วันที่ 18 มิถุนายน 2562
บันเทิง

'แพทย์ศิริราช' ชี้แจงอาการ 'น้ำตาล' ยังไม่ระบุสาเหตุ

วันที่ 13 มิถุนายน 2562 - 18:05 น.
แพทย์ศิริราช ชี้แจงอาการ น้ำตาล ยังไม่ระบุสาเหตุ,น้ำตาล The Star,บันเทิงไทย,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 8,963 ครั้ง

"แพทย์ศิริราช" แถลงข่าวเผยอาการ "น้ำตาล" บุตรศรัณย์ ทองชิว สมมองบวมมากและยังไม่พบตำแหน่งเลือดออกที่ปอดทั้ง 2 ข้าง และไม่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุ

   ทีมบันเทิง คมชัดลึก-เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 62 เวลา 14.00น. ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนภา คณบดี คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานชี้แจงอาการของ "น้ำตาล" บุตรศรัณย์ ทองชิว โดยมี รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์  สาขาวิชาศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์ "พิมพ์ลดา" ทองชิว พี่สาว และ "กิตต์ธีธัช" ก้องภพจิรพัฒน์ พี่เขย รวมถึงคุณแม่ "สุขใจ" ถิรเมธีกุล คุณแม่น้ำตาล ก็มาร่วมฟังแถลงในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติชั้น G โรงพยาบาลศิริราช

   ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ : "เมื่อวานทางศิริราชเองได้รับการติดต่อจากทางโรงพยาบาลสมุทรสาคร ตั้งแต่เมื่อวานตอนเวลาประมาณ 08.15 นาที ว่าคุณน้ำตาลมีอาการเลือดออก อาเจียนเป็นเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก และเลือดที่ออกมาทำให้เข้าไปอุดตันทางเดินอากาศหรือทางเดินหายใจ จนกระทั่งทำให้หัวใจมีการหยุดเต้นและมีการกู้ชีพถึง 2 ครั้ง ทั้งที่บ้านกับที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร หลังจากนั้นพอมีการประสานงานมาทางคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลเอง ก็ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ในการดำเนินการเวลานั้นเราจำเป็นต้งใส่เครื่องช่วยพยุงการของหัวใจและปอดที่เรียกว่าเอคโม่ เพื่อให้การเคลื่อนย้ายสามารถเคลื่อนย้ายได้ เพราะถ้าเคลื่อนย้ายโดยไม่ใส่เครื่องพยุงมาผมเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายขึ้นในขณะการเดินทาง หลังจากที่มาถึงศิริราชก็มาที่ห้องไอซียู ก็ได้มีการให้ยา มีการปรับเปลี่ยนยา และให้เครื่องเอคโม่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการแก้ไขความไม่สมดุลของสารต่างๆ ในกระแสเลือดอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งในช่วงต้นตลอดระยะเวลาของเมื่อวานนั้น สภาพคนไข้ยังไม่พร้อมพอจะไปตรวจอะไรเพิ่มเติม ถ้าชีพจรทุกอย่างยังไม่ดี การเคลื่อนย้ายคนไข้ไปตรวจอะไรต่างๆ ก็อาจจะเป็นอันตราย แต่หลังจากที่ดำเนินการเป็นระยะเวลาหนึ่ง เมื่อวานตอนค่ำๆ ชีพจรต่างๆ ก็เริ่มดีขึ้น สัญญาณชีพต่างๆ ก็เริ่มคงที่ เลือดที่ออกจากท่อหายใจเราก็ไม่เห็นแล้ว จนกระทั่งเมื่อเช้า เมื่อทุกอย่างคงที่เรียบร้อย เราก็ได้นำคุณน้ำตาลไปตรวจเพิ่มเติม โดยการไปเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ทั้งที่ปอดและที่สมอง เหตุผลที่ต้องทำที่สมองด้วยก็เพื่อต้องการจะดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่สมองหรือเปล่า ในขณะเดียวกันสภาพก่อนหน้านี้จากเกร็ดเลือดที่ต่ำลง สารที่ทำให้เลือดแข็งตัวลดลง จะเกิดอะไรขึ้นกับสมองหรือเปล่า อันนี้คือสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำ ส่วนเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ที่ปอด ก็เพื่อจะดูว่ามีรอยรั่วอะไรหรือเปล่าที่เป็นสาเหตุของเลือดออก ผลตรวจเช้านี้ก็มีสรุปออกมาว่า สมองมีอาการบวมค่อนข้างมากทีเดียว ไม่มีเลือดออกในสมองให้เห็น ขณะเดียวกันในปอดมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการที่หัวใจมีอาการหยุดเต้น การขาดเลือดสมองเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สามารถเห็นรอยโรคอะไรที่เป็นสาเหตุของเลือดออกที่ชัดเจนจากการเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ในปอด ณ วันนี้ ตอนนี้ เราก็นำคุณน้ำตาลกลับมาอยู่ห้องไอซียู ซึ่งก็ให้ยาอยู่ กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขความผิดปกติในเลือด ซึ่งขณะนี้ยังมีความผิดปกติอยู่ ทยอยแก้ไขอยู่ อย่างที่สองตัวเอคโม่ที่ใช้อยู่มันทำงานได้ค่อนข้างดี เลือดที่ออกตอนนี้ไม่เห็น แต่เนื่องจากเรายังไม่รู้สาเหตุว่าเลือดออกจากอะไร นี่คือสิ่งที่เราจะต้องเฝ้าพึงระวังอยู่ การประเมินการทำงานของสมองในเวลานี้ยังไม่สามารถที่จะประเมินได้ เพราะเมื่อไหร่ที่สทองบวม ผมต้องขออธิบายแบบนี้นะครับ คนทุกคนที่เมื่อไหร่หัวใจหยุดเต้น สมองขาดเลือดไปเลี้ยง ขาดออกซิเจนไป ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในสมองคือการบวมน้ำ ซึ่งการบวมน้ำนี้มันจะเป็นมากขึ้นถึงจุดหนึ่ง จากนั้นก็จะค่อยๆ ลดลง เราจะประเมิณว่าสมองทำงานอะไรอยู่บ้างก็ต้องรอหลังจากที่สมองยุบลง ฉะนั้นในเวลานี้ยังไม่สามารถประเมิณการทำงานของสมองได้อย่างเต็มที่ จากนี้ผมก็ขอติดตามในส่วนตรงนี้ต่อไปก่อน"

   รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ เปิดเผยว่า “ตนได้รับการติดต่อให้ไปใส่เครื่องพยุงปอดและหัวใจ หรือเอคโม่ ซึ่งมีหนเาที่ทำงานแทนปอดและหัวใจ ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร กรณีของคุณน้ำตาลเท่าที่ประเมินปัญหาใหญ่อยู่ที่ปอดไม่ใช่หัวใจ คือหัวใจของคุณน้ำตาลต้องใช้ยากระตุ้นก็จริง แต่สาเหตุที่หัวใจหยุดเต้นเกิดจากปอดไม่สามารถแบกเปลี่ยนอากาศได้ เพราะเลือดที่ไหลออกมาลงไปอุดหลอดลมทั้งสองข้าง จนไม่สามารถแลกเปลี่ยนอากาศได้ สิ่งที่ต้องทำคือต้องนำเอาเลือดจากร่างกายของคุณน้ำตาลออกมาแลกเปลี่ยนอากาศข้างนอก เอาออกซิเจนเข้าไปแล้วเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งต้องใช้เครื่องเอคโม แปลตรงๆก็คือปอดเทียม แต่เพื่อความเข้าใจเราขอใช้คำว่าเครื่องพยุงปอดและหัวใจ ตอนนี้ในเคสของคุณน้ำตาล เครื่องนี้ทำงานแทนปอดอย่างเดียว ส่วนหัวใจอยู่ได้ด้วยยากระตุ้น เมื่อตนไปถึงโรงพยาบาลสมุทรสาครพบว่าคุณน้ำตาลมีภาวะความเป็นกรดในเลือดสูง จากทั้งกรดที่ร่างกายผลิตแล้วไม่สามารถขับออกได้ และแก็สที่เป็นของเสียของร่างกายที่ไม่สามารถขับออกได้เลย ค่าปกติอยู่ที่ 40 แต่ของคุณน้ำตาลอยู่ที่ 80 เราพิจารณาว่าจำเป็นจะต้องใส่เครื่องนี้เพื่อนำเลือดออกมาฟอกด้านนอก พอใส่เครื่องแล้วเราก็มั่นใจมากขึ้นว่าการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยปลอดภัยขึ้น แต่โรงพยาบาลสมุทรสาครไม่สามรถดูแลเครื่องนี้ได้ ต้องเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลใหญ่ๆ หรือโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยเท่านั้น จึงทำการย้ายคุณน้ำตาลมาที่หอผู้ป่วย โรงพยาบาลศิริราช โดยใช้รถพยาบาลแบบพิเศษ หรือ โมบาย ไอซียู ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลกรุงเทพ พอมาถึงศิริราชเราได้เริ่มปรับยา เพราะคืนแรกที่มาถึงความดันของคุณน้ำตาลก็ยังขึ้นๆลงๆอยู่ตลอดเวลา ต้องแก้ไขทุกอย่าง จนทุกอย่างนิ่งจึงได้เริ่มทำการตรวจวินิจฉัยว่าเลือดออกมาจากจุดไหนแต่ก็ยังไม่พบ ตรวจดูว่าสมองได้รับความกระทบกระเทือนแค่ไหน จากการตรวจร่างกายตอนนี้ยังไม่มีการตอบสนองใดๆ สมองยังบวมอยู่ ต้องรอให้สมองยุบก่อนค่อยประเมินซ้ำอีกครั้ง”


