มก่อการร้ายพัฒนาการประกอบระเบิดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและทำได้ในปริมาณมาก พร้อมแนะนำทิ้งท้ายไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า

            “อยากขอให้รัฐบาลไทยรีบประกาศควบคุมการซื้อการขายสารเคมีเหล่านี้ ถ้าโรงงานหรือบริษัทใดมีความจำเป็นในการซื้อ ต้องให้ลงทะเบียนก่อนและระบุให้ชัดเจนว่า จะนำไปใช้ผลิตอะไร ในปริมาณเท่าไร มีหลักฐานตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครก็ได้มาซื้อไปในปริมาณมากๆ โดยไม่มีบันทึกเก็บไว้” นักเคมีข้างต้นกล่าวแนะนำ

             “มารดาของซาตาน” ระเบิดทีเอทีพี กลายเป็นประเด็นสำคัญของหน่วยงานปราบปรามผู้ก่อการร้ายทั่วโลก ประเทศไทยจะตื่นตัวและมีการออกมาตรการอย่งไร ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด !