royal coronation
วันที่ 19 สิงหาคม 2562
บันเทิง

'แพท' ทุ่มทุนส่ง 'เรซซิ่ง' เรียนอินเตอร์

วันที่ 15 สิงหาคม 2562 - 10:15 น.
แพทณปภา,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 9,429 ครั้ง

"แพท" ณปภา ตันตระกูล เผยลูกชาย "เรซซิ่ง" เข้าโรงเรียนแล้ว รับทุ่มเงินส่งลูกเรียนอินเตอร์ ได้อดีตสามี "เบนซ์ เรซซิ่ง" อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช ช่วยแชร์

 

    ทีมบันเทิง คมชัดลึก -  เป็นคุณแม่คุณลูกที่ตามติดชีวิตกันตลอด แต่ล่าสุด "แพท" ณปภา ก็ใจแป่ว เมื่อลูกชาย "เรซซิ่ง" เข้าโรงเรียน แถมวันแรกที่ไปส่งลูกชายยังไม่มีแม้แต่ความงอแง เดินเข้าโรงเรียนแบบไม่สนใจ "แม่แพท" และ "พ่อเบนซ์ เรซซิ่ง" ที่ไปส่งเลย ผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจอสาวแพทในงาน “BABY BRIGHT PRESENTS COLORS OF NATURE"  ที่ RIVER PARK @ICONSIAM จึงถามถึงเรื่องนี้
 

    เรซซิ่งไปโรงเรียนวันแรกเป็นยังไงบ้าง
    "ตื่นเต้นทั้งแม่ทั้งลูกเราคิดอยู่แล้วว่าลูกเราจะไม่มีร้องไห้อาลัยอาวรณ์แม่ ซึ่งมันเป็นอย่างนั้นซึ่งพอไปถึงเขาตอบได้แต่คำว่า yes  นางฉลาดที่จะตอบ yes  ทุกคำ ครูถามว่า You Ready หรือยัง นางก็ตอบ yes  ครูบอก you ไปถอดรองเท้า take off you shoues นางก็ตอบว่า yes คือเราหน้าอึ้งไปเลย รู้สึกว่าได้หนิ ซึ่งพอเข้าโรงเรียนปุ๊บก็ไม่เหลียวหลังหาแม่เลย เราก็พยายามเรียก เรซ เรซลูก เขาก็หันมาบ๊ายบายเรา คงคิดว่าทำไมแม่ไม่กลับสักที รู้สึกว่าลูกคิดแบบนั้น ซึ่งในห้องของเรซ มีเด็กร้องไห้ 3-4 คน ซึ่งสายตาลูกเรามองว่าร้องไห้ทำไมวะ คือเรามองลูกออกเลยว่า เขาคิดว่ามาสนุกกัน แล้วร้องไห้ทำไม แต่ในความรู้สึกเราคือลูก ลูกมีแม่นะ เขาก็บ๊ายบายเรา โดยที่ไม่ร้องอะไรเลยทั้งวัน จริงๆ คือเขาเลิกเรียนประมาณบ่ายสอง  เราก็ไปตั้งแต่บ่ายโมงเลยไปรอรับ แล้วคุณครูก็เล่าให้ฟังว่าน้องไม่ร้องไห้อะเลิทตลอด พูดไม่หยุดคือแบบว่าเขาชอบเลียนแบบ คือ ณ ตอนนี้แพทรู้สึกได้ว่ามันแสบ เขาเต้นไม่หยุด เขาก็ชวนเพื่อนเต้น ต่อให้เพื่อนไม่เต้น เขาก็จะแบบรู้สึกว่าเธอต้องเต้น ทำไมไม่เต้น เขาก็จะกระโดด คือพลังงานเขาเยอะมาก แต่สิ่งหนึ่งวันแรก คือแม่ก็แต่งเยอะ แม่ก็เตรียมเสื้อผ้าคุณแม่กระเป๋า ก็คือแต่งหน้า แล้วก็ดันเอาของลูกไปไม่ครบ พอออกมาคุณครูก็บอกว่าคุณแม่คะ น้องขาดหลายอย่างเลย ก็คือคุณแม่มีที่นอนกับหมอนมา แต่ไม่มีผ้าห่มให้น้อง คุณแม่ไม่มีรองเท้าใส่ในห้องสำหรับเดิน คุณแม่ไม่มีชุดนอนให้น้อง คุณแม่ไม่มีแปรงสีฟัน แล้วคุณแม่ก็ไม่มีสแนคให้น้องด้วย คุณครูก็บอกว่ารบกวนพรุ่งนี้เตรียมทั้งหมดมาด้วยเราก็บอกคุณครูว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะเตรียมมา"

