royal coronation
วันที่ 20 มิถุนายน 2562
บันเทิง

'พี่สาวน้ำตาล' ระบุอาการน้องยังทรงตัวไม่ฟื้น

วันที่ 12 มิถุนายน 2562 - 12:22 น.
น้ำตาลเดอะสตาร์,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 8,848 ครั้ง

"น้ำผึ้ง" พิมพ์รดา ทองชิว พี่สาวของ "น้ำตาล เดอะสตาร์ 5" เผยน้องสาวยังโคม่า รับปอดข้างหนึ่งแตก โชคดีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากรพ.ศิริราชยื่นมือช่วย 


    ทีมบันเทิง คมชัดลึก -  จากกรณีที่ น.ส.บุตรศรัณย์ ทองชิว หรือ น้ำตาลเดอะสตาร์ 5 ถูกหามส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร หลังมีอาการเลือดออกทางปากและจมูก หายใจไม่สะดวก และหมดสติ จนต้องปั๊มหัวใจถึง 2 ครั้ง ล่าสุด “น้ำผึ้ง” พิมพ์รดา พี่สาวดารา-นักร้องจากเวทีเดอะสตาร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังจากนำตัวน้องสาวมารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริ ดังนี้
 

     “อาการล่าสุดตอนนี้ก็คงตัวเหมือนเดิม เหมือนตอนที่ได้ออกข่าวไป น้องตอนนี้ยังไม่รู้สึกตัว ไม่รู้สึกตัวในที่นี่คือไม่สามารถหายใจเองได้  แล้วหัวใจก็ไม่สามารถเต้นปกติเองได้ ตอนนี้คือต้องใช้เครื่องช่วยหายใจให้น้องมีชีวิตอยู่ตอนนี้ ที่รู้จากคุณหมอก็คือแค่นี้ อัพเดทจากที่ตอนแรกอยู่ที่โรงพยาบาลตัว วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพราะว่าโรงพยาบาลไม่มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แล้วเขาบอกเคสนี้ค่อนข้างใหญ่ แล้วก็ค่อนข้างเสี่ยง เขาก็เลยแนะนำว่าให้หาแพทย์เฉพาะทางดีกว่า”


    กระบวนการรักษาจะต้องทำยังไง
    “รอคุณหมอ ต้องบอกเลยว่าโชคดีมากที่คุณหมอ ปรัญญา สากิยลักษณ์ จากศิริราช ท่านให้ความกรุณามากที่มาช่วย เพราะปกติไม่ได้รับเคสอย่างนี้ง่ายๆ ท่านไปที่โรงพยาบาลตัวจังหวัดเพื่อที่จะไปดู ไปดูอาการให้ และก็นั่งรถมากับน้องเพื่อที่มารักษาที่ศิริราช ส่วนตัวรถก็ต้องขอบคุณทางโรงพยาบาลกรุงเทพด้วยที่เขายอมให้ใช้รถทั้งที่เราไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลเขา นึกออกใช่ไหมค่ะ ด้วยความที่รถเขาค่อนข้างพร้อม และเป็นรถที่อุปกรณ์ครบ ก็ต้องขอบคุณด้วย”

 

    คุณหมอทราบสาเหตุหรือยังว่าเป็นอะไร
    “สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่ทราบ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่ตรวจวิเคราะห์อยู่ ก็คือตั้งแต่มานี้ผึ้งยังไม่ได้คุยกับคุณหมอ ยังไม่ได้เข้าไป ยังไม่ได้เจอน้อง”

 

    ย้อนกลับไปอาการเกิดขึ้นได้ยังไง จากสาเหตุผอะไร
    “อาการเกิดขึ้นจริงๆ ผึ้งต้องบอกก่อว่าผึ้งไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เป็นคุณแม่ แต่ว่าจากที่ฟังคุณแม่เล่าก็คือทานข้าว ก็มีอาการปกติไม่ได้มีอาการอะไร ก่อนหน้านี้น้องก็ไม่ได้มีอาการป่วย ทานข้าวแล้วก็เหมือนกับคนที่เขาเลือดกำเดาไหล แต่เขารู้สึกว่าเลือดกำเดาจะไหล เขาก็ปิดแต่มันออกมาทางปาก ออกมาเป็นเลือดเหมือนเด็กสำรอกออกมานิดหนึ่ง แล้วเขาก็เลยคุยกับคุณแม่ว่ามันเป็นเลือดลิ่มๆ เลยรู้สึกว่ามันอาจเป็นเลือดกำเดาที่ค้างอยู่ตรงนี้หรือเปล่า เพราะว่ามันเชื่อมกัน คุณแม่ก็เลยให้นั่งพัก พอสักพักหนึ่งมันกลายเป็นว่ามันออกมาอีก มันสำรอกออกมาอีกและมันก็ออกมาเรื่อยๆ ออกมาทั้งทางปากและจมูก ออกมาไม่หยุด น้องก็มีอาการเซ เหมือนคนสติไม่เต็มร้อย เดินเซ บังคับตัวเองไม่ได้ คุณแม่ก็จับให้นั่งลง แล้วน้องค่อยๆ เหมือนจะหมดสติลง คุณแม่ก็ทำการปั๊มหัวใจเบื้องต้น เอาน้องนอนลงและปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมกับเรียกรถพยาบาล พอรถพยาบาลมาก็พาขึ้นและก็ใส่เครื่องช่วยหายใจ แต่อาจจะมีจังหวะหนึ่งที่เคลื่อนน้องขึ้นรถ อาจจะทำให้การปั๊มมันไม่ต่อเนื่อง อาจจะทำให้น้องขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ตอนนี้คุณหมออาจจะกังวลเรื่องนี้อยู่ด้วย เพราะว่าตอนที่ไปถึงที่โรงพยาบาลมันมีภาวะที่น้องหยุดหายใจไป 2 รอบ แล้วก็ปั๊มหัวใจขึ้นมา 2 รอบ รอบแรกขึ้นมาฟื้นแล้ว รอบที่สองก็คือปั๊มอีก แต่รอบที่สองใช้เวลาปั๊มอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง น้องถึงจะเหมือนดีขึ้นนิดหนึ่ง แล้วพอเอ็กซเรย์มา ปอดข้างหนึ่งเหมือนมันแตก คุณหมอก็เลยต้องเจาะอีกข้างหนึ่งเพื่อระบายอาการ ประมาณนี้”
    

