'โจวซื่อหมิง'นักชกบัญชีดำในใจไทย

มุมชีวิต 'โจวซื่อหมิง' : โดย ... ศุภชัย วุฒิชูวงศ์

          หลังจากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นรุ่นน้ำหนัก 49 กก. ในกีฬาโอลิมปิกที่กรุงลอนดอน ซึ่ง "แก้ว พงษ์ประยูร" นักชกชาวไทยพ่ายแพ้แบบค้านสายตาคนไทยทั้งประเทศ ทำให้ชื่อของ “โจวซื่อหมิง” นักชกชาวจีนถูกขึ้นบัญชีดำในใจของคนไทยจำนวนมาก 

 

          หากแต่อีกมุม นักกีฬาชาวจีนก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็นเหมือน “จักรกล” ชิ้นหนึ่งซึ่งต้องนำความภาคภูมิมาให้ประเทศ ลบคำสบประมาทในอดีตที่จีนถูกมองว่าเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย”  นักกีฬาของจีนแทบจะไม่มีหลักประกันอะไรในชีวิตหากว่าไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ พวกเขายังแทบจะไม่อาจกำหนดทางเดินชีวิตของตัวเองได้เลย และโจวซื่อหมิง ก็เป็นหนึ่งในนั้น

          ชื่อของ โจวซื่อหมิง เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวจีนเมื่อเขาคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และได้ตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้งด้วยการคว้าเหรียญทองในโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งเมื่อ 4  ปีก่อน  

          โจวซื่อหมิง เล่าถึงชีวิตในวัยเด็กว่า เขามีหน้าตาเหมือนเด็กผู้หญิงและรูปร่างเล็ก จึงถูกรังแกอยู่เป็นประจำจนมีรอยแผลเป็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ เขาเริ่มฝึกมวยเมื่ออายุ 14 ปีและเข้าโรงเรียนกีฬาแห่งนครเซี่ยงไฮ้ จนกระทั่งได้รับคัดเลือกเป็นทีมชาติเมื่อปี 2000

          โจวซื่อหมิง เรียกแนวทางการชกมวยของตัวเองว่าเป็น “เทคนิคโจรสลัด” คือโจมตีอย่างรวดเร็วและรุนแรง จากนั้นก็ถอยฉากออกมาเพื่อปิดโอกาสคู่ต่อสู้ในการตอบโต้ อย่างไรก็ตามผู้ชมชาวจีนจำนวนไม่น้อยวิจารณ์ว่า การชกของโจวซื่อหมิงไม่สนุก เพราะมุ่งเน้นแต่การใช้เทคนิคชั้นเชิงหลบหลีก และฟุตเวิร์ก มากกว่าจะดวลกันแบบหมัดต่อหมัด

          ชีวิตบนสังเวียนของโจวซื่อหมิงด้อยสีสันไปถนัดตา เมื่อเทียบกับชีวิตส่วนตัวของเขา โจวซื่อหมิงมีภรรยาเป็นถึงผู้ประกาศสาวสวยประจำช่องข่าวตลาดหุ้นของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ของจีน คือ “หลัน เป่าอิง”

          หลัน เป่าอิง เป็นทั้งผู้ประกาศสาว อดีตนางแบบ และนางงามหลายเวที ชาวจีนจำนวนไม่น้อยไม่เชื่อว่าสาวงามที่เปี่ยมความรู้เรื่องเงินๆ ทองๆ จะเลือกคู่ครองเป็นนักมวยที่ใช้แรงกายหาเลี้ยงชีพ

          เส้นทางรักของโจวซื่อหมิง และหลัน เป่าอิง เริ่มต้นขึ้นเมื่อทั้งคู่พบกันครั้งแรกในงานเลี้ยงที่เมืองจุนอี้ บ้านเกิดของทั้งคู่ เมื่อเดือนเมษายน ปี 2006 ขณะนั้นผู้ประกาศสาวไม่รู้ว่าฝ่ายชายเป็นใครมาจากไหน จนกระทั่งผู้จัดงานแนะนำว่า โจวซื่อหมิง คือนักมวยแชมป์โลก และยังเป็นชาวเมืองกุ้ยโจว บ้านเกิดเดียวกับเธอ  

          หลัน เป่าอิง เล่าถึงความรู้สึกแรกพบว่า เธอแทบไม่เชื่อว่านักมวยแชมป์โลก ทำไมถึงผอมขนาดนี้ แถมยังเตี้ยกว่าเธอด้วยซ้ำ? แต่เธอก็ประทับใจในความอ่อนน้อมของชายหนุ่มคนนี้ ในช่วงเย็นหลังเสร็จสิ้นงาน โจวซื่อหมิง นัดผู้ประกาศสาวสวยไปกินข้าวด้วยกัน ซึ่งพ่อแม่ของชายหนุ่มก็มาด้วย ทำให้ผู้ประกาศสาวถึงกับวางตัวไม่ถูก

          หลังจากอาหารค่ำมื้อนั้น ทั้งคู่สานสัมพันธ์ผ่านทางโทรศัพท์อย่างสม่ำเสมอ แต่นักมวยหนุ่มเปิดฉากจู่โจมอย่างรวดเร็วเหมือนกับลีลาบนสังเวียน 5 วันให้หลังเขาได้บอกรักหลัน เป่าอิง อย่างเป็นทางการ เพราะว่าอีกไม่กี่วันต่อมา โจวซื่อหมิง ต้องบินไปฝึกซ้อมที่ประเทศคิวบานานถึง 1 เดือนเต็ม

          แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นดาวเด่นในแวดวงอาชีพของตนจนดูเหมือนสมกันดั่งกิ่งทองใบหยก แต่เส้นทางรักของทั้งสองคนก็ถูกตั้งคำถามจากคนใกล้ชิดมากมาย เพื่อนฝูงของฝ่ายชายตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเป็นแชมป์โอลิมปิก ฝ่ายหญิงถึงได้สนใจ “คนขายแรง” อย่างโจวซื่อหมิง ส่วนเพื่อนของหลัน เป่าอิง ก็เตือนว่า ชีวิตนักกีฬาจะต้องใช้เวลาฝึกซ้อมและตระเวนแข่งมากกว่าจะได้อยู่กับครอบครัว ยากจะมีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ ยิ่งเมื่อเทียบกับสถานะผู้ประกาศสาวด้วยแล้ว เธอย่อมมีโอกาสรู้จักกับนักธุรกิจกระเป๋าหนักมากมายที่เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

          แต่ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร ทั้งคู่ก็เลือกที่จะสานต่อพรหมลิขิตร่วมกัน จนกระทั่ง 4 ปีต่อมา โจวซื่อหมิง ได้ขอหลัน เป่าอิง แต่งงานอย่างเป็นทางการ โดยสินสอดชิ้นสำคัญ คือ เหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่ง ทั้งคู่ได้ทำพิธีหมั้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2010        

          จากนั้นในปี 2011 ครอบครัวของทั้งคู่ได้ตกลงจะจัดพิธีสมรส โดยได้เลือกวันมงคล คือวันวาเลนไทน์ 14  กุมภาพันธ์ แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด โดยก่อนหน้าฤกษ์งามยามดีเพียงไม่กี่สัปดาห์ โจวซื่อหมิงได้รับหนังสือจากกระทรวงกีฬาของจีนแนะนำให้จัดพิธีสมรสก่อนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อตารางการฝึกซ้อมของทีมชาติ และยังเป็นช่วงเวลาสะดวกที่บรรดาผู้นำจะมาร่วมงานได้ เพราะอยู่ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน คำแนะนำจากเบื้องบนทำให้บ่าวสาวไม่มีทางเลือกอื่นใด และจัดพิธีมงคลสมรสในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ หลังเทศกาลตรุษจีนเพียง 3 วัน

          ต้นเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน โจวซื่อหมิง และภรรยาได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้ชาวจีนด้วยการเผยแพร่ภาพถ่ายคู่ที่แสดงให้เห็นว่าทั้งคู่กำลังจะมี “ทายาท” และในวันที่ 27 มิถุนายน หลัน เป่าอิง ได้ให้กำเนิดลูกชาย ซึ่งเป็นที่มาของคำสัญญาของโจวซื่อหมิง ก่อนลอนดอนเกมส์ว่า “ผมจะนำเหรียญทองเป็นของขวัญวันเกิดครบ 1 ขวบให้ลูกชาย”

          โจวซื่อหมิง ทำตามสัญญาที่ให้ลูกชายได้สำเร็จ แต่นักกีฬาจีนอีกหลายคนต้องปิดฉากชีวิตไปพร้อมกับลอนดอนเกมส์ ทั้งนักกีฬาแบดมินตันที่ถูกวางยุทธศาสตร์ให้เล่นอย่างไม่สมศักดิ์ศรี เพื่อหลีกเลี่ยงการพบกับคู่แข่งชาติเดียวกัน หรือเเม้เเต่ “หลิวเซียง” แชมป์โลกวิ่งข้ามรั้วที่ต้องลงแข่งขันทั้งที่บาดเจ็บ  

          แม่ของหลิวเซียงกล่าวหลังจากลูกชายพลาดพลั้งในการแข่งขันว่า “ตอนนี้เขาเป็นบุตรของประเทศ หลังจบโอลิมปิกถึงจะคืนให้ฉัน หากเขาทำผิดพลาดอะไร ขอให้ทุกคนอภัยให้เขาด้วย”  

 

          นักกีฬาชาวจีนไม่เพียงต้องคว้าชัยชนะเพื่อเป็นหลักประกันอนาคตเท่านั้น เเต่ยังต้อง “ใช้หนี้บุญคุณ” ประเทศด้วย ตัวแทนชาวจีน 1,300 ล้านคนเหล่านี้ บางครั้งก็ไม่สามารถกำหนดชีวิตตัวเองได้ ต้องเดินตามสิ่งที่ประเทศชาติหรือคนส่วนใหญ่คาดหวังไว้ เหมือนเช่น โจวซื่อหมิง ที่เเม้เเต่วันเเต่งงานก็กำหนดเองไม่ได้ ...บางทีการเเพ้ชนะบนเวที เขาอาจไม่ได้เป็นคนกำหนดเองเช่นเดียวกัน

 

 

--------------------

(มุมชีวิต 'โจวซื่อหมิง' : โดย ... ศุภชัย วุฒิชูวงศ์ <top.supachai@gmail.com>)

 

 


เปิดอ่าน