 


    แพทเองเป็นคนติดลูกมาก พอวันนี้เขาต้องเข้าโรงเรียนเราเป็นยังไงบ้าง
    "วันนี้เป็นวันที่เราเหงาแล้ว รู้สึกว่ากาสะลองกับซ้องปีบช่วยแม่ด้วย คือซีรีย์ต้องดูตลอดในรถ เพราะด้วยความที่ตอนเขาอยู่เราคุยกันตลอดเลย อยู่ในรถมันก็จะมีคำถามหรือไม่ก็ลูกหลับ พอวันนี้เรารู้สึกว่ามันเงียบด้วยความที่เราลืมก็หันไปดูเขาแล้ว ก็รู้สึกอ้าว...ไม่มี พอเห็นมันเงียบแล้วก็กะว่าจะหันไปถามว่าลูกหลับเหรอ เพราะเราลืมไปว่าเขาไปโรงเรียนแล้วซึ่งมีคนบอกแพทว่ามันจะเหวงแบบนี้สักประมาณ 5 วัน ซึ่งงานเราก็ต้องทำ แต่เราก็จะรีบไปรับเขาตั้งแต่ 13:00 น. ซึ่งพี่ๆหน้าโรงเรียนเขาก็ถามว่าคุณแม่มารับน้องก่อนเวลาเหรอคะ เราก็บอกเขาไปว่า ไม่หรอกมารับตามเวลา เขาก็แจ้งเราว่าวันหลังให้มา 13:30 น.เขาก็บอกว่าถ้าคุณแม่มา 13:00 น.เขาจะไม่ให้เข้า เราก็บอกว่าขอมารอได้ไหมเขาก็บอกว่าให้รอด้านนอกเราก็โอเค"

 

 

    กลับมาเรซซิ่งได้เลยมาเล่าให้ฟังไหมว่าเป็นยังไงบ้าง
    "กลับมาเราก็ถามเลยว่าเขาเป็นยังไงบ้าง ร้องไห้หรือเปล่า เขาก็บอกว่าเขาไม่ร้องไห้ สนุก เราก็ถามเขาว่าพรุ่งนี้จะไปไหมโรงเรียน เขาก็บอกว่าไป คือเขายืนยันแล้วว่าไป ซึ่งก็มีหลายข้อมูล พอเราไปถึงก็ได้รับโมเมนต์ของแก๊งผู้ปกครองซึ่งเราก็ไม่เคยรู้ว่ามันมีแกงแบบนี้ด้วยมีไลน์กลุ่มคุณแม่คุยกัน ในความรู้สึกเรารู้สึกว่าฉันมาอยู่ตรงจุดนี้แล้วมีการพูดคุยถึงเรื่องของการเตรียมขนมคือตอนนี้เรสซิ่งอาจจะยังไม่รู้ตัวคงต้องรอสักประมาณ 3 วันคือผ่านไปประมาณ 3 วันเขาอาจจะเริ่มรู้สึกว่าทำไมเขาต้องมาทุกวันเลยและมาวันนึงนานจังเลยก็มีคนบอกว่าให้รอดูสัก 3 วันไว้ลูกเราเป็นยังไง"

 

 

    มีอารมณ์น้ำตาคลอที่ลูกไปโรงเรียนวันแรกไหม
    "เกือบๆ แต่ด้วยความที่ลูกเราเป็นคนตลกก็จะมีโมเม้นที่ว่าลูกตลกว่าลูกเหลียวหลังใหม่ไหมลูกนี่แม่เองนะแล้วอีกอย่างวันนี้ป๊ะป๋าเขาไปส่งด้วยเราก็มีการคุยกับพี่เบนซ์ว่าคือลูกไม่มองเราเลยพี่เบนซ์ก็บอกว่าเขาคงเบื่ออะไรเดิมๆแล้วล่ะ"

