royal coronation
วันที่ 19 สิงหาคม 2562
บันเทิง

'โอม ค็อกเทล' เลิกพูดคำหยาบ เพราะลูกเลียนแบบ

วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 - 10:20 น.
โอม ค็อกเทล เลิกพูดคำหยาบ เพราะลูกเลียนแบบ,โอม ค็อกเทล เลิกพูดคำหยาบต่อหน้าลูก,โอม ค็อกเทล,บันเทิงไทย,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 702 ครั้ง

"โอม" นักร้องนำวง ค็อกเทล หรือ "โอม" ปัณฑพล ประสารราชกิจ ยอมรับตัวเองต้องงดพูดคำหยาบ เพราะลูกเริ่มเลียนแบบ ส่วนแพลนมีลูกอีกคนค่อยคิดหลังลูกอายุได้ 3 ขวบ

   ทีมบันเทิง คมชัดลึก-เพราะลูกกำลังอยู่ในวัยเลียบแบบ ทำให้คุณพ่อ "โอม" ค็อกเทล หรือ "โอม" ปัณฑพล ต้องหยุดพฤติกรรมพูดคำหยาบต่อหน้าลูก ซึ่งเรื่องนี้ หนุ่มโอม เผยให้ฟังในงานแถลงข่าว Hotwave awards 2019 บริเวณล็อบบี้ ตึกแกรมมี่ ย่านอโศก

ถามเรื่องลูกตอนนี้ 2 ขวบกว่าแล้ว ?
   "ดีครับ ผมชอบเขาตอนนี้มากกว่า คือบางคนชอบเบบี๋เล็กๆ เลย ผมรู้สึกสนุกกว่าเวลาเราคุยกันด้วยเหตุผล เริ่มสามารถอะไรเป็นอะไรทำไม อะไรควรไม่ควร ผมชอบตอนเขาถามว่าทำไมทำได้ ทำไมทำไม่ได้อย่างนี้ พอเขาคุยรู้เรื่ิองเราก็รู้สึกมีคนถ่ายทอดความคิดไปสู่เขาแล้วนะ"
พูดเจื้อยแจ้วมาก ?
   "ใช่ครับ เขาเป็นคนพูดเยอะ"
แต่วัยที่ยากเหมือนกัน เทอเลเบิ้ลทู ?
   "อันนั้นมันเป็นแค่สถิติ แต่มันไม่ได้แปลว่าจะเป็นอย่างนั้นเสมอไป ผมว่าครอบครัวบางครอบครัวเขาพูดเทอเลเบิ้ล แต่น่ากลัวกว่าคือเทเลอเบิ้ลทีน เพราะว่ามันอาจจะเป็นอะไรได้มากกว่านั้น อย่าลืมนะครับว่าเทอเลเบิ้ลเขาก็แค่ดื้อ ไม่รับฟัง ปาข้าวของ ไม่กินข้าว ไม่ตีกะใคร ไม่ได้แข่งรถซิ่งกะใคร ไม่ได้โดดเรียน เขาไม่ได้เล่นยาถูกไหม เพราะว่าจริงๆ แล้ว ถ้าจะเทอเลเบิ้ลเอ็นนิเอจ แคนดิเทอเลเบิ้ลอยู่แล้ว แต่ว่าผมว่าผมมีความสุขดีนะ"


รับมือได้ ?
   "คืออยู่กับลูก อยู่กับเพื่อน อยู่กับเจ้านาย อยู่กับภรรยามันก็แบบเดียวกัน คือเรารับได้ไหม รับได้คือจบแค่นั้นเอง"
อย่างตอนนี้คือพอลูกเริ่มพูดได้ กลัวจะมีปัญหาเรื่องการพูดหยาบไหม ?
   "อันนั้นเรื่องใหญ่เลยฮ่ะ เราเป็นผู้ชาย เพื่อนโทรมาเราก็เผลอพูดหยาบ มึงยังไงบ้างอะไรอย่างนี้ แล้วเราก็จะได้ยินลูกพูดคำนั้นวนๆ ทั้งวัน เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ตอนนี้เพื่อนๆ โทรมาก็จะเห็นคุณพ่อค่อนข้างสุภาพบ้าง แต่คุณพ่อก็ค่อนข้างหยาบกร้านในใจ เพราะมีภาระต้องทำ เป็นแบบอย่างที่ดี"
เครียดไหม พอลูกพูดหยาบตามเรา ?
   "ไม่ถึงกับเครียด มันรู้สึกผิดแหละว่าไม่ควร ถ้าสักวันเขาจะพูดในวัยที่เขาแยกแยะสติสัมปชัญญะได้แล้วก็สุดแท้แต่ชีวิตเขามันไม่ดีหรอก แต่พอมันมีชีวิตเขามันก็อยากเช็คอัพเขาไปในทางที่รู้ก่อนว่าอะไรถูก แต่ถ้าสักวันเขาจะเลือกไปในทางกิเลสมันก็เป็นชีวิตของเรา แต่ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนปลูกฝังเขาเข้่าใจอย่างนั้นด้วยตัวเอง"