ตอนนี้ยังหาไม่เจอเลยใช่ไหมว่าเลือดออกตรงไหน
   ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ : “คือเวลามีเลือดออกแบบนี้ เราพยายามหา ซึ่งโรคพวกนี้ เป็นสิ่งที่เจอน้อยมาก เจอไม่บ่อย ก็ไม่อยากเรียกว่า 1 ในล้าน คือเอาเป็นว่ามันเจอน้อยมากก็แล้วกัน เพราะตอนนี้เรายังไม่ว่าโรคอะไร แต่ที่เราเจอบ่อย เช่น เส้นเลือดที่ผิดปกติ ที่เป็นก้อน แต่เรามองไม่เห็น พอไม่เห็น เรารู้อย่างเดียว เลือดที่ออก บอกอย่างตรงไปตรงมาคือเส้นเลือดแตก แต่เป็นเส้นเลือดจากอะไร ตรงนี้เรายังไม่รู้”

พอยังไม่ทราบสาเหตุแบบนี้ จะมีผลต่อการรักษาต่อไปไหม
   ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ : “ถ้าเราประคับประคองในช่วงตรงนี้ ถ้าสมองยุบตัวลงแล้ว เราก็จะสามารถประเมินได้อย่างเต็มที่ ขั้นตอนต่อไป ถ้าคนไข้ผ่านพ้นระยะวิกฤตตรงนี้ไป เช่น เลือดไม่ออกในช่วงวิกฤตตอนนี้ เราก็จะไปสู่ขั้นตอนสืบค้น ว่าอะไรทำให้เลือดออก แล้วสามารถรักษา คือการรักษาจุดเลือดออก มันทำได้ทั้งที่ไม่ต้องผ่าตัดก็ได้ อาจจะใช้วิธีการใส่สาย คือถ้าเรารู้ว่าออกจุดไหน เราก็เลื่อยสายเข้าไปอุดได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้”

ตอนนี้ก็ต้องรอไปเรื่อยใช่ไหม
   ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ : “ถ้าไปทำตอนนี้ผมว่าได้ไม่คุ้มเสีย เพราะชีพจรอะไรต่างๆเพิ่งกลับมา คนไข้ยังไม่อยู่ในสภาพที่จะไปทำอะไรมากๆนานๆนอกไอซียู”

ตอนนี้ถือว่าดีขึ้นก่อนที่จะมารักษาที่ศิริราชไหม
   ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ : “ดีขึ้นตรงที่ว่า ณ วันนี้ สัญญาณชีพคงที่แล้ว แล้ววันนี้ในเวลานี้ เราไม่เห็นเลือดออกมาในท่อทางเดินหายใจ ถึงแม้ว่าตอนนี้เลือดจะถูกฟอกโดยเครื่องอยู่ข้างนอก แต่การที่ไม่มีเลือดออกมา เราก็หวังว่าปอดจะกลับมาทำงาน ผมไม่อยากให้คาดการณ์อะไรในเชิงบวกมากเกินไป แต่ก็ไม่อยากพูดในเชิงลบ ตอนนี้เราดูวันต่อวัน เราเฝ้าระวังในสิ่งที่เราระวังอยู่”

