'2นางพญา'ร้านอาหารไทยในอียิปต์

เปิดโลกวันอาทิตย์ : สองนางพญาแห่งร้านอาหารไทย 'บัวขาว' ในอียิปต์ แปลง 'ความทุกข์' เป็นโอกาสสร้างอนาคตจนยิ่งใหญ่ : โดย ... ดลหมาน ณ ไคโร

          ความรักอาจทำให้คนตาบอด ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนโง่ หรือทำให้คนดีๆ กลายเป็นคนบ้า แต่บางคนที่จิตใจเข้มแข็ง ทำใจได้เมื่อรักกลายเป็นทุกข์ ก็พร้อมจะแปลง "ความผิดหวัง" เป็นโอกาสในการแสวงหาความก้าวหน้าให้แก่ตัวเอง แปลง "ความทุกข์" เป็น "ความสุข" ในการได้ทำในสิ่งที่ใจรัก รวมทั้งยังได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ท้ายสุดความดีนี้ก็เห็นผลทันตาเมื่อทำให้อยู่รอดปลอดภัยในช่วงที่เกิดกลียุคขึ้นในอียิปต์

 

          ยุพดี สวามิวัสดุ์ หรือ "คุณต้อย" คือหนึ่งในกลุ่มคนที่ไม่ยอมทอดอาลัยในชีวิตยามที่ครอบครัวซึ่งเธอได้ใช้ชีวิตกับสามีชาวอียิปต์มีปัญหาถึงขั้นหย่าร้างก็ตาม “ไม่คิดอะไรมากหากเขาอยู่กับเรา หรือเราอยู่กับเขาแล้วมีแต่ความทุกข์ใจ ไม่เชื่อใจไม่ไว้ใจกัน หรือเห็นคนอื่นดีกว่าเรา “เชิญไปเลยที่ชอบๆ เพราะฉันไม่แคร์ แม่คลอดฉันมาต้องเสี่ยงกับชีวิตเพื่อฉัน แล้วฉันจะมามัวเสียใจเอาชีวิตมาจมปลักกับน้ำตาให้กับคนที่ไม่เคยเจ็บเพื่อฉันนะเหรอ..ขอโทษมันไร้สาระเกินไป” 

          คำพูดจริงใจ ไม่เสแสร้ง กอรปกับท่าทางนักเลงๆ ไม่เกรงใครของคุณต้อย เจ้าของร้านอาหารไทยบัวขาว ในประเทศอียิปต์ ร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกมีการันตีความเป็นสุดยอดร้านอาหารจากต่างประเทศเยอะแยะมากมาย จนขณะนี้มีสาขาร้านอาหารทั่วประเทศอียิปต์กว่า 8 แห่ง และที่ประเทศตุรกีหนึ่งแห่ง 

          ที่สำคัญหัวใจเธอมีแต่การสร้างความดี เผื่อแผ่แก่ผู้ยากไร้ จนเป็นที่พึ่งพาของทุกคนในสังคมต่างๆ ในอียิปต์ ไม่ว่าจะสังคมไทย สังคมอาหรับ หรือชาติๆ อื่น เธอใช้เสน่ห์ความเป็นไทยอย่างน่าชื่นชม แต่ก่อนมีวันนี้คุณต้อยบอกว่า “ไม่ง่ายเลย ทุกอย่างต้องใช้เวลา ใช้ความอดทนและการเรียนรู้”

          คุณต้อยเผยถึงชีวิตก่อนจะมาเป็นเจ้าของร้าน "บัวขาว" ว่า หลังเรียนจบรัฐศาสตร์การทูตจากธรรมศาสตร์ ก็ได้แต่งงานกับหนุ่มออสเตรียจนมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ก่อนจะเลิกราหย่าร้างกัน ต่อมาได้พบกับหนุ่มชาวอียิปต์คนหนึ่ง หน้าตาดี สูงสมาร์ท สมส่วนชายชาตรี พูดจานุ่มนวล ซึ่งได้เข้ามาทักทายเธอก่อน จากนั้นก็หาทางทำความรู้จักกับครอบครัวของเธอจนท้ายสุดก็ขอแต่งงาน ซึ่งเธอก็ไม่ปฏิเสธ ไม่ใช่เพราะเขามีอาชีพเป็นกัปตันบนเครื่องบิน แต่อาจจะเป็นเพราะรักด้วยในช่วงที่กัปตันหนุ่มตามตื๊อตามง้อ

