Suckseed ห่วยขั้นเทพ

บันเทิง > travel  :  24 มี.ค. 2554

ระหว่างนั่งดูหนังเรื่องนี้ บรรยากาศในโรงเหมือนย้อนกลับไปสมัยมัธยม เวลาไปดูหนังพร้อมเพื่อนร่วมชั้นเรียนกลุ่มใหญ่ แต่ละคนมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังและแสดงออกมาอย่างไม่สนใจใคร ไม่น่าเชื่อว่าหลายสิบปีผ่านไป ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ ก็ยังมีเด็กมัธยมนั่งอยู่รายล้อม (ห

  ด้วยพล็อตเรื่องง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน เนื้อหาข้องเกี่ยววนเวียนอยู่กับเด็กวัยรุ่น 3-4 คน ที่พยายามหยิบจับทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาบ้าง หลังล้มเหลวกับหลายเรื่องที่ผ่านมา ทั้งความเหยาะแหยะไม่ตั้งใจ และทำอะไรก็เหลาะแหละไม่เคยเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่ทำ จนคิดว่าตัวเองนั้น ‘ห่วย’ ชนิด ‘ขั้นเทพ’ ที่คงไม่สามารถประสบความสำเร็จในเรื่องใดใดได้อีกแล้ว (เอาเข้าจริง สิ่งที่เด็กผู้ชาย 3 คนนี้ ล้มเหลว มีอยู่เรื่องเดียวคือจีบสาว แค่นั้นแหละ)

 คุ้ง, เป็ด และ เอ็กซ์ ก็เหมือนเด็กวัยรุ่นชายทั่วๆไป ตั้งแต่นิสัย ห่ามห้าว ขี้หลี (ในขณะที่ ‘เป็ด’ และ ‘เอ็กซ์’ ดันเป็นคนขี้อาย) ทำอะไรหยิบโหย่ง สนใจอะไรก็แค่ประเดี๋ยวประด๋าว เบื่อก็เลิกรา ทิ้งไปกลางคัน (หนังหยอกเอินพฤติกรรมเหล่านี้ ผ่านตัวละคร ‘คุ้ง’ ได้สุดฮา) ก่อนจะคิดเอาจริงเอาจังกับการตั้งวงดนตรี หลังถูกสบประมาทจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน (ซึ่งความตั้งใจจริง ก็แค่อยากเล่นโชว์หญิงมากกว่า) แต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นว่า วง ‘Suckseed’ ของพวกเขา เกิดไปเข้ารอบในการประกวดดนตรี  ‘Hot Wave Music Awards’ ระดับภูมิภาคไปซะงั้น

 “Suckseed ห่วยขั้นเทพ” หาได้โฟกัสเรื่องดนตรีแต่อย่างใด เพราะเอาเข้าจริง หนังมุ่งไปที่ความสัมพันธ์ของเพื่อน ที่แอบรักผู้หญิงคนเดียวกัน จนเกือบจะกลายเป็นรักสามเส้า หนังไม่ได้ไปไหนไกลมากกว่าแค่วนเวียนอยู่กับเรื่องราวเหล่านี้ ผ่านช่วงเวลาและความสัมพันธ์ในวัยเรียน เรื่องราวที่ดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่วิธีการเล่าเรื่องแต่ละช่วงตอน ตลอดจนรายละเอียดต่างๆ นั้น หาได้ทำเอาง่ายตามไปด้วย หากแต่เลือกเฟ้นกลวิธี ตั้งแต่เอามันเข้าว่า ฮาแตกเข้าไว้ ไปจนถึงใส่ใจในรายละเอียดพฤติกรรมวัยรุ่น และถ่ายทอดออกมาอย่างมีชั้นเชิง เติมอรรถรสความสนุกเข้าไปเต็มขั้น แถมยังเก่งในเรื่องจัดวางที่ทางในการนำศิลปินขวัญใจวัยรุ่น มาอยู่ในหนังได้อย่างถูกจังหวะเวลา เรียกเสียงฮาและเสียงกรี๊ดได้ในเวลาเดียวกัน เพราะเปิดเรื่องมาไม่ทันไร หนังก็ Quoteคำพูดของ สาวน้อย ‘เอิญ’ ในวัยเด็กว่า ‘เวลาฟังเพลงที่ชอบ ก็จะเหมือนมีเพื่อนมาอยู่ข้างๆ’ และไม่กี่นาทีจากนั้นแหละ...ฟี่ป็อด โมเดิร์นด็อก ก็มาพร้อมกับเพลง “ก่อน” (แต่จะมาไม้ไหน ต้องไปดูกัน แต่ที่ทำเอาฮาแทบโรงแตก ก็คงเป็นมุก ‘เลี้ยงส่ง’ บนรถไฟของ พี่โจ๊ก โซล คูล)

