ชีวิตติดดิน พระเอกมาวิน "ณเดชน์ คูกิมิยะ"

กำลังขึ้นหม้อ กับละครเรื่อง "เงารักลวงใจ" ทางช่อง 3 สำหรับพระเอกเลือดใหม่ ณเดชน์ คูกิมิยะ หนุ่มลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น วัย 18 ปี เด็กหนุ่มจากจังหวัดขอนแก่น ที่ชีวิตพลิกผัน เข้าสู่วงการบันเทิง ทว่าวันนี้เขาได้กลายเป็นขวัญใจของหลายๆ คน แหม...กำลังฮอตขนาดนี้ "คม

งานในวงการ
คนพูดถึงละคร "เงารักลวงใจ" อย่างไรบ้าง
 ผ่านมา 2-3 อาทิตย์ เวลาไปไหน ก็มีคนมาบอก ว่าละครค่อนข้างดี มีพี่ๆ ในช่อง ชาวบ้านแถวบ้าน หรือไปทำงานที่ไหน ก็มีคนทักว่า "นาวา" ถามว่ามีติบ้างไหม ก็มีติเหมือนกัน เขาก็บอกว่าเรายังเกร็งอยู่นะ

รู้สึกเสียความมั่นใจหรือเปล่าที่มีคนบอกว่าเราเล่นแข็ง
  คือเราก็ยังเกร็ง เพราะมันเป็นเรื่องแรก แล้วผมก็เกร็งกับพี่ๆ นักแสดงรุ่นใหญ่ ทำให้เรายิ่งเกร็ง แต่ก็โอเคนะ มีคนติเราจะได้นำไปปรับปรุง ไม่ท้อนะ ยินดีมากกว่า แต่โชคดีที่เรา 4 คน ที่ร่วมแสดงเรื่องนี้ เป็นนักแสดงใหม่ด้วยกันหมด เรารู้จักสนิทกันมาก่อน ทำให้การเข้าบทมันง่ายขึ้น อย่างเข้าฉากต่อยกับหมาก (ปริญ  สุภารัตน์) หรือมีฉากบู๊ๆ มันก็ง่าย

ได้คุยกับเพื่อนๆ นักแสดงในเรื่องไหม
 เราก็คุยกันว่าเป็นยังไง จะมีคนดูละครไหม (หัวเราะ) แต่พอละครออกอากาศ เราก็พอใจที่มีคนดูเรา ถามว่าเห็นตัวเองเล่นแล้วเป็นอย่างไร ผมว่าก็ดีนะ แต่ก็ยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่ต้องเพิ่มเติม ก็คงเป็นเรื่องแอ็กติ้งที่ต้องปรับ  เรื่องน้ำเสียง จังหวะ การพูด ร หรือ ล คือผมเป็นคนพูดเร็ว ก็เลยพูดรัวๆ 

ผลงานต่อไป "ดวงใจอัคนี" เป็นอย่างไรบ้าง  
 เรื่องนี้ผมเป็นอัคนี  ก็เจอกับหมาก เล่นเป็นพี่น้องกัน อัคนี เป็นคนเจ้าอารมณ์ เป็นคนที่รักน้องสาวมาก ปกป้องน้อง ไม่ให้ผู้ชายคนไหนมาแตะ คือเป็นพี่ชายที่หวงน้องสาวมาก เราไปถ่ายกันที่เนปาลด้วย ก็สนุกดี ได้เข้าฉากกับพี่อั้ม (อธิชาติ ชุมนานนท์) ตอนแรกก็เกร็งเล่นกับพี่อั้ม แต่พี่อั้มก็แนะนำเรื่องจังหวะให้ จริงๆ แล้วพี่อั้มก็สอนทุกคน ไม่ใช่ผมคนเดียว

รู้สึกอย่างไรกับการได้เป็น "พระเอก"
 พระเอกเป็นงานที่ยากเหมือนกันนะ ก็ไม่ต่างอะไรกับพระรอง ผมว่าการเป็นพระเอก เป็นเรื่องที่หนักใจอยู่  เพราะทุกคนจะจับตามอง ทุกคนต่างจับจ้อง ว่าพระเอกคนนี้ จะทำผลงานได้ดีไหม จริงๆ ผมไม่ชอบคำว่าพระเอกเท่าไหร่ เพราะมันกดดัน (หัวเราะ) ชอบคำว่านักแสดงมากกว่า