          "ผู้หญิงเราจะแพ้ผู้ชายก็ที่เขาเอาใจเก่ง ดูแลเทคแคร์เราทุกอย่าง พี่ได้เข้าพิธีแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่ประเทศไทย และชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนไปเพราะการเป็นภรรยากัปตันหมายถึงจะต้องเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้ ได้เห็นความแตกต่างและมุมมองขยายกว้างขึ้น ทุกประเทศที่พี่เดินทางไปพี่ไม่ได้ไปเปล่าเลย พี่จะศึกษาและเรียนรู้ไปด้วย"

          "การเป็นแฟนกัปตันก็ดีไปอย่าง ได้เดินทางไปทั่วโลกเลยทีเดียว ชีวิตคู่ของพี่ก็ถือว่าโอเคอยู่ในตอนแรกๆ ที่มาอยู่ในประเทศอียิปต์ พี่ทำหน้าที่ศรีภรรยาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทั้งฝ่ายพ่อแม่พี่เองและฝ่ายพ่อแม่ของสามี แต่อย่างที่เรารู้กัน ส่วนใหญ่แล้วสังคมอียิปต์เขาจะอยู่ระบบของพ่อแม่ ถึงแม้ลูกจะออกเรือนไปแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังมีความรักที่ไม่ทิ้งกันในตระกูลของเขา บางทีก็ดูเหมือนว่าเขาจะหนักไปทางการไว้ใจเชื่อฟังพ่อแม่เขามากเลยทีเดียว ซึ่งพี่ก็ไม่ได้เอาเรื่องนี้มาคิดหรือมาบ่อนทำลายความรักที่เรามีต่อกัน เพราะหญิงไทยเราไม่ต้องการมีสามีหลายคนและจะพยายามรักษาไว้ซึ่งสามีให้นานที่สุด แต่หลายๆ ครั้งเข้าบางทีความอดทนก็ต้องหมดลงเช่นกัน"

          คุณต้อยยอมรับว่าต้นเหตุของปัญหาระหองระแหงมาจากน้องสาวของสามี ซึ่งจะแสดงท่าทีไม่พอใจทุกครั้งที่สามีของคุณต้อยซื้อของมาฝากเธอหรือเธอซื้อของให้เขา การกระทบกระทั่งเริ่มบานปลายเนื่องจากเธอเป็นคนพูดตรง อ้อมค้อมไม่เป็น ไม่ใช่แค่เธอกับครอบครัวของสามีเท่านั้น แต่รวมถึงสามีด้วย

          "ชีวิตไม่ได้ราบรื่นเลยจริงๆ แม้จะเป็นนางฟ้าเดินทางข้ามน่านฟ้าเกือบทุกประเทศ จนวันหนึ่งพี่รู้สึกอิ่มตัวกับการเดินทาง การใช้ชีวิตแบบคุณนายที่เดินทางไปต่างประเทศเพื่อช็อปปิ้ง เข้างานสังคมหรูๆ พบปะผู้หลักผู้ใหญ่ บางทีความสบายเกินไปตรงนี้ทำให้เราเริ่มรู้ว่า ความสุขที่แท้จริงไม่ใช่แค่การได้ใช้เงิน การเที่ยวเตร่ และการเดินทาง แต่ความสุขที่แท้จริง มันอยู่ที่ความพอใจที่เราจะทำอะไรสักอย่างที่มันเป็นตัวของเรา" 

          "ในช่วงที่พี่ว่างพี่ก็ได้เดินทางกลับเมืองไทยและได้พบกับเพื่อนรักของพี่ที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก คือ คุณนพวรรณ ณ นคร หรือคุณนพ ซึ่งในตอนนั้นคุณนพ มีบริษัทเป็นของตัวเองและมีธุรกิจส่วนตัว ได้พูดชักจูงพี่ถึงเรื่องการทำธุรกิจ ถามเกี่ยวกับอียิปต์น่าจะทำอาชีพอะไรได้บ้าง ทีแรกว่าจะนำเข้าและส่งออก แต่พี่บอกว่าถ้าทำธุรกิจเรื่องนี้อาจจะเสี่ยงเพราะพี่รู้จักนิสัยอาหรับดี ก็เลยยกเลิกไป คุณนพก็เสนอให้ลองเปิดร้านอาหารไทยดู จากการเดินทางกลับมาจากเมืองไทยในครั้งนั้น พี่ก็เริ่มเห็นอะไรหลายๆ อย่างตามที่คุณนพเพื่อนสนิทพูด และก็เริ่มคิดทำอาหารขายตามคำพูดของเพื่อนซี้"