 

 

“น้ำผึ้ง” พิมพ์รดา (พี่สาวของน้ำตาล)

 

   

    เรียกว่าปอดข้างหนึ่งสูญเสียไปแล้ว
    
“ไม่เต็มร้อย แต่ว่าผึ้งก็ยังไม่แน่ใจ อย่างที่บอกว่ายังไม่ได้รับการตรวจอย่างละเอียด เลยยังไม่อยากพูดอะไร อยากให้ฟังจากคุณหมอดีกว่า อันนี้คืออาการเบื้องต้นที่ผ่านมา ก่อนที่จะมาถึงตรงนี้ตามที่บอกได้ ส่วนการรักษาจะเป็นยังไง หรืออาการอัพเดทจะเป็นยังไงอยากให้รอคุณหมอจะดีกว่า”
  

     การวินิจฉัยช่วงแรกคุณหมอปรัญญาบอกไหมว่าเป็นอาการเกี่ยวกับอะไร ทำไมถึงยื่นมือเข้ามาช่วย
    “อย่างที่รู้คือคุณหมอเชี่ยวชาญด้าน ปอด หัวใจ แล้วก็บวกกับที่ว่าเหมือนกับว่าเคสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ เขาคงมีความที่อยากจะช่วย ผึ้งก็ไม่แน่ใจ แต่ถือเป็นความโชคดีที่มันเกิดขึ้นกับน้อง ส่วนวิธีที่จะรักษาจะเป็นแนวไหนอันนี้เรายังไม่แน่ใจจริงๆ เพราะว่าผึ้งยังไม่ได้คุยกับหมออย่างที่บอก”

 

    อาการเรียกว่ายังน่าเป็นห่วง
    “ก็เรียกว่าโคม่าอยู่ เขาไม่ได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทรุดลง ก็ทรงๆ ก็คือรอคุณหมอ”
    น้ำตาลแข็งแรงมาโดยตลอด 
    “ใช่ ไม่มีโรคประจำตัว เลยยังงงว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร”

 

    ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่เป็นยังไงบ้าง
    “ตอนนี้ก็ทำได้แค่ว่าใจเย็นๆ เพราะว่าบ้านผึ้งไม่ได้เป็นคนที่แบบว่าพูดอะไรกันอยู่แล้ว จะอยู่ด้วยกันมากกว่า พอผึ้งรู้ก็ขับรถมา เพราะว่าผึ้งไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน ก็ขับมาเดี๋ยวนั้นเลย ก็มาอยู่ตั้งแต่เมื่อคืนจนตอนนี้ ก็อยู่ด้วยกัน”
    ทางครอบครัวยังมีความหวังอยู่ใช่ไหม
    “มีค่ะ ต้องมีอยู่แล้ว”


    คุณหมอจะเรียกเข้าไปคุยเมื่อไหร่
    “ยังรออยู่ค่ะ ยังรออยู่แล้วก็... ผึ้งก็หวัง ครอบครัวก็หวังว่ามันจะต้องดีขึ้น มันจะต้องหาย เพราะว่าทุกคนทำสุดความสามารถแล้ว เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาแล้ว สำหรับน้อง และผึ้งต้องขอบคุณอีกอย่างหนึ่ง คือพอทุกๆ คนรู้ข่าวก็ช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพี่ๆ  สื่อ หรือว่าทางบริษัทเอ็กแซกท์เอง หรือทีมงานเดอะสตาร์ทุกคนก็ช่วยกัน ผึ้งคิดว่าถ้าเกิดน้องรู้ (เสียงสั่นเครือ) น้องคงดีใจ และผึ้งก็อยากให้น้องตื่นขึ้นมาเป็นที่รักของคนอื่นอีก”
 

    ฝากอะไรถึงแฟนคลับที่ส่งกำลังใจมาอย่างหนาแน่น
    “ตอนนี้มีคนทักเข้ามาเยอะ ซึ่งต้องขอโทษไว้ด้วย เพราะผึ้งอาจจะตอบได้ไม่ครบ แล้วจริงๆ มันก็ไม่สะดวกอย่างที่พี่ๆ เห็นว่าไม่สะดวกที่จะตอบ ก็ฝากตรงนี้ไปเลยว่าขอบคุณมาก และผึ้งรับรู้ทุกความห่วงใย และเชื่อว่าถ้าตาลตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าทุกคนรักเขา เขาก็ต้องดีใจ ขอบคุณมากๆ”

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 8,848 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