royal coronation
วันที่ 20 กันยายน 2562
บันเทิง

(คลิป) 'ฉอด' เผยโชว์ 'ณเดชน์-ญาญ่า' สื่อถึงความสวยงาม

วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 - 13:55 น.
ฉอดสายทิพย์,ณเดชน์ญาญ่า,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :

"ฉอด" สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ผู้จัดคอนเสิร์ต "เดอะเรียลณเดชน์" เผยโชว์คู่ของ "ณเดชน์-ญาญ่า" ต้องการสื่อความสวยงาม

คลิปที่ 1

       ทีมบันเทิง  คมชัดลึก  -   จากกรณีดราม่าหนักกับการโชว์ของ "ณเดชน์ คูกิมิยะ" และ "ญาญ่า" อุรัสยา สเปอร์บันด์ ในคอนเสิร์ต "เดอะ เรียล ณเดชน์" ที่หลายคนวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม ล่าสุด "ฉอด" สายทิพย์ ผู้บริหาร "CHANGE 2561 โชว์บิส" ผู้จัดคอนเสิร์ตดังกล่าวได้ชี้แจงดังนี้

กับดราม่าที่เกิดขึ้นในคอนเสิร์ต เราในฐานะผู้จัดมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?
“สำหรับคอนเสิร์ตที่เพิ่งจบไปก็มีกระแสค่อนข้างเยอะเลย ก่อนอื่นต้องบอกว่ามันมีกระแสในเชิงบวกเยอะมากเหมือนกัน เดี๋ยวฟังเพลินๆแล้วจะมีแต่ลบอย่างเดียว กระแสในเชิงบวกก็เยอะมากมายมหาศาล เท่าที่ได้ลองไปเช็คดูก็จะมีกระแสจากแฟนคลับของน้องทั้งสองคนอยู่แล้วซึ่งแน่นอนเขาปลาบปลื้มในตัวน้องทั้งสองคน อีกอันนึงที่ได้เจอมาคือคนที่ไม่เคยเป็นแฟนคลับน้องมาก่อน แต่ว่าเข้าไปดูคอนเสิร์ตด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ พอจบคอนเสิร์ตแล้วทุกคนเปลี่ยนใจมาเป็นแฟนคลับของน้องกันหมดเลย ทุกคนปลาบปลื้มในตัวน้องสองคนมากๆแบบนี้ก็มี ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่น่าแปลกใจมากไปกว่านั้น เป็นคนดูที่หลากหลายอายุมากชนิดที่อายุ70 กว่าๆ แล้วมีไปถึง90 ก็มาดูอยู่ ทุกคนมีความสุขกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ฉะนั้นในมุมบวกมันก็มีอยู่เยอะ ส่งนกระแสในด้านลบต่างๆมันก็ยังมีอยู่ ซึ่งอันนี้เราก็ต้องแยกแยะเหมือนกันในหลากหลายเหตุผล ในส่วนที่เราน้อมรับ คือหลายท่านที่แสดงความคิดเห็นออกมาด้วยความจริงใจ จะตำหนิติเตียนอะไรก็ได้ เราน้อมรับทุกความคิดเห็น”

 

 

 

 