          กลับจากเยือนไทยเธอก็ปรึกษากับสามีว่าอยากจะเปิดร้านอาหาร แต่สามีไม่เห็นด้วยเพราะไม่อยากให้เธอต้องเหน็ดเหนื่อย ความรักของทั้งสองจึงเริ่มตีบตัน

          "เมื่อพี่เริ่มเปิดร้านกับคุณนพ ที่มาอาดี และใช้ชื่อว่า “ร้านอาหารไทยบัวขาว” เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2534 ร้านของเรามีแขกเยอะมาก จนต้องขยายสาขาอีก ตอนแรกๆ พี่ต้องดูแลเพียงลำพังคนเดียวเพราะคุณนพไม่ได้มาประจำอียิปต์อย่างปัจจุบัน ตรงนี้ทำให้ความรักของคนบ้างานอย่างพี่เริ่มมีปฏิกิริยากับสามี และก็เกิดการทะเลาะกันด้วยหลายสาเหตุ โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิงที่คนอย่างพี่ก็พอจะรู้บ้าง แต่เพราะพี่มีความสุขกับการทำงาน ไม่ได้คิดระแวงอะไรมากมาย แต่ก็รู้สึกเสียใจลึกๆ ที่เขาไม่น่าทำกับเรา พี่คิดว่าความรู้สึกนี้ผู้หญิงเราคงจะเข้าใจ ในส่วนของสามี พี่ยอมรับว่าเขาเป็นคนดี สุภาพเรียบร้อย เขาบอกให้พี่เลือกระหว่างการเปิดร้านกับการมีชีวิตคู่ ท้ายสุดพี่ก็เลือกทางของพี่เอง และจดทะเบียนหย่ากันเรียบร้อย ทางใครทางมันและเป็นการสิ้นสุดความรักของเรา แต่ความเป็นเพื่อนยังคงมี"

          คุณต้อยยอมรับว่ากว่าจะทำใจได้ก็ต้องใช้เวลาไม่น้อย แต่แทนที่เธอจะเสียเวลาโทษใคร หรือโทษอดีต กลับแปลงความทุกข์ใจทุ่มเป็นโอกาสด้วยการเปิดกิจการร้านอาหารไทยอย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดของความรักหายไปกับการหั่นผัก หั่นเนื้อ และการผัดที่ใช้ไฟแรงๆ แบบสะใจที่ตัวเองเลือกในหนทางนี้

          "จากวันนั้นจนวันนี้ 20 กว่าปีแล้ว เรามีทั้งลูกจ้างที่เป็นอาหรับ และคนไทย พี่กับคุณนพเรามีความต่างกันที่ลงตัว คุณนพมีครอบครัวอบอุ่น เธอเป็นผู้หญิงสวย สบายๆ เป็นคนใจเย็น ส่วนพี่เป็นคนห้าวๆ ดุๆ และเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว เราสองคนมีความไว้วางใจกัน ซื่อสัตย์ต่อกันในหน้าที่ กลายเป็นคู่ดูโอ้ที่ลงตัว พี่กับพี่นพรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ จนจบและก็แยกย้ายกันไป การงานในร้านจึงรุดหน้าและพัฒนาไปด้วยดีตลอด หลายครั้งที่ได้รับจดหมายจากต่างประเทศอย่างเช่นอเมริกาหรือประเทศต่างๆ ให้ไปรับรางวัลการทำอาหารสะอาดอร่อยถูกหลักอนามัย ซึ่งพี่เองไม่ได้รู้หรอกว่าแขกที่มาที่ร้านพี่เป็นใครบ้าง เพราะเยอะจริงๆ ก็ดีใจที่พี่มีลูกทีมในร้านดีๆ กันทุกคน นอกจากดีแล้วยังรักร้านนี้เหมือนของตัวเอง"