พอเปลี่ยนการพูดแล้วดีขึ้นไหม ?
   "เขาอยู่ในวัยเลียนแบบ สิ่งเราพูดเขาก็เลียนแบบอย่างเดียว แม้กระทั่งพูดหยาบเข้าไม่รู้ว่ามันหยาบเขาก็แค่พูดตาม มันไม่ใช่ดีขึ้นไม่ดีขึ้นหรอก มันก็แค่ว่าเขาตามอะไรอยู่ แค่ทำให้เขาไม่ตามก็ไม่ตาม"
ต้องบอกคนในครอบครัวกับเพื่อนไหมว่าอย่าพูดคำหยาบนะ ?
   "ใช่แล้ว"
โลกโซเชียลล่ะ ?
   "ไม่ค่อยได้เล่นอยู่แล้ว พ่อแม่ผมอาจจะไม่เห็นด้วย แต่ผมให้เล่นบ้าง แต่เป็นเวลาให้เขารู้ว่าเล่นได้แค่นี้ ให้รู้เรื่องเทคโนโลยีไว้บ้าง ทุกคนบอกว่ามันไม่จำเป็นหรอก แต่ผมว่ามันเป็นความเห็น มีความเห็นที่หลากหลาย คนก็บอกว่าการให้เด็กเล่นดูภาพวิดีโอเคลื่อนไหวมากมันเป็นการจำกัดจินตนาการเด็กก็ถูกต้อง เพราะว่าเวลาเด็กดูหนังสือมันเหมือนอ่านแฮร์รี่พอตเตอร์ไปดูหนังจะฮอควอร์คแบบนี้ แต่คนที่จินตนาก็อาจจะจินตนาการฮอควอร์คยิ่งใหญ่กว่าในหนังสืออีกหรือด้อยกว่าหนังสือก็เป็นได้ การดูภาพเคลื่อนไหวมากๆ มันเร็ว ทำให้เด็กมีจินตนาการที่น้อยแต่ว่าจริง ทุกอย่างใช้ในปริมาณที่เหมาะสมยิ่งดี เพราะฉะนั้นผมก็มีแอพโพสต์ของตัวเอง ผมก็รับฟัง"


 

พอลูกเริ่มพูดจ้อแจ้แล้วหลงขนาดไหน ?
   “นั่นสินะ ต้องไปถามภรรยาผมดีกว่า พูดยากเหมือนกันนะครับ เราประเมินตัวเองไม่ถูก ผมไม่ค่อยได้คุยกับพ่อแม่ด้วยกันเยอะ เพราะรู้สึกว่าลูกเราแต่ละคนมีการเลี้ยงไม่เหมือนกัน การสื่อสารกันเยอะมันเริ่มเครียด เราก็ไม่คุย จึงไม่รู้ว่าบ้านอื่นเวลาเขาหลงเขาเป็นยังไง กะไม่ถูกว่ามาตรฐานหลงเป็นไง ก็ลูกอะครับ”
เรางานทัวร์คอนเสิร์ตเยอะ แบ่งเวลาให้ครอบครัวอย่างไร ?
   “ศิลปินจริงๆ เป็นอาชีพที่เหมือนว่างเหมือนไม่ว่าง สมมติเล่นในกรุงเทพฯ ห้าทุ่มเที่ยงคืน กลางวันก็ว่างมันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ถ้าไม่ได้เอาเวลาไปทำเรื่องส่วนตัวอะไรเยอะแยะ เคยมีอาจารย์ผมพูด เราบ่นเหนื่อยมากอยากมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้าง เราอยากนั่งต่อโมเดล นั่งเพ้นท์ออกไปเดินซื้อของ เขาพูดดีมากอยากแชร์ให้ฟัง เขาบอกว่าไปทำงานเงินเดือนใครใช้ ทำให้ใครก็ตัวเอง ชื่อเสียงใครได้ก็ตัวเอง ยังจะเอาเวลาให้ตัวเองอีกเหรอ เออๆ จริง เราตัดเรื่องพวกนั้นไปเวลามันเหลือเยอะครับ เราทำงานวันละกี่ชั่วโมงเอง ไม่นับตอนเข้าห้องอัด หรือมาประชุมที่ค่ายเพลง โดยรวมแล้วผมยังมีเวลาให้ลูกมากกว่าข้าราชการอีก ที่ตื่นเช้าส่งลูกเข้าโรงเรียน เจอกันอีกทีทุ่มนึง แล้วก็ต้องรีบนอนเพราะต้องตื่นเช้า แต่ผมสามารถนั่งจ้องลูกไปถึงตีสองตีสามได้”


ถ้าต้องไปทัวร์ต่างจังหวัดค้างคืนล่ะ ?
   “เดือนนึงอย่างมากก็ 4-5 งาน เต็มที่เดือนนึงค็อกเทลเล่นไม่เกิน 12 หรือ 15 งาน  มันไม่มีทางเป็นต่างจังหวัด 15 คิวได้ เพราะการเดินทางมันเป็นไปไม่ได้ในการขนย้ายเครื่องดนตรี อย่างมากจะประมาณ 6 คิวต่างจังหวัด คุณเหลือตั้ง 24 วัน สบายครับ คนเราจัดสรรเวลาได้ทุกคน ปัญหาคือเคารพเวลาที่จัดสรรมั้ย ทุกคนมีเวลา ไม่ได้บอกว่าเวลามันพอสำหรับทุกเรื่อง แต่สำหรับครอบครัวมันพอ”
อยากมีลูกเพิ่มไหม ?
   “เป็นคำถามที่ตกลงกันไว้ว่าจะไม่คิดไปเลยจนกว่าลูกจะ 3 ขวบ ข้ามไปเลย 3 ปีนี้ไม่คิด พอลูกครบ 3 ขวบค่อยคิดว่ามีหรือไม่ ถามว่าใจเราอยากมีกี่คน จริงๆ ตอนนี้คนเดียวก็โอเคครับ ไม่ได้คิดอะไรไปกว่านั้นเลย”
ทำไมตั้งไว้ว่ารอลูกครบ 3 ขวบก่อน ?
   “มันหาเหตุผลไม่ได้ครับ มันเป็นความรู้สึกล้วนๆ ประมาณนี้แล้วกัน 3 ปีครับ”

Shares :
เปิดอ่าน 702 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