เคยเจอเคสในลักษณะอย่างนี้มาก่อนไหม
   รศ.นพ.ปรัญญา : “ลักษณะแบบนี้เป๊ะเลยเราไม่เคยเจอ แต่ลักษณะเช่นไอเป็นเลือดมากๆ อันนี้เคยเจอ หรือเจียนเป็นเลือดมากๆ เราก็เคยเจอ แต่ภาพรวมของเคสนี้คือการมีเลือดออกเข้าไปในหลอดลมทั้งสองข้างจนกระทั่งต้องใช้เครื่องเอคโม่มาช่วย ซึ่งถามว่าเราเคยเจอเคสลักษณะแบบนี้ไหม คือไม่เคยครับ”

การรักษาตอนนี้คือรักษาตามอาการใช่ไหม
   รศ.นพ.ปรัญญา : “ครับ คือปอดก็รอฟื้นตัวจากการที่เขาสำลักเลือดทั้งสองข้าง ระหว่างที่ปอดยังฟอกเลือดไม่ได้ ก็ต้องใช้เครื่องเอคโม่ไปก่อน ส่วนสมองก็รอให้หยุดบวม ตอนนี้ก็ใช้ยาช่วย แล้วก็ดูระดับเกลือแร่ว่าอย่าให้ผิดปกติ ส่วนเรื่องเลือดออก ตอนนี้เราก็ได้แต่เฝ้าระวัง คอยดูความเข้มข้นของเลือด ถ้าเมื่อไหร่มีสัญญาณว่ามันตกลงไป คือบางครั้งมันก็จะไม่เห็นร่องรอย”

ถ้าน้ำตาลฟื้นขึ้นมา จากอาการที่สมองบวมจะส่งผลอะไรไหม
   ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ : “ตอนนี้ยังเร็วเกินไป ผมพูดตรงๆนะ เวลาไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง เซลล์สมองจะถูกทำลาย อันนี้เป็นเรื่องปกติ ถามว่าจะทำงานได้มากน้อยแค่ไหน ณ ตอนนี้เรายังสรุปไม่ได้ ตอนนี้เรารู้แค่ว่าบวขนาดนี้ ต่อให้สมองดี บวมแบบนี้ก็ไม่รู้ตัวหรอก ก็ต้องรอให้ยุบบวมซะก่อน ถึงจะแยกได้ว่าที่ไม่รู้ตัวตอนนี้เพราะสมองบวม หรือว่าเนื้อสมองถูกทำลายไปแล้ว จากการขาดเลือดไปเลี้ยง รอให้เราแห้เรื่องบวม ให้มันยุบลงแล้วก็ประเมินสมองอีกหนึ่งครั้ง มีอีกประเด็นหนึ่งคือ ปริมาณเลือดที่มีการตรวจที่โรงพยาบาลสมุทรสาครนั้น เกร็ดเลือดไม่ได้ต่ำ ในโซเชียลมีบางคนบอกว่าเป็นไข้เลือดออกหรือเปล่า อันนี้ไม่เหมือนนะครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นเลือดที่ออกจะสัมพันธ์กับการที่เกร็ดเลือกต่ำ แล้วโดนทั่วไปจะไม่ออกแค่จุดเดียว เราอาจจะเห็นเลือดออกที่อื่นอีกเช่นผิวหนัง แต่อันนี้ไม่มี”