          ในส่วนของการบริหารร้านนั้น คุณต้อยเผยว่า "พี่จะใช้ระบบการทำงานของความเป็นพี่น้อง มีอะไรคุยกันและช่วยเหลือกัน จนทุกวันนี้ทุกคนก็ยังอยู่กับพี่ เรื่องหนึ่งที่สำคัญคือการที่เราดูแลพนักงานแล้ว บางทีก็ต้องดูแลครอบครัวของเขาด้วย อย่างเช่นลูกจ้างอาหรับ พ่อแม่ป่วย พี่และคุณนพก็ต้องไปดูแลพาไปโรงพยาบาลจ่ายค่าดูแลให้อีกต่างหากเพราะเรามีความผูกพันกันไปทุกคน สิ่งนี้เองทำให้กลายเป็นกำแพงอย่างหนาที่สามารถหยุดยั้งอันตรายภายนอกเข้ามาสู่ภายในร้าน"

          "เมื่อตอนปฏิวัติที่อียิปต์ พี่และคนไทยที่ทำงานในประเทศอียิปต์ต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่บ้านพี่ และมีลูกจ้างอาหรับพี่นี่แหละมาช่วยกันดูแลพี่และคนไทยเสมือนหนึ่งเป็นยามรักษาความมั่นคงให้คนไทยเราเลย ร้านพี่ก็ไม่มีอะไรถูกขโมยหรือถูกทุบกระจกเหมือนร้านอื่น เพราะพี่มีลูกจ้างที่กตัญญูเหล่านี้มาคอยช่วยเหลือ นี่คือสิ่งที่เราได้จากการที่เราเผื่อแผ่และมีใจช่วยเหลือพวกเขา จนปัจจุบันนี้ร้านอาหารบัวขาวก็ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ และมีประชุมบ่อยมาก"

          "ตอนนี้แม้ใครๆ คิดว่าพี่และคุณนพอาจมีพร้อมแล้ว มาถึงจุดที่สูงสุดแล้ว แต่พี่กลับมองว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ย่อมไม่มีคำว่าสิ้นสุด และมันจะดำเนินต่อไปอย่างอิสระเช่นที่เราเป็นอยู่ ความสุขของพี่ไม่ได้อยู่ที่เงินทอง แต่อยู่ที่เราได้ทำสิ่งที่เรารักและอยากทำมากกว่าแม้จะเหนื่อยจะท้อแต่ก็ยังดีกว่าที่ต้องนั่งอยู่บนอากาศเพื่อไปประเทศต่างๆ เดินช็อปปิ้ง แต่งตัวสวยไปวันๆ ดูชีวิตไม่มีค่าเอาเสียเลยสำหรับพี่ ผิดกับการได้ทำบุญช่วยเหลือสังคมบ้าง พี่ว่ายิ่งเติมเต็มความสุขใจอีกด้วยค่ะ" 

          "สาเหตุนี้พี่ถึงบอกว่า ผู้หญิงไทยเราเข้มแข็งมาโดยตลอด แต่บางครั้งความรักที่ไม่สมหวังมันบ่อนทำลายความเข้มแข็งไปอย่างน่าเสียดาย แต่ถ้าเราผ่านมันมาได้ คิดได้ เชื่อไหมเราจะกลับไปมองว่า ไร้สาระจริงๆเรื่องความรัก”

          ผมรู้จักกับพี่ต้อย พี่นพ มากว่า 15 ปีแล้ว รู้จักก่อนที่จะมีชีวิตโลดแล่นอยู่บนสื่อด้วยซ้ำ ผมเป็นคนหนึ่งที่พี่ต้อยพี่นพสอนสั่งและให้กำลังใจมาโดยตลอด ให้เงินสนับสนุนในการออกงานเพื่อหน้าตาของประเทศไทยโดยไม่เรียกร้องสิ่งใดเลย วันนี้พี่ๆ ทั้งสองคนก็ยังคงอยู่  ยังคงเข้มแข็งและสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยเรามาโดยตลอด อยู่อย่าง 2 นางพญาผู้ยิ่งใหญ่ 

 

          หากมาอียิปต์แล้วไม่มารับประทานอาหารที่ร้านบัวขาว ก็เท่ากับว่า มาถึงพีระมิดแต่ยังไม่ได้ล่องแม่น้ำไนล์ ว่างั้นเถอะครับ

 

 

--------------------

(เปิดโลกวันอาทิตย์ : สองนางพญาแห่งร้านอาหารไทย 'บัวขาว' ในอียิปต์ แปลง 'ความทุกข์' เป็นโอกาสสร้างอนาคตจนยิ่งใหญ่ : โดย ... ดลหมาน ณ ไคโร)

 

 


เปิดอ่าน