The Last Airbender

บันเทิง > travel  :  29 ก.ค. 2553

หากจะวิเคราะห์วิจารณ์หนังอย่าง “The Last Airbender” ค่อนข้างเป็นเรื่องยากนะครับ เพราะเราสามารถมองหนังเรื่องนี้ได้หลายแง่มุม ตั้งแต่การเป็นหนังฮิตน้องๆระดับ “บล็อก บัสเตอร์” การโยกย้ายถ่ายเทจากการ์ตูนเรื่องดังทางทีวีในชื่อ ‘Avatar: The Last Airbender’ มาถึ

  แฟนเดนตายมากมายของเวอร์ชั่นการ์ตูนอาจจะผิดหวังกับการวางคาแรกเตอร์ในฉบับคนแสดง ขณะเดียวกันใครที่ยังไม่เคยดูฉบับการ์ตูนทีวีมาก่อนอาจจะสนุกกับเวอร์ชั่นล่าสุด เทคนิคงานสร้างภาพพิเศษ การออกแบบท่วงท่าลีลาการต่อสู้ ก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ “The Last Airbender” กวาดรายได้ไปกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก (ในขณะที่หนังเองก็ใช้ทุนสร้างต่ำกว่ารายรับไปแค่นิดหน่อย)

 หนังเล่าถึงโลกยุคโบราณ ที่แบ่งชนชาติออกเป็น 4 ธาตุ อันได้แก่ ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ ที่ต่างรบพุ่งทำสงครามยื้อแย่งความเป็นใหญ่เพียงหนึ่งเดียว โดยมีกองทัพแห่งธาตุไฟคือ เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดเพียงหนึ่งเดียว และเที่ยวคอยรุกรานธาตุอื่นๆ หากแต่มีคำพยากรณ์ระบุไว้ว่า จะมีร่างอวตารถือกำเนิดในธาตุลม เป็นเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถควบคุมธาตุทั้งสี่ได้ทั้งหมด ส่งผลให้ทัพแห่งไฟออกตามหาร่างอวตาร ไปจนถึงดินแดนของชนเผ่าวารี หลังจากทำลายเผ่าวายุจนสิ้นซาก และที่แห่งนี้เอง สองพี่น้องประจำเผ่าธาตุน้ำ ก็ได้พบกับ ‘อัง’ เด็กชายนิรนาม ที่มีความสามารถในการควบคุมสายลม และเป็นบุคคลที่ปรากฏตามคำพยากรณ์ หากทว่าเขายังเด็กเกินกว่าที่จะใช้พลังควบคุมธาตุทั้งสี่ได้ เด็กน้อยทั้งสาม จึงพากันหลบหนีการตามล่าของนักรบธาตุไฟ ที่พยายามแย่งชิงตัว ‘อัง’ หนูน้อยที่จะกลายเป็นอาวุธชิ้นสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในการต่อกรกับธาตุไฟ ที่เป็นเสี้ยนหนามสำคัญในการครอบครองโลกใบนี้ของพวกมัน

 อย่างที่บอกครับว่า หนังจบแบบปลายเปิดทิ้งปริศนาให้คนดูต้องลุ้นเอาใจช่วยกันต่อไปว่า เจ้าหนู ‘อัง’ จะรอดพ้นจากการถูกตามล่าและกลายมาเป็นนักสู้คนสำคัญ ที่จะสามารถควบคุมธาตุทั้งสี่ เพื่อหยุดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้ได้หรือปล่าว?

 จะว่าไปแล้ว “The Last Airbender” ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จไม่น้อยในฐานะหนังแฟนตาซี ที่ขายความอลังการของฉาก สถานที่ ความตื่นตาตื่นใจของเทคนิคการสร้างภาพพิเศษ งานออกแบบลีลาการต่อสู้แปลกตา แต่ถ้าจะลองมาวิคราะห์กันให้ลึกซึ้งตามทฤษฎี ‘Autuer’ หรือประพันธกร แล้วล่ะก็ งานนี้ผู้กำกับ มาโนช (เอ็ม) ไนท์ ชยามาลัน อาจจะสอบไม่ผ่านครับ ซึ่งถ้ามองในมุมนี้อาจจะถือว่า ใจคอคับแคบไปสักหน่อย ในเมื่อหนังถูกสร้างขึ้นด้วยเงื่อนไขทางการตลาดมากกว่าที่จะเป็นเครื่องมือของคนทำหนังที่ต้องการสะท้อนคุณค่าความเป็นมนุษย์ในเบื้องลึก เช่นในงานที่ผ่านๆ มาของผู้กำกับ ‘ชยามาลัน’ คนนี้เคยทำเอาไว้ (แม้ในหนังอย่าง “Lady in the Water” ที่ถูกสับเละว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่สุดแล้ว ‘ชยามาลัน’ ก็ยังแอบเหน็บแนม สันดานความเห็นแก่ตัวของมนุษย์เอาไว้ด้วยเช่นกัน)