ภาวะเส้นเลือดเปราะบาง
   "อย่างที่ว่า ใครบางคนในห้องอาจจะมี เพียงแต่ว่ามันอาจจะอยู่ในอวัยวะที่ไม่เกิดเรื่อง ก็เหมือนกับปานแดงที่ผิวหนัง ซึ่งปานแดงที่ผิวหนังก็คือเส้นเลือดผิดปกติ เผอิญมันอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นและปานแดงที่ผิวหนังเราไม่ค่อยกลัวเพราะหนังหนา โอกาสเลือดที่ออกมาจะยาก ออกมาเราก็เอามือกด แต่สิ่งที่สำคัญคือสิ่งที่อยู่ในอวัยวะตัวเรา มันอาจจะเป็นหลอดเลือดที่ผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิดแต่มันไม่เคยเกิดเรื่องขึ้น สันไม่ดีคืนไม่ดีมันเกิดแตก เผอิญมันอยู่ใกล้กับที่เป็นท่อ พอแตกปุ๊บไม่มีอะไรไปกด นางคนมีหลอดเลือดแบบนี้ในตับ อันนี้เราก็ไม่ค่อยกลัว พอมันเริ่มแตกปุ๊บตับมันแข็ง ตับมันก็กดไปในตัว พอกดเลือดก็หยุดได้ เผอิญมันอยู่ใกล้ท่อหลอดลม ซึ่งไม่มีอะไรไปกดเลือดก็เลยไม่หยุดไหล คำตอบคือ มาจนถึง ณ วันนี้ มันก็เลยไม่มีตัวเลขที่สามารถบอกได้ อุบัติการหลอดเลือดบางๆ แบบนี้มีมากน้อยแค่ไหน ในคนปกติอาจจะมีแต่ในเมื่อมันไม่ก่อเรื่องก็เลยไม่ได้เป็นสถิติ"

การที่เลือดกำเดาๆ ไหลบ่อยๆเกี่ยวไหม
   "ก็ได้แต่คาดการณ์ว่าอาจจะ พูดได้แค่นั้นจริงๆ เพราะว่า คนบางคนเลือดกำเดาออกบ่อยเพราะอยู่ในอากาศแห้ง เยื่อบุแห้งก็เกิดเลือดกำเดาออกได้ คนบางคนสัมพันธ์กับการขาดวิตามินบางอย่าง ก็เลือดกำเดาออกได้ เผอิญช่วงที่เลือดกำเดาออกที่ผ่านมาเราเข้าใจว่าอาจจะไม่มีการตรวจหรอก ว่าเป็นจากอะไร หรือตรวจได้อาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำเพราะมันออกแล้วมันก็หยุด อีกอย่างหนึ่งพบว่ามันไม่มีความสัมพันธ์โดยตรง ของหลอดเลือดที่ผิดปกติที่อยู่ในอวัยวะลึกๆ เผอิญผมทำทางด้านตับ ไม่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับหลอดเลือดที่ติดอยู่ในเนื้อตับ กับสิ่งที่ปรากฎตามผิวหนังข้างนอก บางคนมีผิดปกติที่ตับแต่ไม่ผิดปกติที่ข้างนอกเลย ดังนั้นผมคงไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้" 

คุณหมอไม่เคยเจอเคสนี้มาก่อน รักษายากใช่ไหม
   นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ : "จริงๆ อาจจะไม่ยากก็ได้ถ้าเราทราบว่าอยู่ที่ไหน แสดงว่าจุดที่มันเกิดอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ในบางโรคที่พบบ่อยเราสามารถบอกได้เลย แต่กรณีของคุณน้ำตาลแปลว่าอยู่ในจุดที่ไม่ได้พบบ่อย"

เลือดตอนนี้หยุดแล้วใช่ไหม
   นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ : "หยุดเองเลย พอเราปฐมพยาบาลก็หยุด"

ขอเป็นความรู้ ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ จะต้องดูแลตัวเองอย่างไร 

   "คือเนื่องจากพบไม่บ่อยก็จะลำบากนิดหนึ่ง แต่ขอยกกรณีตัวอย่าง คุณน้ำตาล สิ่งที่คุณแม่คุณน้ำตาลทำถือว่าดีมาก ตั้งสติรีบตามรถพยาบาลมาช่วย ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราต้องตามคนมาช่วยก่อน และปฐมพยาบาลเบื้องต้น จนกระทั่งรถมารับ ถือหลักการเดียวกันอะไรที่มันรุนแรงขึ้น ให้รีบตามคนมาช่วย ตามรถพยาบาล ติดต่อห้องฉุกเฉินทันที เลือกที่ใกล้บ้านที่สุด เผอิญบ้านเขาอยู่ใกล้โรงพยาบาล แต่ถ้าเขาอยากจะมาศิริราชเลย หรือเลือกโรงพยาบาลเอกชน ก็อาจจะใช้เวลามากกว่า อันนี้ต้องชื่นชมจริงๆว่าคุณแม่เขาทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตลอด"

ตอนนี้ปอดทั้งสองข้างดีขึ้นไหม?
   นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ : "ยังครับ ปอดสองข้างยังไม่สามารถแลกเปลี่ยนแก๊สได้ดีทั้งสองข้างเลย จึงต้องใช้เครื่องเอคโม่ (ECMO) แลกเปลี่ยนแก๊ส"

