มองผ่านเลนส์คม-บันทึกสุดท้าย

บันเทิง  :  1 พ.ย. 2553

เจอกันวันฌาปนกิจศพ "ตั๊ก วงศ์รัฐ" เพิ่งทราบจาก ืปรีดา ข้าวบ่อ ว่าทายาทผู้อภิวัฒน์ ศุขปรีดา พนมยงค์ เข้ารับรักษาอาการติดเชื้อในกระแสเลือดที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รังสิต

 สัปดาห์ถัดมา ไปร่วมงาน 80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์ เจอพี่สัมผัส พึ่งประดิษฐ์ จึงทราบข่าวเศร้าที่มากับสายลมหนาว

 หยิบหนังสือ 3 เล่มมาพลิกดูอีกครั้ง เพราะมันเป็น "มรดกวรรณกรรม" ของพี่ที่ฝากไว้กับแผ่นดินสยาม

 "โฮจิมินห์ เทพเจ้าผู้ยังมีลมหายใจ" เป็นเล่มแรกที่นักอ่านได้รู้จักพี่ศุขปรีดา ในฐานะผู้บันทึกประวัติศาสตร์เพื่อนบ้าน ตามมาด้วย "หวอเหงียนย้าป พี่ใหญ่แห่งกองทัพเวียดนาม"

 สำหรับเล่มล่าสุด "เรียนรู้ประวัติศาสตร์ลาว ผ่านชีวิตเจ้าสุพานุวง" ซึ่งก่อนหน้าพี่ศุขปรีดาได้เขียนลงเป็นตอนๆ ในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์

 ทั้งประธานโฮจิมินห์ แม่ทัพหวอเหงียนย้าป และเจ้าชายแดงแห่งล้านช้าง ล้วนเป็นตัวละครในประวัติศาสตร์ ที่มีความเกี่ยวพันกับรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์

 ปีที่แล้ว นักข่าวไทยโพสต์เคยสัมภาษณ์พี่ศุขปรีดาลงในฉบับแทบลอยด์วันอาทิตย์ และตอนหนึ่งได้ถามว่า เมื่อใดจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับเมืองไทย

 "ยังไม่ถึงเวลา ไม่อาจที่จะอยู่ในฐานะที่จะทำอย่างนั้นได้ ผมไม่อยากจะให้นำตัวเองเข้าไปข้องเกี่ยวกับเหตุการณ์ความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน"

 กลางกระแสการต่อสู้ทางการเมืองตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา พี่ศุขปรีดาพยายามเฝ้ามองอยู่เงียบๆ และเชื่อว่า "เจตนารมณ์ 2475" จะยังดำรงอยู่และมิอาจลบล้างได้

 "การต่อสู้กันระหว่างสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่ ในสิ่งเก่าที่ได้ถูกลดทอนลงไปจาก 2475 ก็ยังไม่หมดสิ้น ไม่ตายไปเสียทีเดียว อันนี้เป็นเรื่องของทางการเมือง เพราะฉะนั้นก็มีการลุกขึ้นมาใหม่ ต่อสู้ใหม่"

 เหมือนจะรู้สัญญาณอะไรบางอย่าง ปีนี้พี่ศุขปรีดาตัดสินใจเขียนบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในฐานะที่เขาเป็นบุตรชายของผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง-ปรีดี และท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์

 จึงเป็นที่มาของบทแรกของ "เมื่อสยามเข้าสู่การอภิวัฒน์ 24 มิถุนายน 2475" บันทึกแห่งประวัติศาสตร์การอภิวัฒน์บนแผ่นดินสยาม

 น่าเสียดายที่มันเพิ่งเริ่มต้น โรคภัยไข้เจ็บก็พรากพี่ศุขปรีดาไปจากเรา เหลือไว้เพียงบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังเขียนไม่จบ
 
 วันนี้ ญาติๆ ได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่ศาลาทักษิณานุประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน และจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมทุกคืน เวลา 18.30 น.ไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2553

 จากนั้นจะนำร่างกายไปบริจาคให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ตามความประสงค์ของพี่ศุขปรีดาต่อไป

แคน สาริกา


เปิดอ่าน