ได้ติดตามกระแสวิจารณ์ คอมเมนต์ต่างๆมั้ย?
“อ่านบ้างค่ะ เราจะเช็คฟีดแบคทุกอย่าง ไม่ได้อ่านจากทางใดทางนึง ก็ได้อ่านบ้าง แต่อยากจะตอบต่อจากที่น้องญาญ่าได้ตอบคำถามไปในวันนั้นว่ามันเป็นการแสดงโชว์ เราสังเกตว่าใครที่ได้ไปอยู่ในโชว์ทุกคนจะรู้สึกแต่ในส่วนดี แต่ที่ออกมามีกระแสไม่ค่อยดีเท่าไหร่มักจะเป็นคนที่ไม่ได้ดูโชว์ อยากเล่าให้ฟังว่าในบรรยากาศของการทำโชว์วันนั้นมันมีอะไรหลายอย่างมากโดยสิ่งแวดล้อม คนทำซีนยังร้องไห้อยู่เลยว่าทำโชว์แล้วไม่มีใครดู ถ้าใครได้ไปดูจะเห็นเลยว่ามันเป็นซีนที่ใหญ่และอลังการมาก มีม่านน้ำ มีกราฟิกต่างๆมากมาย ในลักษณะของการทำงานตรงนั้น สิ่งที่น้องสองคนต้องรับผิดชอบทั้งการที่เขาต้องร้องเพลงไปด้วย บล็อคกิ้งต่างๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ยากมากๆตรงที่บล็อคกิ้งต้องตรงเป๊ะ จะเห็นว่าโดยฉากข้างหลังเป็นกราฟิก น้องต้องเดินเข้าให้ตรงจุดมาร์คตรงนี้ เพื่อให้ได้ภาพรวมที่สวยงามมากๆ ในแง่ของการเต้น เพอร์ฟอร์มต่างๆบล็อคกิ้งต่างๆน้องสองคนมีภาระในการรับผิดชอบเยอะมากในซีนนี้ ฉะนั้นในโมเมนต์ตรงนั้นที่คนดูดูกัน กรี๊ดกันกับความสวยงามอลังการ ไม่มีใครจะมีอกุศลจิตในโมเมนต์แบบนั้น อันนี้คือบรรยากาศของงานตรงนั้น หลังจากที่มันมีการถ่ายหรือแคปมา ครอปเฉพาะน้องสองคน มันเลยดูเหมือนรุนแรง เลยเกิดเป็นเหตุขึ้นมา”
คือคนที่ติเตียนนั้นคือดูจากภาพที่แคปไม่ได้ดูภาพเคลื่อนไหว?
“ถูกต้องค่ะ ก็ไม่เป็นไร เราเข้าใจ เราก็แค่อยากอธิบายว่าถ้าไปดูอยู่ในนั้นจะไม่รู้สึกอย่างนี้ แต่พอเป็นภาพนิ่งมันก็เป็นอย่างนั้น เราก็คงไปห้ามเขาไม่ได้ที่จะไปให้เขาไม่ถ่ายภาพนิ่ง หรือคลิปออกมา วันนี้โลกโซเชียลมันเป็นแบบนี้ เราห้ามไม่ได้อยู่แล้ว แต่พอมันก่อให้เกิดบรรยากาศที่แตกต่างกันเราก็ขออธิบายเหมือนที่น้องญาญ่าพูดว่ามันคือโชว์ แล้วโชว์วันนั้นมันมีหลายสิ่งมาก มันไม่ได้แค่น้องสองคนเขามาสร้างซีนอะไรกันแบบนั้น คนที่ไม่ได้เข้าไปดูโชว์ก็จะเห็นภาพแค่นั้นแล้วแคปกันมา”
ภาพที่ออกมาเรารู้สึกว่ามันแรงไปมั้ย?
“อย่างที่บอกในฐานะคนทำงานเราไม่ได้แคปแค่ตรงนั้น เรามองภาพรวมของทั้งโชว์ เราทุ่มเททั้งสตางค์ คิดโปรดักชั่นให้มันออกมาเป็นซีนภาพใหญ่ เราไม่ได้มองตรงจุดภาพแค่ตรงนั้นเหมือนที่เขาแคปกันมา”
ไม่ได้ทำให้มันดูสองแง่สองง่าม?
“แล้วแต่คนจะคิดเลย เราไปห้ามไม่ได้จริงๆ”
โชว์นี้ที่เราตั้งใจทำขึ้นมาต้องการสื่ออะไร?
“มันเป็นความสวยงาม มันมีสตอรี่ตั้งแต่ต้นมา มันเริ่มต้นสตอรี่นี้มาตั้งแต่น้องญาญ่าเริ่มต้นร้องเพลงคนดี แล้วมาเป็นแคปชั่นที่เขาสองคนเจอกัน จีบกันต่างๆนานา จนความรักมันพัฒนาไปสุดท้ายมันไปจบตรงที่ if i ain't got you เป็นเพลงที่เขาร้องด้วยกัน อันนั้นคือความรักที่อยู่ด้วยกันแล้ว มันมีสตอรี่ของมันอยู่”

 

 