 เพราะเป็นหนังวัยรุ่น ทั้งนักแสดง รวมถึงคนทำก็น่าจะอยู่ในช่วงอายุที่เรียกว่าวัยรุ่นได้ (ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับวัย 26 ปี)  “Suckseed” จึงเต็มไปด้วยอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านในหลายๆ โมเม้นต์ โดยเฉพาะการเล่าเรื่องด้วยภาพการ์ตูนลายเส้นที่ทำให้เคลื่อนไหว หรือการเล่าเรื่องโดยแบ่งภาพเป็นช่องๆ ลักษณะเหมือนหนังสือการ์ตูน ซึ่งทั้งหมดนั้น ล้วนเคยเป็นบริบทที่เกิดขึ้นในส่วนหนึ่งของช่วงเวลาวัยรุ่น รวมถึงการเลือกเพลงฮิตในแต่ละยุคสมัย พร้อมจังหวะการวางเพลงที่ลงตัวในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งคนทำเก่งมากในเรื่องของจังหวะการตัดต่อที่เน้นย้ำ ‘จัมพ์คัท’ ด้วยลีลาแบบการ์ตูนในบางฉากบางตอน ซึ่งทำให้ Tempo ของเพลงและหนัง รวมถึงการวางตำแหน่งแห่งที่ของ ‘มุก’ ต่างๆ ไปด้วยกันได้อย่างลงตัวพอดิบพอดี

 แม้พล็อตจะเก่า แต่หนังกลับเต็มไปด้วยพลังความสดใหม่ (สำหรับหนังไทย) โดยเฉพาะเหล่านักแสดงหน้าใหม่ที่นอกจาก ‘Keep Character’ ของตัวเองไปตามหน้าที่แล้ว พวกเขายังเล่นอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถผสานการแสดงเข้ากับตัวตนได้อย่างกลมกลืน สร้างเสน่ห์ในแบบที่จับต้องได้ ทั้ง พชร จิราธิวัฒน์ ในบท ‘คุ้ง’ ธวัช พรรัตนประเสริฐ ในบท ‘เอ็กซ์’ ณัฐชา นวลแจ่ม ในบท ‘เอิญ’ รวมทั้ง จิรายุ ละอองมณี กับบท ‘เป็ด’ ที่แม้รัศมีซูเปอร์สตาร์เจิดจรัสแค่ไหน แต่เขาก็พยายามกดมันไว้ให้อยู่ภายใต้บุคลิกหนุ่มขี้อาย พูดน้อย ท่าทางเด๋อด๋า ได้อย่างน่าชื่นชม

 เป็นหนังวัยรุ่น ทำโดยคนที่ยังอยู่ในวัยรุ่น และโดนใจวัยรุ่น รวมทั้งผู้ใหญ่อีกหลายคน ให้นึกถึงช่วงเวลาของการเป็นคนห่วยๆ ในช่วงวัยรุ่นที่นึกขึ้นมาทำอะไรห่ามห้าว เพื่อพิสูจน์ตัวเองดูบ้าง แม้สุดท้ายจะไม่ได้เกิดผลอะไรในชีวิตขึ้นมาก็ตาม แต่อย่างน้อย มันก็เป็นห้วงเวลาที่เราสามารถจดจำได้ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

ชื่อหนัง : Suckseed ห่วยขั้นเทพ
ผู้เขียนบท-กำกับ : ชยนพ บุญประกอบ
นักแสดง : ‘เก้า’ จิรายุ ละอองมณี, ‘พีช’ พชร จิราธิวัฒน์, ‘แนท’ ณัฐชา นวลแจ่ม, ‘เอิร์ธ’ ธวัช พรรัตนประเสริฐ
เรตติ้ง : น.15+ ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป
วันที่เข้าฉาย : 17 มีนาคม 2554

"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"


เปิดอ่าน