royal coronation
วันที่ 20 กรกฎาคม 2562
บันเทิง

กำลังใจดีๆ จากความรักของ 'พรีม-รณิดา' 

วันที่ 15 มิถุนายน 2562 - 12:10 น.
พรีมรณิดา,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 18,421 ครั้ง

"พรีม" รณิดา  เตชสิทธิ์  เปิดใจทุกเรื่องราว บอกไม่เคยท้อที่ต้องมาเป็นเสาหลักให้ครอบครัว



    ทีมบันเทิง คมชัดลึก -  เป็นนางเอกที่มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องในตลอด 7 ปีที่ก้าวเข้ามาในวงการ สำหรับนางเอกสาว  “พรีม” รณิดา เตชสิทธิ์ ที่เติบโตและเรียนรู้ชีวิตในวงการนี้ในฐานะนางเอกลูกหม้อของช่อง 3 และที่ผ่านมาได้พิสูจน์ความสามารถของตัวเองจนเป็นที่ยอมรับ ล่าสุดละคร “เพลิงนาคา” ที่กำลังออนแอร์อยู่ก็ยังได้รับเสีบงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย วันนี้  “บันเทิง คม ชัด ลึก” เลยคว้าตัวนางเอกสาวมานั่งคุยถึงชีวิตในตอนนี้

 

    @@ ผลงานล่าสุด
    กระแสละคร “เพลิงนาคา” หลายคนมองการแสดงพรีมพัฒนาขึ้น

    "ขอบคุณสำหรับคำติชม พรีมดีใจมาก จริงๆ พรีมได้อ่านคอมเมนต์ทั้งที่ติและชม มีคนชมเยอะ ตั้งแต่ตอนแรกที่ออนแอร์เลย ไม่ได้ชมพรีมเท่านั้น ส่วนใหญ่จะชมที่ละคร ทั้งเรื่องของซีจีว่าสวย เนียน เนื้อเรื่องที่ดำเนินเร็ว บวกกับตัวละครทุกตัวที่ดูลุ้นอยู่ตลอดเวลาว่าจะเกิดอะไรขึ้น ใครจะเป็นใคร อะไรยังไง ก็ดีใจทุกครั้ง ขึ้นเทรนด์ทวิตตั้งแต่ตอนแรกเลยอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็รู้สึกชื่นใจมากที่คนยอมรับในเรื่องนี้ เรื่องนี้มันยากที่ว่าเราต้องพยายามทำการบ้านกับสถานการณ์ที่มันเหนือธรรมชาติ มันเป็นสถานการณ์ที่เรารีเลทกับชีวิตจริงของเราได้เลย เราต้องไปเจอพญานาค สิ่งลี้ลับ ความท้าทายอยู่ที่จินตนาการ เรื่องนี้ไม่ได้ถูกดำเนินไปด้วยพระนางอย่างเดียว มันถูกดำเนินไปด้วยเหล่าพญานาค แล้วก็พวกเราที่เป็นมนุษย์ที่ต้องสู้กับพญานาคเอง มันเป็นเรื่องที่ต้องเป็นเหมือนทีมเวิร์กที่เราต้องนำพาแฝงเนื้อเรื่องไปด้วยกันแล้วก็ทำให้มันสนุกไปด้วยกัน ให้กลมกลืนให้ได้มากที่สุด”

 


    ได้ร่วมงานกับ 2 พระเอก “อั้ม” อธิชาติ และ “บอย” ปกรณ์ เป็นยังไงบ้าง
    “ก็ดี (หัวเราะ) พรีมถือว่าเป็นคนที่โชคดีมาก โชคดีที่ได้แสดงกับพี่ๆ เพราะต้องอาศัยความเก่งของทุกคน การที่ได้พี่อั้ม และพี่บอย ซึ่งพี่ๆ เขาทำการบ้านมาแน่นอยู่แล้ว พี่เขามารู้เลยว่าตัวเองต้องการอะไรอยู่แล้ว ทำให้พวกเราทำงานสนุกขึ้นด้วย ดีใจที่ได้มีโอกาสเล่นกับพี่ๆ เขา การได้ร่วมงานกับพี่ๆ เขาทำให้เราได้ประสบการณ์และเรียนรู้อะไรเยอะมาก"

 

    โดนแกล้งไหม 
    “(หัวเราะ) ทุกคนชอบบอกว่าพรีมจะต้องโดนแกล้งแน่ๆ โดยเฉพาะพี่บอยจะถูกหาว่าแกล้งพรีม แต่ไม่เลยพี่บอยน่ารักมาก คอยดูแลน้องๆ ทุกคนอย่างดี ตัดมาที่พี่อั้ม (หัวเราะ) พี่อั้มจะขี้แกล้ง แกล้งทุกคนในกอง แต่พี่อั้มไม่ค่อยแกล้งพรีมนะ (ยิ้ม)”
    