ณ วันนี้การวางตัวลำบากขึ้นไหม
 เราเป็นคนของประชาชน คงต้องระวังตัวบ้าง แต่ผมก็เป็นตัวของตัวเอง คือผมเป็นคนไม่เที่ยวอยู่แล้ว ชอบอยู่บ้านมากกว่า ทำงานเสร็จก็กลับมาอยู่บ้าน มีหลายคนที่คอยให้คำแนะนำเรื่องการวางตัว ทั้งพี่ๆ ดารารุ่นใหญ่ หรือ พี่เอ (ศุภชัย ศรีวิจิตร) ผู้จัดการส่วนตัว คอยเติมให้ ผมก็รับฟัง    

ชีวิตที่เปลี่ยนไป
ตอนนี้ชีวิตเปลี่ยนไปไหม
 เปลี่ยนนะ...จากอยู่บ้านเฉยๆ เรียนหนังสือ แต่ตอนนี้ต้องทำงานด้วย เรียนด้วย ชีวิตส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันไม่เปลี่ยน แต่อาจจะต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ต้องแบ่งเวลา ไปไหนก็ต้องแต่งตัวให้เหมาะกับสถานที่ จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่เราต้องทำอยู่แล้ว ณ ตอนนี้ชีวิตส่วนตัวผมยังเหมือนเดิมนะ

แล้วเรื่องเรียนล่ะ ไปถึงไหนแล้ว
 ตอนนี้กำลังเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ที่ลงไว้คือ มหิดล อินเตอร์ ผมเลือกการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เลือกเรียนสาขานี้ เพราะจริงๆ ความรู้รอบตัวมันขาดหายไปนะ มันมีอะไรที่น่าเรียนรู้ อยากไปเที่ยวต่างประเทศด้วย (หัวเราะ) แล้วก็ลงที่ ม.รังสิต ไว้ด้วย เลือกการทำภาพยนตร์ และวิดีทัศน์ โดยส่วนตัว ผมชอบทำหนังกับเพื่อน อยากจะเอามาประยุกต์กับงานที่เราทำด้วย 
 
ชีวิตวัยรุ่นหายไปบ้างไหม
 ไม่หายหรอก แต่ตั้งแต่ผมเข้ามาทำงาน ผมไม่เจอเพื่อนที่เรียนด้วยกันมานาน เพื่อนๆ ไปเรียน แต่ผมก็ทำงาน เวลาไปหาคุณแม่ก็น้อยลงมาก นี่ผมไม่ได้กลับขอนแก่นมา 2 เดือนแล้ว

เคยให้สัมภาษณ์ว่านั่งรถทัวร์กลับขอนแก่นตลอด ตอนนี้ยังใช้บริการรถทัวร์อยู่ไหม
 จริงๆ ก็ยังนั่งอยู่นะ ถ้าไม่รีบก็นั่งรถทัวร์ ถ้ามีเหตุที่ต้องรีบกลับ ก็นั่งเครื่องบิน ผมว่ามันประหยัดดีกว่าด้วย เป็นคนมัธยัสถ์ แต่ไม่ใช่ขี้เหนียวนะ (หัวเราะ) ตอนนี้คนอาจจะเริ่มจำผมได้ ดังนั้นเวลาผมนั่งรถทัวร์ก็ใส่แว่นตา (หัวเราะ)  