 นอกจากฉากหักมุมจบที่ทำเอาคนดูหงายหลังกันทั้งโรงใน “The Sixth Sense” แล้ว ผู้กำกับเชื้อสายภารตคนนี้ ยังแฝงประเด็นคุณค่าความสำคัญของการเป็นครอบครัวเข้าไปอย่างแนบเนียน แม้ตัวละคร ‘เด็กเห็นผี’ จะไม่มีพ่อ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจิตแพทย์หนุ่มใหญ่ผู้จากไปโดยยังไม่ทันเอ่ยคำลากับคนที่รัก ก็ทำให้หนูน้อยเข้าใจและซาบซึ้งกับความรักของแม่ ‘Single Mom’ ที่กัดฟันเลี้ยงดูลูกชายด้วยความยากเข็ญ หรือถัดจากนั้น หนังอย่าง “Unbreakable” ก็ไม่ได้เล่าถึงแค่ชายพบเจอเหตุการณ์ประหลาดเท่านั้น หากแต่ยังสะท้อนถึงสังคมที่ผู้คนละเลยใส่ใจกันและกัน และเมื่อคนที่ถูกสังคมหมางเมิน ทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี ถึงคราวที่ต้องมาเรียกร้องเอาคืนด้วยวิธีรุนแรงเกินคาดกันบ้าง หรือแม้แต่หนังอย่างเรื่อง “Sign” ที่หน้าหนังนั้นเร้าความสนใจได้เหลือเกินสำหรับปรากฏการณ์ประหลาดเหนือธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นบนพื้นโลก แต่ประเด็นของมนุษย์ต่างดาวรุกรานโลกมนุษย์ก็ไม่สำคัญเท่ากับ คุณค่าอันยิ่งใหญ่ของการเป็นครอบครัวที่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์พร้อมด้วยพ่อและแม่ หากแต่ความรัก และการเสียสละต่างหากที่ยึดโยงความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นตลอดไป

 หนังของ ‘ชยามาลัน’ มักมีประเด็นใหม่ๆ มาบอกเล่าอยู่เสมอ แม้ในเรื่องก่อนหน้านี้อย่าง “The Happenning” ที่หลายคนค่อนขอดว่า การหยิบจับเอา ‘ธีม’ ซึ่งว่าด้วยถึงเวลาการเอาคืนของธรรมชาติ ที่ถูกมนุษย์รุกรานและเพียรทำลายลงอย่างย่อยยับนานนับชั่วนาตาปีเป็นเรื่องเก่า แต่ ‘ชยามาลัน’ ก็ยังใช้การเปิดเรื่องได้อย่างน่าสนใจชวนให้ติดตามไม่น้อย แม้จะลงท้ายไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่ ครั้นมาถึง “The Last Airbender” ดีที่สุด ณ ตอนนี้คือ ฮอลลีวู้ดได้ผู้กำกับหนังแอ็กชั่นคนใหม่ ซึ่งในเวลานี้ก็แทบจะเดินชนกันตายอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกันคนทำหนังที่พยายามผสมผสานงานในเชิงพาณิชย์เข้ากับทักษะการเล่าเรื่องที่สะท้อนประเด็นทางสังคมและวิพากษ์ความเป็นมนุษย์ ก็หายไปอีกหนึ่งคนเช่นกัน

ชื่อเรื่อง : The Last Airbender
ผู้เขียนบท : M. Night Shyamalan
ผู้กำกับ : M. Night Shyamalan
นักแสดง: Noah Ringer, Dev Patel, Nicola Peltz, Jackson Rathbone,
Shaun Toub <http://en.wikipedia.org/wiki/Shaun_Toub>
วันที่เข้าฉาย : 29 กรกฎาคม

"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"


เปิดอ่าน