ได้มีการสอบถามจากต่างประเทศมั้ย เกี่ยวอาการแบบนี้?
   "ผมเชื่อว่าโลกทั้งใบเจอโรคนี้น้อยมาก คงไม่มีใครที่มีประสบการณ์เจอมากกว่า 1-2 เคสด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญคือ ใช้เหตุ ใช้ผลในการดำเนินการตอนนี้ อย่างที่อาจารย์ปรัญญาเล่าให้ฟัง คุณแม่เค้าดำเนินการตอนต้นถูกแล้ว ทำให้อากาศเข้าไปได้เร็วที่สุดทำยังไง ซึ่งเราทำเองไม่ได้อยู่แล้ว เวลาเลือดออกแบบนี้ ต้องเรียกโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านที่สุด แล้วก็โดยระบบของประเทศไทยตอนนี้ ทันทีที่ส่งไปถึง ทางโรงพยาบาลจะรีบดำเนินการโดยทันที เค้าต่อว่าได้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ เค้าจะรีบประสานงานมา เพราะงั้นย้ายคนไข้ยังไม่ได้ เราเคลื่อนหมอได้ เราก็เอาหมอเข้าไปทำ จนเราเคลื่อนคนไข้ได้ ถ้าพูดถึงขั้นตอนทั้งหมดที่ผ่านมาไปได้ดีทีเดียว แต่เผอิญสภาพคนไข้กับโรคแบบนี้ โรคแบบนี้ผมยังยืนยันนะครับ ไม่ว่าจะรักษาที่ประเทศไหน ถ้าเกิดเฉียบพลันแบบนี้ มันไม่มีสัญญาณเตือนเลย อยู่มาแล้วปุ๊บปั๊บแบบนี้ใครจะไปรู้"

ปอดแตกแบบนี้สาเหตุมาจากอะไรบ้าง?
   "คือจริงๆ เรื่องปอดแตกเราไม่เคยพูดถึงเลย แต่ว่าตามข่าวที่ทราบมาว่า คุณน้ำตาลมีอาการปอดแตกด้านขวา ก็คือมีลมรั่วจากเยื่อหุ้มปอด ทำให้ปอดยุบ จำเป็นต้องใส่สายระบายลม อันนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ก่อนหน้านี้ที่ผมจะไปพบคุณน้ำตาล คาดว่าปอดแตกเกิดจากการใส่ท่อหายใจ แล้วพยายามบีบเพื่อให้ออกซิเจนเข้าไปในปอด แต่เรื่องจากว่ามีเลือดอยู่ในนั้นเยอะ เลยทำให้ความดันในปอดมันขึ้นสูงมาก ก็เหมือนลูกโป่งที่มันสูงเกินไป ทำให้มันแตกได้ จริงๆ สิ่งนี้พบไม่บ่อย ก็คือผู้ป่วยที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและความดันสูงมากๆ เพื่อจะขับให้ออกซิเจนเข้าไปในร่างกายได้ พอมันสูงเกินไป ก็ทำให้ปอดแตกเป็นรูเล็กๆ และเป็นรูรั่วออกมา สำหรับกรณีนี้ก็ไม่ใช่ภาวะรุนแรงอะไร ใส่ท่อระบายลมก็เรียบร้อยดีครับ"

ในชีวิตประจำวัน มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นมั้ย มีความเสี่ยงมากแค่ไหน?
   "น้อยมาก โรคแบบนี้เป็นโรคที่เจอน้อยมาก ผมยืนยันว่าน้อยมากๆ ดังนั้นไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนก เพียงแต่ว่าถ้าเกิดอาการแบบนี้ รีบเข้าโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดนะครับ มันเกิดขึ้นยาก ไม่อยากให้ตื่นตระหนกกับเรื่องแบบนี้"

น้ำตาลหยุดหายใจไป 30 นาที คนเรามีโอกาสหยุดหายใจแค่ 10 นาที เป็นปาฏิหารย์ไหม? 
   "คือจริงๆ ไม่ใช่หยุดหายใจไป 30 นาที แต่ใช้เวลาปั๊มหัวใจไป 30 นาทีนะครับ แต่ในระหว่างที่ปั๊มหัวใจไป 30 นาทีกว่าจะฟื้นมาได้ เราไม่สามารถบอกได้ว่า ออกซิเจนที่เข้าไปมากน้อยแค่ไหน แต่เหตุผลที่หัวใจหยุดเต้น คือร่างกายขาดออกซิเจนนะครับ"

   ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา เผยว่า "โรคนี้เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนไข้ไหม ผมไม่คิดว่าเป็นเรื่องของภูมิโดยตรงคือเราคงเคยได้ยินคนบางคนที่อยู่ๆเส้นเลือดสมองแตก ที่ไม่ได้มีความดันสูงเลยนะ อยู่ๆเป็นพวกนี้เกิดจากทางสมองเรารู้แล้วเกิดจากโรคกลุ่มหนึ่งที่หลอดเลือดผิดปกติ มันไม่ดีอยู่ดีๆมันก็แตก แตกในเนื้อสมอง ซึ่งเนื้อสมองเหมือนเต้าหู้มันกดตัวเองไม่ได้เลือดก็เลยขยาย ถ้าเป็นเลือดที่ผิวหนัง เส้นเลือดเราก็กดได้ แต่เผอิญไปอยู่ชิดหลอดลม ถ้าโดยลำพังอยู่ในเนื้อปอดออกมาอาจจะมีความยืดหยุ่นของตัวปอดช่วยมันบ้าง แต่ถ้าอยู่ใกล้หลอดลมมันแตกแล้วเข้าหลอดลมเลือดพวกนี้ก็ไหลมาเรื่อยๆ อาการของน้ำตาลที่เราต้องการให้สมองยุบลงเพราะต้องการประเมินการทำงานของเนื้อสมอง ณ วันนี้เรารู้ว่าเลือดเข้าปอดไม่ได้เพราะเลือดมันไปเต็มหลอดลม สมองก็ขาดอ๊อกซิเจนปฏิกิริยาของสมองที่ขาดอ๊อกซิเจนคือสมองบวม ซึ่งเนื้อสมองที่ถูกทำลายไปมากน้อยอท่าไหร่ ตอนนี้เราประเมินไม่ได้มีทางเดียวคือตอนนี้เรารักษาเต็มที่ให้สมองยุบบวมลง ซึ่งถ้ายุบสมองก็จะบอกได้ว่าการทานเหลือเท่าไหร่นี่ด้านสมอง ประเมินตอนนั้นอีกที ไม่เกี่ยวกับตัวปอด เพราะตัวปอดก็เป็นเรื่องของตัวปอด แต่ตอนนี้ปอดเราหาที่ไม่ได้ว่ามันออกมาจากไหน ซึ่งเราก็กลัวมันจะออกมาอีกแต่ถึงถึงออกอีกเราไม่กลัวในแง่การแลกเปลี่ยนอ๊อกซิเจนแล้วเพราะเครื่องเอ็กซ์โม่ พูดง่ายๆเหมือนปอดยังทำงานอยู่ แต่ถ้ามันออกอีกเราต้องหาทางไปหยุดเลือด ไม่ให้เลือดออกไปเรื่อยๆ ซึ่งโดยธรรมชาติของคนทุกคนถ้าเลือดออกถ้าไม่มาเกินไปปกติเลือดหยุดเอง เลือดหยุดจากการที่ร่างกายมีกลไกทำให้เลือดหยุด เช่น เกล็ดเลือด เรามีสารที่ทำให้เลือดแข็ง ซึ่งตับสร้างมันขึ้นมาดังนั้นสมมุติเราแปรงฟันแล้วเลือดออกมันก็หยุดของมันเอง ไม่ต้องทำอะไร แต่ในกรณีนี้ร่างกายของน้องที่เลือดหยุดตอนนี้เพราะเริ่มต้นเกล็ดเขาดี ต่อมาเกล็ดเลือดต่ำลงเพราะร่างกายใช้มันไป ตอนนี้เราก็เติมเกล็ดเลือดกลับขึ้นไปเพื่อไปให้มันมีเกล็ดเลือดที่จะทำให้เลือดหยุด ดังนั้นที่หยุดเพราะเราทดแทนเกล็ดเลือดไปให้แล้ว ถ้ามันไม่ออกอะไรอีกเราก็มีเวลาไปสืบค้นที่มาของโรคนี้"

Shares :
เปิดอ่าน 8,963 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