 

 

    คืนนัดกันอยากที่จะไปส่งลูกไปโรงเรียนวันแรกใช่ไหม
    "ใช่ก็นัดกันไปเจอที่โรงเรียนคือเรานัด 7:30 น. เราไปถึงโรงเรียน 07:45 น. แต่ปะป๊ามา 8:00 น. เราก็แซวว่าป๊ายังไงวะเขาก็บอกว่ารถติดแล้วก็บอกโอเคไม่เป็นไรเอาใหม่รอบหน้าคือนางเห้อกว่าเราอีกนะคือถ่ายรูปทุกโมเม้นต์ มีรู 2 ตรงไหนนางถ่ายหมด"

 

 

    คือเขาตั้งใจที่จะไปส่งลูกทุกวันเลยไหม
    "ก็แล้วแต่เขาและอีกอย่างเขาเองก็ต้องขึ้นอยู่กับเราด้วยเพราะบางวันมันมีงานแม่ลูกพี่เราต้องลา หรือวันไหนที่เราอยากขอให้เขาไปรับแล้วเขาสะดวกก็ให้ไปรับแทนเราคือเรื่องที่ว่าจะไปส่งทุกวันหรือเปล่าอันนี้คงต้องแล้วแต่เพราะเราเองยังไม่มั่นใจในตัวเองเลยว่าเราจะไปส่งลูกได้ทุกวันหรือเปล่าแต่เราไม่ได้มีการแบ่งวันตายตัวว่าวันนี้เราไปส่งพรุ่งนี้เขาไปส่งคือมันแล้วแต่เขาเลยเขาสะดวกวันไหนก็ทักมา"

 

 

 

 

 

 

    มีการปรึกษากันตลอดไหมในเรื่องของการเลี้ยงดูเรซซิ่ง
    "มีอย่างวันนี้เราเห็นโรงเรียนเราเห็นแก๊งผู้ปกครองก็มีการคุยกันว่าเราจะให้ลูกเรียนถึงตอนไหนดีเราจะย้ายโรงเรียนไหมเขาก็บอกแล้วว่าให้ผ่านวันแรกก่อนไหมแพท คือเราเป็นแม่น้อยเราก็ตื่นเต้นตื่นเต้นตลอดเวลา คือมันเป็นการเปิดโลกให้ลูกแล้วก็เปิดโลกให้พ่อแม่ด้วยมันเริ่ด"

 

 

    ในเรื่องของค่าเทอมเบนซ์กับแพทช่วยกันใช่ไหม
    "ช่วยกันช่วยกันออกกันคนละครึ่งแพทครึ่งเขาครึ่งคือลูกเราเรียนอินเตอร์คือเราตั้งใจอยู่แล้วที่จะให้ลูกเราเรียนอินเตอร์ก็แพลนไว้ว่าประมาณ 4 ปีก่อนคือเป็นการ test งบประมาณตัวเองก่อนเราก็มีการคุยกับพี่เบนซ์แล้วและก็คุยกับลูกด้วยก็บอกพี่เบนซ์ว่าไอทีลองเทส 4 ปีก่อนและถ้าแม่ไปต่อไหวก็ไปถ้าเกิดไม่ไหวก็กลับมาคุยกันใหม่อาจจะมีการลดเลเวลซะหน่อย"

 