 

 

 

 

    เรื่องนี้ยากไหม เพราะเป็นละครที่ต้องเล่นกับซีจี
    
“ช่วงแรกอาจจะจินตนาการได้ไม่ค่อยมาก พี่ๆ ทีมงานจะมาบอกว่าสูงประมาณนี้ เราก็มองประมาณนี้ แต่พอหลังๆ เราเริ่มอินกับเรื่องไปเรื่อยๆ แล้วเราก็เริ่มโอเคน่าจะเป็นงูยิ่งใหญ่ประมาณนี้ มันน่าจะโกรธแค้นประมาณนี้ น่าจะพ่นไฟใส่เราประมาณนี้ พอเริ่มอยู่ในเนื้อเรื่องมากขึ้น จะเริ่มฟุ้งซ่านมากขึ้นเรื่อยๆ (ยิ้ม) คือเราเริ่มจินตนาการไปเองแล้วว่าอะไรยังไง เพราะว่าเรารู้เรื่องราวแล้วไงว่า เรื่องราวดำเนินมายังไง"
    

 

    เป็นละครที่อิงกับพญานาคมีเจอเรื่องราวความเชื่อในเรื่องนี้ไหม
    
“ตัวพรีมไม่ได้เจอเรื่องราวกับตัวเอง บทบาทของพรีมได้รับบทบาทเป็นมนุษย์ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับพญานาค ตัวพรีมไม่ได้เจออะไร แต่ได้ยินพี่อั้ม (อธิชาติ) เล่ามาเหมือนกัน คือตัวพี่อั้มเองได้ยินเสียงพลังงานอะไรบางอย่าง อาจจะเพราะด้วยเหตุนี้ พี่อั้ม เหล่าพญานาคทั้งหลาย พวกเขาต้องสวมบทบาทเป็นพญานาคจริงๆ เขาต้องไปไหว้ที่คำชะโนด ก็ต้องเคารพพญานาค ก็เป็นไปได้ว่าในส่วนของพวกเขาอาจจะไปเจออะไรที่มันอธิบายไม่ได้ ตัวพรีมไม่ได้กลัว แต่เราเชื่อว่ามีไหม เราเชื่อ เราไม่ได้บูชามูเตลูขนาดนั้น แต่เราก็เชื่อว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่มนุษย์เพียงสิ่งเดียว เราเชื่อว่าน่าจะมิติอื่นๆ พลังงานอื่นๆ ที่เราอาจจะมองไม่เห็นอะไรอย่างนี้ค่ะ เราไม่เคยเห็น แต่เราก็ไม่ได้ลบหลู่”

 


    กระแสตอบรับดี เรียกว่าหายเหนื่อย
    “หายเหนื่อยเลย แล้วยิ่งเดี๋ยวนี้พูดตรงๆ เราไม่สามารถเดาใจคนดูได้เลย ช่วงแรกเราก็แอบเกร็งว่า นาคีก็ไปแล้ว นาคี 2 ก็ไปแล้ว ไหนจะเรื่องนู่นเรื่องนี่หลายๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พญานาค กลัวคนดูจะเบื่อหรือเปล่า แต่พอออกมาคนดูชมตั้งแต่ตอนแรก คนก็ติดตามกันต่อไป คนยังเอาความรู้ที่ตัวเองมีอยู่มาถ่ายทอดเขียนคอมเมนต์ให้ซึ่งกันและกันยิ่งทำให้เราโอเค ชื่นใจ”

 

 

 

 

 


    @@ หน้าที่หัวหน้าครอบครัว
    โตมากขึ้นหน้าที่ความรับผิดชอบต่อครอบครัวก็มาขึ้นด้วย ตอนนี้ลงตัวแล้วหรือยัง
    “ทุกอย่างยังเหมือนเดิม พรีมไม่ได้รู้สึกว่าเราโตขึ้น เรียนจบแล้ว ความรับผิดชอบจะมากขึ้น  จริงๆ พอโตขึ้นจะรู้สึกว่าเราสามารถทำอะไรและตัดสินใจอะไรได้มากกว่าเดิม เพราะโลกของเรากว้างขึ้น เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น เรากล้าตัดสินใจมากขึ้น เหมือนปัญหาเมื่อก่อนคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ แต่พอมาตอนนี้ปัญหาเหล่านั้นมันก็ไม่ได้ใหญ่ อยู่ที่การมองของเรา ตอนเราเด็กๆ ด้วยหน้าที่ เราต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ก็รู้สึกเหนื่อยจัง เพื่อนคนอื่นๆ ไม่เห็นเป็นแบบนี้ เราคิดว่าความเหนื่อยในตอนนั้นคือหนักมา แต่พอเวลาผ่านไป เราเรียนรู้ ได้เห็นมากขึ้น ทำให้รู้เลยว่าความเหนื่อยเรานั้นคุ้มแค่ไหน ทำให้เราได้เรียนรู้ ทำให้เราได้โอกาส ได้รู้จักตัวเองและโตมากขึ้น พรีมนึกไม่ออกเลยว่าถ้าวันนั้นเราไม่ตัดสินใจที่จะเลือกก้าวมาอยู่ตรงนี้เราจะเป็นยังไง ความเหนื่อยในวันนั้นสอนเราเยอะมากจริงๆ”