จะบอกว่าเป็นพระเอกติดดิน  
 ก็มีส่วน ถึงเรามีเงินเราก็ไม่อยากใช้มัน 

ตอนเด็กๆ ถูกเลี้ยงมาแบบไหน
 ตอนเด็กๆ ผมก็ดื้อตามประสาเด็ก อยู่กับเพื่อน ด้วยความที่ผมเป็นลูกคนเดียว แม่ก็เลยหวงมากเลย ห่วงเรื่องสุขภาพ แต่แม่ไม่เคยตี ไม่เคยดุ ส่วนพ่อจะเป็นคนพูดน้อย แต่จะคุยกันตรงๆ ด้วยความที่พ่อเป็นคนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นจะทำงาน เก็บเงิน อะไรไม่จำเป็นจะไม่ใช้ก็ไม่ซื้อ ผมเห็นพ่อใส่เสื้อมาเป็น 10 ปี แล้วก็ใส่อยู่ พ่อเหมือนเป็นไอดอลของเรา อะไรไม่จำเป็นไม่ควรซื้อ ก็เก็บเงินไว้เพื่ออนาคต (แสดงว่านั่งรถทัวร์กลับขอนแก่น มาจากแนวความคิดของพ่อ) ก็คิดได้จากคุณพ่อ

เหงาไหมกับการเป็นลูกคนเดียว
  ไม่เหงานะ บางทีเราอาจจะมีมุมส่วนตัวซะมากกว่า เราเป็นลูกคนเดียวก็เล่นของเล่นคนเดียว พอเริ่มโตก็เริ่มเข้าสังคม เริ่มมีสังคมบ้าง

จากเด็กขอนแก่น ชีวิตมาพลิกผันเข้าสู่วงการได้อย่างไร 
 เจอพี่เอ (ศุภชัย ศรีวิจิตร) ที่ขอนแก่น พี่เอก็เลยชวนให้ไปทำงานแรก เดินแบบของศูนย์ศิลปาชีพ ตอนนั้นตื่นเต้นมาก หลังจากนั้นก็มีติดต่อมาถ่ายแบบ เดินแบบ จนเมื่อปีที่แล้ว พี่เอเรียกไปที่ช่อง 3 แคสติ้งละคร ผู้ใหญ่ก็โอเค 

แสดงว่าอยากเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่แรก
 จริงๆ ไม่ชอบอาชีพนี้เลย เมื่อก่อนจะคิดว่ามันเป็นอาชีพที่ค่อนข้างง่าย ถ้าคุณมีหน้าตาที่โอเค ก็คงทำงานได้แล้ว ดูง่ายๆ นั่นคือความคิดตอนเด็กๆ  แต่ตอนนี้รู้ซึ้งและเข้าใจแล้ว มันยากมากกับการเล่นละคร ต้องใช้สมาธิสูง ความรับผิดชอบต้องมาก่อน

ตั้งรับกับชื่อเสียงที่จะเข้ามาอย่างไรบ้าง   
 ยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง ก็ทำตัวปกติเหมือนเดิม เดินตลาดได้

ชื่อเสียงมาไวแบบนี้ หลายคนบอกว่าอาจจะหลงระเริง หรือลืมตัวได้  
 มันขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ว่าจะหลงหรือเปล่า  ซึ่งตอนนี้ผมยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปหรือเปล่า ผมว่าผมยังไม่เปลี่ยน ยังเป็นณเดชน์ ยังเป็นนักแสดง แต่ทุกคนย้ำเลยว่าให้ระวัง เพราะตอนแรกๆ ทุกคนก็บอกแบบนี้ล่ะ สุดท้ายก็เปลี่ยน ผมก็รับฟัง ยังบอกเลยว่าครับๆ  เราก็ไม่รู้ตัวเองว่าเปลี่ยนไป แต่ตอนนี้ยังเป็นณเดชน์คนเดิม

ข่าวคราวในวงการ 
เข้าวงการยังไม่ทันไรก็มีภาพหลุดกับสาวๆ ซะแล้ว 
 ไม่มีอะไรเลย เป็นรูปเพื่อน ถ่ายตั้งแต่ ม.2 แล้ว ไม่ใช่แฟนด้วย เป็นเพื่อนกัน เป็นรูปที่ถ่ายเล่นๆ กัน มีเพื่อนคนอื่นด้วย ถ้าเห็นภาพ ภาพนั้นหัวผมยังเกรียนอยู่เลย (หัวเราะ) คือพอมีภาพหลุดก็ค่อนข้างเครียดนะ เพราะคนอาจจะเข้าใจผิด  ส่วนหนึ่งเราตั้งรับไม่ทันกับข่าว แต่ข่าวกับรูปพวกนี้ มันเคยลงมาครั้งหนึ่ง ผู้ใหญ่ก็บอกว่าต้องเจออีกเยอะ
 