หลายคนมองเรื่องของความเหมาะสม เพราะในคอนเสิร์ตก็มีความหลากหลายของคนที่เข้าไปดู
"หลายคนกังวลเรื่องที่ว่ายังมีเด็กเล็กเข้าไปดู คือเราต้องเรียนอย่างนี้ คือในมุมมองของเรา คือมุมมองของเราคนเดียวนะ วันนี้เราปิดกั้นอะไรเด็กไม่ได้ ขอถามนิดนึงว่าสมมตินะอย่างเราเองเป็นคนที่ชอบดูหนังแอดเวนเจอร์มาก แล้วถ้าเด็กไปดูหนังแอดเวนเจอร์เขาจะลุกขึ้นมายิงกันฟันกัน ตีลังกา หกขะเมน หรือแม้แต่การดูข่าววันนี้ เด็กทุกคนก็ต้องดูข่าวมันมีหลายอย่าง เราคงไม่สามารถปิดกั้นอะไรได้ นอกจากว่ารู้สึก ถ้าเรารู้สึกว่าอะไรมันเกินเลยเราก็ชี้แนะกับเด็กไป แต่ในมุมของเราเราไม่รู้สึกถึงความไม่ดีงามในซีนนี้ เพราะเราเองก็ตั้งใจทำน้องทั้งสองคนก็ตั้งใจทำไม่มีใครมีความรู้สึกอกุศลจิต ใดๆในการคิดสร้างซีนนี้ มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาแบบว่าเราตั้งใจทำอะไรไม่ดีกัน มันไม่มีอยู่แล้วสำหรับคนทำงาน คือมันไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่เคารพในมุมมองของคนดู ที่มีทั้งดีและไม่ดีเรายังเคารพในสิ่งนั้น"
ในฐานะที่เป็นผู้จัดคอนเสิร์ตเราคิดไหมว่าจะมีดราม่าแบบนี้เกิดขึ้น พอก็ต้องยอมรับว่าการโชว์ครั้งนี้ค่อนข้างจะหลุดกรอบจากคาแรคเตอร์ของทั้งนั้นเดชญาญ่า
" ถามว่าคิดไหมว่ามันจะมีฟีดแบ็คอะไรยังไงแบบนี้ คือเราไม่คิดว่าเดี๋ยวมันจะมีอะไรเกิดขึ้น"
ก่อนที่จะทำโชว์นี้ขึ้นมาได้มีการปรึกษากับครอบครัวรวมถึงผู้ใหญ่ของณเดชน์-ญาญ่าหรือเปล่า
" ก็ทุกคนก็เห็นนะคะ คือเราก็ไม่ได้แอบทำ ถ้าไม่ได้รับการยอมรับเราก็ทำไม่ได้หรือแม้แต่ตัวน้องทั้งสองคนเองเราก็ไปบังคับเขาไม่ได้ เพราะฉะนั้นคือทุกคนลงความเห็นร่วมกันแต่อย่างที่บอก ว่าการที่เราคิดร่วมกันนั้นเราคิดใน แบบของความตั้งใจที่ดี เราเลยไม่ได้คิดในมุมที่ว่าจะออกมาแล้วมันจะไม่ดี"
หลายคนมองว่าโชว์นี้ทำให้ภาพลักษณ์ของณเดชน์-ญาญ่าเสีย
"เราว่ามันแล้วแต่ เพราะอย่างที่บอกว่าฟีดแบ็คในทางที่ดีมันก็มีมหาศาลมากนะ มันไม่ได้มีฟีดแบ็คในทางที่ไม่ดีอย่างเดียว อยากให้ทุกๆคนลองเข้าไปอ่านในไอจีของพี่ฉอด ว่าคนที่เขามองในแง่บวกเขาจะมองอีกอย่างหนึ่งไปเลย เรากำลังคิดว่ามันเป็นเรื่องของการแสดงความคิดเห็นที่มันหลากหลาย เราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายและเราก็น้อม รับในทุกๆความคิดเห็น อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้อยากให้อ่านแต่ในมุมลบจนมองว่าลบไปทั้งหมด ลองไปอ่านในมุมบวกดูบ้าง คนที่คิดในมุมบวกก็จะคิดอีกอย่างหนึ่งเลย คือมันเป็นเรื่องของความคิดเห็นที่แตกต่างเท่านั้นเอง"
ได้มีการพูดคุยกับทางณเดชน์ญาญ่าบ้างหรือยังหลังจากมีดราม่าเกิดขึ้น
" ได้คุยก็ยังได้คุยกันอยู่ น้องๆเขาก็โอเคกับสิ่งที่เขาตั้งใจทำ อย่างที่บอกว่าถ้าเราตั้งใจทำในสิ่งที่ดีแล้ว เราจะไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะว่าเราตั้งใจทำดี แต่หากมีใครที่มองในมุมที่แตกต่างของการมองของแต่ละคนแตกต่างกัน นั่นไม่ได้หมายความว่าการที่ตำหนิติเตียนหรือว่าด่าทอ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความตั้งใจดีของการทำงานของพวกเรา"

