royal coronation
วันที่ 20 กันยายน 2562
บันเทิง

'ปั้นจั่น' รับไม่อยากโดนดราม่า

วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 - 09:10 น.
ปั้นจั่น ปรมะ รับไม่อยากโดนดราม่า,ปั้นจั่น ปรมะ เข้าใจ ฐิสา วริฏฐิสา  สั่งห้ามลงรูปคู่,บันเทิงไทย,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :

"ปั้นจั่น" ปรมะ อิ่มอโนทัย เผยสัมพันธ์ "ฐิสา" วริฏฐิสา ไปในทิศทางที่ดี พร้อมเข้าใจที่ฝ่ายหญิงสั่งห้ามลงรูปคู่

   ทีมบันเทิง คมชัดลึก-ยังเป็นความสัมพันธ์ที่หลายคนจับตามอง สำหรับนักแสดงหนุ่ม "ปั้นจั่น" ปรมะ อิ่มอโนทัย และ "ฐิสา" วริฏฐิสา หลังจากที่ฝ่ายชายเดินหน้าจีบอย่างเต็มตัว ทั่งบินตามไปเที่ยวต่างประเทศ  จนล่าสุดใส่หมวกใบเดียวกัน แต่ฝ่ายหญิงก๋ยังปากแข็งใจแข็งอยู่ งานนี้ผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจอหนุ่มปั้นจั่นที่มาร่วมงานเปิดตัว “Metinee ’s Secret  launch party” ณ  โซนเซ็นทรัลคอร์ท  เซ็นทรัลเวิลด์ จึงถามถึงเรื่องนี้

ทริปไร่กาแฟเป็นอย่างไรบ้าง 
   “เป็นอย่างที่น้องได้ให้สัมภาษณ์ ไปกินข้าวกันครับ”

น้องได้บอกไหมว่าเขาได้ให้สัมภาษณ์แบบนี้จะได้พูดเหมือนกัน
   “เรื่องพูดเหมือนกันมันแน่อยู่แล้ว มันเป็นความจริง ยังไงก็ต้องพูเหมือนกัน เรื่องหมวกผมเป็นคนหมวกของเขาไปใส่จริงๆ เพราะว่าหมวกเขา เข้ากับชุดเรา แค่นั้นไม่มีอะไรครับ”

เข้าที่ชุดหรือเข้าที่ใจ
   “ทั้งสองอย่างครับ”

ดูเดินหน้าจีบเต็มร้อย
   “เต็มร้อยตั้งแต่แรก ความสัมพันธ์ตอนนี้เราก็ยังดูแลกันอยู่เป็นพี่น้องกัน เหมือนอย่างที่น้องบอกครับ ครั้งนี้สเต็ปต้องค่อยๆไป ผมก็งง ทำไมทุกคนติดตามข่าวคู่เรา อาจจะเป็นเพราะว่าผมอาจจะดูน่ากลัว ทุกคนเป็นห่วงน้องก็ถูกต้องแล้ว ยิ่งทุกคนโฟกัส มันก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องดีจริงๆนะ ถึงจะโอเค”

มันทำให้เราต้องย้อนดูตัวเองไหม ว่าทำไมคนถึงคิดแบบนั้น
   “บางทีก็กลับมานั่งคิดนะ เวลาที่ผมคบกับใคร เราก็จะคบกันแค่สองคนว่าเราปฏิบัติอย่างไร ด้วยลุคส์ทางกายภาพอาจจะดูให้คิดเป็นอย่างนั้น ดูเจ้าชู้ ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไรครับ ถามว่าผมเจ้าชู้มั้ย ผู้ชายก็ต้องมีบ้าง แต่อยู่ที่ช่วงจังหวะ”

อย่างรูปหมวกของฐิสาโดนดราม่า ว่าจะคบกันทำไมต้องหลบๆ ซ่อนๆ 
   “มันไม่ได้ซุกซ่อน เราทำทุกอย่างเปิดเผย คุณพ่อคุณแม่รับทราบ พี่ๆรับทราบ ไปกันเราไม่ได้ปิดบังอะไร เพราะเราก็อยากใช้ชีวิตบนพื้นฐานเหมือนคนทั่วไป ไปทำนั่นทำนี้ด้วยกัน ไปเดินห้างไปกันเป็นกลุ่ม ที่สำคัญไม่เคยกลับบ้านมืด ถึงจะมีโอกาสได้ไปกับพี่ๆเขา ก็กลับบ้านก่อนฟ้ามืด ดีครับทุกคนก็ต้องระวัง ด้วยความที่เป็นนักแสดง ถ้าเราจะคบใคร มันค่อนข้างยาก เพราะว่ามันมีตัวแปร ยอมรับว่าคนอื่นมีส่วนในการที่เขาสรับสนุน เขาเชียร์ เราสองคนเป็นแค่คนธรรมดา พอมีฟิตแบคกลับมาเราก็รู้สึกไม่ดี ทำไมด่วนตัดสินเราเร็วแบบนั้น แต่ว่าทุกอย่างไม่ซีเรียส เพราะว่าเราทำงานในวงการนี้มานาน ผมเข้าใจทุกอย่าง ในสิ่งที่แฟนคลับห่วง และสิ่งที่พี่ๆสื่อถาม”