รับมือกับข่าวคราวที่จะเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง
 ไม่รับรู้ซะดีกว่า แต่ยังไงผมว่าเราก็ต้องรู้ มันหลีกเลี่ยงไม่ได้  

กลัวเรื่องการโดนขุดคุ้ยไหม
 ผมไม่กลัว ยังไงมันก็แก้ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าเราจะโดน เป็นเรื่องที่เราโกหกไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่เรารู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว แต่ถามว่าเรามีเรื่องอะไรในอดีตไหม คนเราต้องมีอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องเสียหาย

ความรักวัยกระเตาะ
ตอนนี้มีความรักกับเขาบ้างไหม 
 โสดสนิทเลย...เพราะทำงาน ไม่มีเวลาคิดเรื่องนั้นจริงๆ อยากอยู่กับตัวเองมากกว่า ถามว่าเริ่มเป็นที่รู้จัก มีคนมาจีบไหม คือตอนนี้ยังไม่มีนะ แต่ต่อไปก็ไม่รู้เหมือนกัน (หัวเราะ)

กลายเป็นขวัญใจของเพศที่สาม
 มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแฟนคลับมากกว่า  ที่เขาติดตามผลงานเรา ซึ่งก็จำนวนหนึ่ง ผมดีใจที่มีแฟนคลับ ผมกับเพื่อนก็เพิ่งจัดมีทติ้งกับแฟนคลับเรื่อง "เงารักลวงใจ" ผมปลื้มนะ

แล้วชอบสเปกสาวแบบไหน 
 ทำอาหารอร่อย เพราะผมเป็นคนชอบกิน แล้วอย่างแรกที่คนจะมองคือหน้า แล้วก็สรีระ ผมว่ามันไม่แปลกที่จะชอบคนหน้าตาดี หุ่นดี  แต่ถ้าหน้าตาดี นิสัยไม่ดีก็ไม่ไหว
 
วัยเด็กเคยมีแฟนไหม
 แหม...ความรักแบบปั๊ปบี้เลิฟ คงต้องมีอยู่แล้ว ผมมีตอน ป.6  ตอนนั้นเพิ่งย้ายโรงเรียน ไปเจอสาวลูกครึ่งเขาชอบเรา มีเพื่อนของเขามาบอก เราก็เข้าไปถามเลย เธอชอบเราเหรอ...เขาก็เขินๆ  แต่ถามว่าคบกันเป็นแฟนไหม คือเราจะเป็นเพื่อนกันมากกว่า สมัยนั้น อยู่ ป.6 ก็นั่งรถโรงเรียนกัน เล่นกีฬาด้วยกัน จะเป็นแนวนั้นมากกว่า  

เคยวางแผนอนาคตไหมว่าจะแต่งงานตอนอายุเท่าไหร่
 ผมเคยคุยกับพ่อ น่าจะแต่งสักตอนอายุ  30 ปี น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะ ตอนนี้ผมอายุ 18 ปีเอง ก็อยากทำงานตรงนี้ให้นานๆ ก่อน  ปกติถ้าเป็นเรื่องสาวๆ ผมจะคุยกับแม่ แต่แม่ก็จะถามว่าคุยกับใคร หรือคบกับใครอยู่หรือเปล่า ผมก็บอกว่าไม่มี เบื่อ อยากอยู่คนเดียวมากกว่า ส่วนกับพ่อจะคุยกันเรื่องงานมากกว่า  
 เอ้า...สาวๆ คนไหนใช่สเปกหนุ่มณเดชน์  รีบกรอกใจสมัครด่วนจ้า...
          
เรื่อง... "เพ็ญนภา ดำเล็ก
ภาพ... "นิตยสารสุดสัปดาห์"


เปิดอ่าน