 

    ยังกังวลอะไรเกี่ยวกับครอบครัวอยู่ไหม
    “ไม่มี จะบอกว่าที่ผ่านมาพรีมไม่เคยกังวลเรื่องครอบครัวเลยนะ ไม่เคยมี (ยิ้ม) อย่างพี่ชายเราก็ดูแลเหมือนเดิม  พี่ไม่ได้ต้องการความดูแลที่พิเศษอะไรขนาดนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว เพียงแค่ว่าช่วงไหนมีเวลาว่างก็จะหาเวลาไปเที่ยวด้วยกันไปทำกิจกรรมด้วยกัน พรีมไม่เคยกังวลในตัวเขาเลย หลายคนที่มองมาอาจจะมองว่าการที่เขาเป็นแบบนี้ (ออทิสติก) เราต้องดูแลเขามากกว่าปกติ แต่จริงๆ ไม่เลย เขาดูแลตัวเองได้ทำทุกอย่าง คุยกับเขา เขาเข้าใจทุกอย่าง" 

 

    เวลาจะไปเที่ยวกับครอบครัวต้องวางแพลนนานไหม
    “ถ้าไปเที่ยวต่างประเทศก็อาจจะมีวางแพลนล่วงหน้าหน่อย เพราะด้วยคิวเราไม่เกี่ยวกับแม่และพี่ ตัวพรีมและงานพรีมล้วนๆ เลย (หัวเราะ) แต่เสาร์-อาทิตย์ ปกติ ไปไหนกันดี”
    เคยมีเวลาที่เรารู้สึกท้อไหมเวลาเจอปัญหา
    “เป็นอะไรที่มันมาเรื่อยๆ เหมือนเป็นความเคยชินมากกว่า เป็นนี้มาตั้งนานแล้ว อาชีพนี้เป็นอาชีพที่เราทำแล้วก็สนุก เริ่มต้นจากสิ่งนั้นก่อน ฉะนั้นมันเหมือนเราสนุกกับงานแล้วงานนี้ก็ดันทำให้เรามีโอกาสสามารถเลี้ยงดูครอบครัวเราได้ด้วย มันไม่ได้เป็นอะไรที่เราตัดสินใจว่าต้องรับผิดชอบดูแลครอบครัวอย่างนี้ มันเหมือนกับการที่เราอยากลองเข้ามาทำงานตรงนี้ก่อน แล้วเราก็ทำออกมา แล้วงานตรงนี้ก็ทำให้สามารถรับผิดชอบครอบครัวได้ มันเหมือนเป็นผลพลอยได้มากกว่า เหนื่อยไหม ท้อไหม บางทีมันก็มีความเหนื่อยในเชิงทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ทำงานหนัก จัดตารางไม่ทัน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกท้อขนาดนั้น ไม่ได้มานั่งบ่นว่าเหนื่อยจังเลยทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ จะไม่ค่อยมีความรู้สึกแบบนั้น

 

 

 

 

 

 

 

    @@ อนาคตข้างหน้า
    จริงๆ มองอนาคตในวงการไว้ยังไง

    “อยากทำตรงนี้ออกมาให้ดี เพราะเพิ่งจะมีโอกาสที่เรียนจบแล้วได้ทำงานอย่างเต็มที่ หันมาโฟกัสเรื่องงานอย่างเดียวเลย ก็อยากทำให้ดีที่สุด อยากจะมาสเตอร์ให้มันดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ อาชีพนักแสดงก็เป็นอาชีพที่มีขึ้นมีลง เดือนนี้ทำงานเกือบทุกวันเลย เดือนนี้ทำงานไม่ทุกวัน ช่วงนี้ก็ถ่ายทำละครเป็นหลัก ก็ยังมีวันว่างบ้างอยู่ ยังสามารถเอาเวลาตรงนี้ไปอยู่กับครอบครัวได้ไปเที่ยวด้วยกัน”

 

    อยากเรียนต่อปริญญาโทไหม
    “อยาก  แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้เหมือนเราอยู่ในวงโคจรการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยมานานมากแล้ว ในเมื่อตรงนี้เราจบแล้ว เราขอโฟกัสอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ลองทำตรงนี้ให้มันดีก่อน แล้วหลังจากนั้นถ้ามีเวลา เราอยากจะเรียนรู้เพิ่มเติมก็อาจจะเรียนต่อ ณ ตอนนั้น”