 

 

 

 


รู้สึกว่าคำด่าทอที่มีการคอมเม้นท์กันมันแรงไปไหม
" เป็นเรื่องธรรมดาเราว่ามันปกติเพราะอย่างที่บอกไปว่า การรับฟีดแบ็คใดๆก็ต้องแยกแยะด้วย เหมือนกันเพราะก็มีทั้งคนที่ แสดงความคิดเห็นด้วยความจริงใจไปดูคอนเสิร์ตนี้มาเป็นห่วงน้อง อันนี้เราก็พร้อมน้อมรับ แน่นอนว่าในโซเชียลวันนี้คนที่เข้ามาด่าเล่นๆก็มี แต่ถ้าในกรณีที่หยาบคายเราไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นยังไงแต่สำหรับเรา ถ้าเริ่มต้นด้วยคำหยาบคายปุ๊บเราจะไม่รับเลย เพราะเรารู้สึกว่าในสังคมวันนี้เราไม่ควรเริ่มต้นด้วยการด่าใคร ด้วยคำหยาบคาย"
คือในส่วนตัวเรามั่นใจว่าการที่เราทำโชว์นี้ออกมาด้วยความตั้งใจดีไม่ได้มี ความตั้งใจที่จะให้ออกมา ดูไม่เหมาะสม
"ถูกต้องค่ะแล้วภาพที่ออกมามันก็สวยงาม มากเกินกว่าตรงที่เราแคปมา เราอยากให้มองภาพรวม ซึ่งก็มีน้องที่ทำงานบอกว่าให้เราเอาภาพรวมออกมาให้คนได้ดูกัน แต่มันก็มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เพลงและอะไรต่างๆด้วย"
ต้องคิดมากขึ้นไหมต่อจากนี้ที่จะทำโทรออกมา
"เราคิดมากทุกครั้งแต่เป็นการคิดมากในทางที่ดี เราไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เราตั้งใจคือต้องลองนึกภาพว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมา ทำไมไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ คืออยากจะบอกว่าก่อนที่เราจะทำเราตั้งใจในความคิดที่ดี เราไม่รู้หรอกว่าพอออกมาแล้ว ใครจะว่ายังไง"
บั่นทอนใจคนทำงานไหม
" ไม่ถึงขนาดนั้นเพราะอย่างที่บอกว่า เราเป็นคนเปิดใจกว้างอยู่แล้ว และน้อมรับกับทุกความคิดเห็นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องขอบคุณด้วยซ้ำไปขอบคุณทุกคนที่ มีฟีดแบ็คเข้ามาไม่ว่าจะทั้งดีและไม่ดี มันก็เป็นสิ่งที่เราได้รู้อย่างที่น้องญาญ่าพูด มันคือการเรียนรู้"
อยากจะบอกอะไรกับคนที่มองในแง่ลบ
" ไม่เป็นไรค่ะอย่างที่บอกว่าเราขอบคุณ ในทุกๆความคิดเห็น เพราะเรามั่นใจว่าถ้าไม่นับคนที่เข้ามาด่าทอหรืออะไร เรายังเชื่ออยู่ว่าหลายๆคนที่ เข้ามาแสดงความคิดเห็นไม่ว่าจะเป็นแง่ลบหรือแง่บวก เขามีความตั้งใจดีกับพวกเราจริงๆ ในฐานะคนทำงานจริงๆ เราก็ทำได้แค่ขอบคุณและน้อมรับทุกอย่าง แล้วก็ไว้เจอกันในครั้งต่อไป"

 

 

 

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