    ค่าเทอมสูงขนาดไหน
    "ถ้าถามมันคือกำลังที่น้องไหวจริงๆมันมีแพงกว่านี้อีกแต่เราดูงบประมาณเราแล้วว่าเราไหวใน ณ จุดตรงนี้ทุกอย่างดีจริงๆก็มีแถวบ้านน้องที่ใกล้กว่าตรงเอกมัยแต่เราก็ลองมาที่นี่ก่อนเพราะมันสมกับที่เราพอจะไหว"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    ขอถามถึงเรื่องงานศพคุณแม่ที่เพิ่งผ่านไป
    "นี่ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ของแพทเหมือนกันอย่างแรกเลยคือเราไม่รู้เรื่องเลยเราโชคดีที่ทางฝั่งญาติของคุณแม่แล้วก็น้องชายดูแลให้หมดเลยเราก็ช่วยในเรื่องของค่าใช้จ่ายไปเต็มที่คือวันที่ไปพักก็ตื่นเต้นมากเพราะแพทเองไม่เจอครอบครัวฝั่งคุณแม่เลยและไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองมีน้องชายเราก็รู้สึกว่าว้าวเรามีน้องชายด้วยนะแล้วก็น้องชายก็ห่างจากเราแค่ปีเดียวเอง เป็นครั้งแรกที่เราได้เจอน้องชายและครอบครัวทั้งหมดทุกคนเลยตื่นเต้นมากน้องชายเองเขาก็ตื่นเต้นกับเราเพราะเขาก็ไม่คิดว่าเขาจะมีพี่สาว"

 

 

    น้องชายไม่รู้เรื่องของแพทเลยเหรอ
    "เขารู้มาจากฝั่งญาติแค่ว่ามีพี่สาวเป็นดาราแต่เขาไม่เคยเห็นและเราก็ไม่ได้มีการติดต่อกันเขาก็เลยรู้สึกว่ามันไม่จริงหรอกซึ่งคุณตาคุณยายก็ชี้ให้ดูว่านี่พี่สาวซึ่งเขาก็รู้สึกว่ามันไม่จริงว่ามีพี่สาวเป็นดาราเหรอจนวันนึงที่เขาเริ่มถามแม่และแม่เริ่มพูดถึงเราเขาเลยรู้ว่าทุกอย่างมันคือเรื่องจริงแล้วแหละซึ่งเราเองก็อดถามไม่ได้เพราะเราเองก็ตื่นเต้นน้องสาวพ่อก็ถามขึ้นมาว่าปอนด์ (ชื่อน้องชายแพท) รู้สึกยังไงบ้างที่มีพี่สาว เขาก็บอกว่าแค่มีพี่สาวก็ตื่นเต้นแล้วแล้วนี่พี่สาวยังเป็นดาราอีกเขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะเริ่มต้นคำแรกที่จะพูดกับแพทยังไงแพทก็บอกเขาว่าไม่เป็นไรเราคุยกันเราทักกัน"

 

 

    และมีการติดต่อกันต่อใช่ไหม
    "ใช่ก็ยังมีการติดต่อกันอยู่บ้างล่าสุดก็มีการทำบุญ 7 วันไปแล้วแล้วก็คงจะมีการทำบุญร้อยวันส่วนเรื่องที่จะไปมาหาสู่กับน้องชายบ่อยขึ้นไหมคือแพทก็บอกเขาชวนเขามาหาแพทบ้างเพราะว่าเขาอยู่ฝั่งเชียงราชก็ค่อนข้างไกลส่วนตัวเขาทำงานรับเหมาบางทีก็มีงาน 2 เดือน 3 เดือนแพทก็บอกเขาว่าถ้าวันไหนขึ้นมาทำงานที่กรุงเทพฯก็มาอยู่กับแพทเลยมาอยู่บ้านแพทเลยคือน้องเก่งเราดีใจที่เรามีน้องเก่งคือแพทดีใจแทนแม่มากเลยเธอบอกเลยว่าแม่สบายใจได้เลยเพราะลูกคนโตก็เอาตัวรอดได้แล้วแม่ส่วนคนที่สองก็เก่งมากเป็นผู้รับเหมาจบอินเทอเรียมา"

 

 

 

 

 