 

    มองชีวิตการเป็นนางเอกไว้ยังไง
    “พรีมไม่ได้มองเรื่องของการเป็นนางเอก แต่อยากจะเป็นนักแสดงมากกว่า พรีมรู้ตัวเองตอนนี้ดีกว่า ยังใช้คำว่านักแสดงไม่ได้ เรายังไม่เก่งพอ แต่พรีมอยากเรียนรู้และอยากพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ อยากมีสักวันที่สามารถพูดคำนี้ได้อย่างภูมิใจ อยากให้คนที่รักและเชื่อมั่นในตัวเราภูมิใจ” 

 

 

 

 

 

    @@ หัวใจสีชมพู
    เรื่องความรักล่ะ

    “ปกติ ก็เรื่อยๆ เป็นกำลังใจดีๆ ที่เข้ามาในชีวิตอะไรอย่างนี้ ก็คือช่วงนี้พอเราไม่มีเรื่องเรียนทำให้เราปวดหัว ดันมีโอกาสอะไรดีๆ แบบนี้เข้ามา เราก็ไม่เคยปิด ถามว่ามันก็ไม่ใช่โฟกัสของเรา แต่ก็ดีใจที่เรามีกำลังใจดีๆ ตรงนี้ แต่ในเวลาเดียวกันเราก็ใช้ชีวิตแบบง่ายๆ ไปเรื่อยๆ เราต้องมีอะไรที่ให้ทำอีกเยอะ”

 


    เรียนรู้กันมาสักพักแล้วยังมีอะไรที่ต้องปรับจูน
    “ถามว่าเรียนรู้กันสักพักไหม เพิ่งจะแบบว่าเป็นเพื่อนที่สนิทหลังๆ ก่อนหน้านี้ก็รู้จักกันมาประมาณหนึ่งแต่หนูก็ไม่ได้สนใจเขา เหมือนต่างคนต่างทำอะไรของตัวเองไป จนกระทั่งหลังๆ เริ่มพูดคุยมากขึ้นดูเหมือนสนิทมากขึ้น ถามว่าปรับจูนอะไรไหมก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น ยังไม่ถึงขั้นมานั่งคิดว่าเราจะต้องทำยังไงถึงจะไปด้วยกันได้ ยังไม่ได้ถึงจุดนั้น ตราบใดที่เรายังทำงานของเราไปเรามีตรงนี้ แล้วสิ่งนี้ก็ไม่ได้ทำงานของเราเสีย ไม่ได้เบียดเบียนใคร เพื่อนๆ เรา หรือครอบครัวของเรา เราก็โอเคที่จะมีกำลังใจตรงนี้”

 

    ณ วันนี้โอเคไหม
    “โอเค ก็อย่างที่บอกตัวพรีมเอง ตัวเขาเอง ไม่ได้คิดอะไร ก็ดีที่จะเป็นแบบนี้ ยังไม่ได้แพลนจริงจังยังไม่ได้อะไรตรงนั้น ตราบใดที่ไม่ได้ส่งผลเสียต่อชีวิตที่ตัวเองวางไว้อยู่ก็โอเค  ถามว่าเขาก็ดูแลเราดี ก็ประมาณหนึ่ง (ยิ้ม) ตามปกติ ตามประสาเพื่อนสนิท เราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ยังไม่ได้อยู่ในสถานะที่เราแบบจะดีแมนอะไรจากใคร (โรแมนติกเปล่า) เพิ่งจะเกิดขึ้นหลังๆ นี้ ก็มีนิดหน่อย เขาอยากจะทำให้”

 

    ตอนนี้ยังใช้สถานะเพื่อนสนิท
    “ใช่ เรายังไม่ได้อยากจำเพาะเจาะจงว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ เมื่อเวลาที่พอเหมาะพอเจาะ พรีมว่าสถานะมันจะชัดเจนเองว่าคืออะไร”

 

    มองอนาคตความรักของตัวเองยังไง
    “โห ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น เพราะว่าตอนนี้หนูยังมองอาชีพตัวเองลางๆ อยู่เลย (ยิ้ม) เรารู้สึกว่าพอถึงเวลาที่เราพร้อม เดี๋ยวมันจะพร้อมของมันเอง ทุกคนก็อยากมีครอบครัว อยากแต่งงานแหละ แต่ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจุดนั้นจะเป็นเมื่อไหร่”
    นี่แหละ...ความน่ารักของ “พรีม” รณิดา 
เรื่อง : เมธาวี ดีมี
ภาพ : วันชัย ไกรศรขจิต

 

 

 

 

 

 

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 18,421 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