แต่ฐิสายังดูมีกรอบอยู่ ถ่ายรูปคู่ก็ไม่อนุญาตให้ลง
   “มันเหมือนเรา ทำแบบทุกคนทั่วไปไม่ได้ ทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว คิดอะไรก็พูด อยากทำอะไรก็ทำอย่างนั้น พอมันไม่เป็นอย่างที่ทุกคนคิด ก็โดนต่อว่าอีก เราก็ทำทุกอย่างให้ธรรมดาที่สุด ช้าที่สุด ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ไม่อยากโดนดราม่าครับ”

ไม่น้อยใจนะ ที่ฐิสาเป็นแบบนี้
   “ไม่เคยน้อยใจครับ เข้าใจ แต่ถ้าเป็นตอนเด็กอาจจะน้อยใจ เข้าใจทุกอย่าง อย่างให้สัมภาษณ์วันนี้ผมก็ไม่จำเป็นต้องโทรบอก เราคุยเรื่องข่าวน้อยมาก หรือว่าเรื่องคอมเมนต์ แต่กระแสตอบรับที่กลับมาส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากที่เราไปอ่านเอง เป็นจากมีคนมาบอกว่าพี่อันนี้คนคอมเมนต์เยอะมาก ผมก็เข้าไปดู อ๋อมันมีอย่างนี้นะ เราก็โอเคครับ”

ข่าวดราม่ามีส่วนทำให้การตัดสินใจของฐิสาเปลี่ยนไปมั้ย?
   “ผมไม่รู้ว่าข่าวมีผลกับการตัดสินใจของน้องเขาหรือเปล่า แต่สำหรับตัวผมเองเวลาคนอื่นวิจารณ์ก็เป็นเรื่องปกติทั่วไป ซึ่งผมรับได้ ถามว่าบั่นทอนมั้ย คือเราก็มีภูมิต้านทานสูง มีชั่วโมงบินสูงแล้ว ในวงการนี้ถ้าภูมิต้านทานต่ำก็แพ้ไป อยู่ที่ว่าเราทำอะไรอยู่ คิดอะไรอยู่ ใครจะพูดอะไร ผมรู้สึกเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำที่มีคนมาคอมเมนต์ผม ทำให้ผมรู้สึกว่าคนเราเปลี่ยนกันได้ ผมจะทำให้ดู ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนผมไม่ดี แต่การพรีเซนต์อาจจะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ ณ วันนี้ผมก็ยังพรีเซนต์แบบนั้นอยู่ เพราะนั่นคือคาแรกเตอร์ผม ทุกคนก็เอ็นจอย เขาเสพลุคส์แบดๆของผม ก็เป็นอีกลุคหนึ่งของผมเท่านั้นเอง”

การที่เราอยากพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่การอยากเอาชนะคนที่วิจารณ์ใช่มั้ย?
   “ไม่ใช่ครับ ไม่จำเป็นที่ต้องไปทำแบบนั้น เพราะสุดท้ายแล้วถ้าจะสมหวังก็คือตัวเรากับน้องเขาแค่นั้นเอง ไม่ได้เกี่ยวกับคนอื่น ภายนอกเลย”

วันนี้เรายังรู้สึกว่าคติตื้อเท่านั้นที่ครองโลก?
   “ผมว่าความเข้าใจมากกว่า ฐิสาเขาก็ไม่ใช่เด็กแล้ว เขามีวุฒิภาวะพิจารณาได้ ส่วนตัวผมเองก็แค่ทำอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าความจริงใจ ความเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งหมดทั้งมวลก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเลือกผม คนเราถ้าจะคู่กันก็คือคู่กัน แต่ถ้าจะไม่ชอบหรือไม่ใช่คู่กันก็คือไม่ใช่ ก็ต้องปล่อยไปตามธรรมชาติ ผมก็โฟกัสเรื่องงาน น้องเองก็อยู่ในวัยนั้น เราไม่ได้รีบร้อนอะไรเลย”

ใจเราเคยบอกตัวเองมั้ยว่ามีโอกาสขนาดไหน?
   “ผมรู้ตัว แต่ไม่สามารถพูดได้ว่าจะน้อยหรือจะมาก บางอย่างขอเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัว พูดมากไปเดี๋ยวหน้าแหก แต่ถ้าถามว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีมั้ย ต้องดีครับ เราดูแลกันแบบพี่น้อง ความเป็นพี่น้องไม่มีอะไรที่ไม่ดีหรอก ไม่ใช่การพยายามพุ่งเข้าไปหา แต่เป็นการค่อยๆดูกันไป”

ความสัมพันธ์วันนี้คือเรายังยิ้มได้อยู่?
   “ผมว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ดีนะ อย่างที่บอกไปทุกครั้งว่าไม่มีใครที่มีความรักใหม่ หรือความสัมพันธ์ใหม่ ไม่มีใครอยากให้ไม่ดีหรอก ฉะนั้นก็ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป เดินไปอย่างช้าๆดีกว่า เวลาเดินเร็วๆแล้วแหกโค้งก็ไม่ดีครับ”

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