    รู้สึกยังไงที่เราไม่มีโอกาสได้เจอแม่จริงๆจนวันสุดท้าย
    "มันเหมือนเป็นวันแรกและวันสุดท้ายไปเลยเนอะเราก็มีช็อคนิดนึง คือเราก็รู้สึกว่าทำไมแม่ถึงเลือกตัดสินใจไม่บอกเราว่าเขาป่วยก็คุยกับคุณตาคุณยายว่าแพทกับแม่ก็คุยกันมาตั้งนานแล้วนะก็คุยกันตลอดส่ง LINE หากันแต่แม่ก็ไม่เคยพูดเลยว่าแม่ป่วยแต่ก็ไม่เคยส่งรูปตอนป่วยให้เราดูคือเขาส่งมาก็เป็นรูปสมัยสาวๆสวยๆหรือเป็นรูปก่อนป่วยคุณตาคุณยายก็บอกว่าแม่ไม่อยากให้รู้แล้วช่วงหลังๆที่เริ่มคุยกันแม่ก็เริ่มเดินไม่ค่อยไหวแล้วคือแม่ไม่อยากให้เราเห็นแต่เขาก็มีมาแอบดูว่าเราทำงานแถวๆบ้านซึ่งแพทก็บอกว่าแล้วทำไมแม่ไม่ไม่บอกไม่มาหาแพทตากับยายก็บอกว่าเขาไม่อยากให้แพทเห็นเขาในสภาพแบบนั้นมั้งซึ่งเป็นการตัดสินใจของแม่แต่วินาทีสุดท้ายแม่อยากเจอเรา"

 

 

    วันนั้นที่ได้เจอแม่ได้บอกอะไรกับแม่บ้าง
    "ขอบคุณแม่ขอบคุณที่ยังนึกถึงและก็ยังมีกันเสมอไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์อะไรก็แล้วแต่ก็ขอบคุณแล้วก็ชื่นใจที่แม่ให้โอกาสแพทได้ทำหน้าที่ของลูกในครั้งสุดท้าย"
 

 

 

 

 

 

 

 

 

    มาถึงอาการของคุณย่ากันบ้างที่ว่าอาการดีขึ้นมาก
    "วันนั้นเป็นวันที่โชคกับทางบ้านแพทก็ ช็อก คือเราดูแลแกมันเป็นลูทีนจนบางทีเราลืมไปว่าแกชอบอะไรแล้ววันนึงมาคุยกับคุณพ่อคุณพ่อก็บอกว่าสมัยก่อนแกชอบฟังเพลงจีนเราก็นึกขึ้นได้ว่าเราฟังมาตั้งแต่เด็กเลยนี่หว่าหลังจากนั้นก็เริ่มเปิดเพลงเติ้งลี่จวินให้แกฟังเวลาป้อนข้าวป้อนนมแล้ววันนั้นมันเหมือนกับว่าแกอยากร้องแกเหมือนขยับปากอยากพูดกับเราแล้ววันนั้นแรงดีมากกับมือเราเราก็ตกใจเพราะเราไม่เห็นแม่เป็นแบบนี้มานานมากเพราะอย่างเวลาเราป้อนข้าวเราต้องคอยกระตุ้นว่าแม่กินข้าวนะกลืนนะแต่วันนั้นเป็นวันที่ทุกอย่างมันดีมากจนเรามือสั่นเราถ่ายคลิปโดยที่เราไม่คิดเลยว่าเราจะได้เห็นภาพนี้ก็ดีนะตอนนี้ก็แบบอาการทรงแต่ณวันนั้นมันดีจริงๆโดยที่เราก็ไม่รู้ว่าด้วยอะไรหรือจะมีอะไรอยากบอกเราหรือเปล่า"

 

 

    ชื่นใจไหมที่เห็นอาการแม่ดีขนาดนี้
    "ชื่นใจเพราะเราก็ดูแลแกมาตลอดแพทก็พูดกับแม่ทุกวันคุยกับแม่อยากให้แม่ตอบอะไรก็ได้คืออยากให้แม่พูดตอบกลับมาถึงจะพูดตอบกลับมาไม่ได้แต่อย่างน้อยที่สุดก็ยังอยู่กับเรายังเป็นกำลังใจให้เวลาเหนื่อยๆกลับไปได้ดูข่าวได้เห็นเขากินข้าวมันมีความสุขมากๆ"

 

 

 

 

 

 

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 9,429 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