'ซิลวี่' รับชีวิตดีขึ้นเพราะมีแม่

"ซิลวี่" ภาวิดา ยอมรับเคยหลงผิด ทำสิ่งไม่ดีหลายอย่าง โชคดีที่คิดได้เพราะมีแม่คอยดูแล

         บันเทิง คมชัดลึก - หลังจากที่ปกปิดตัวตนมานาน ในวันนี้ “ซิลวี่” ภาวิดา มอริจจิ กล้าออกมายอมรับกับสังคมว่าเป็น “แอลจีบีที” หรือเป็น “ผู้มีความหลากหลายทางเพศ” นอกจากนี้นักแสดงสาวยังกล้าออกมายอมรับเคยติดยาตั้งแต่อายุ 18 และเพิ่งจะเลิกขาดได้เพียงแค่ปีเดียว มีโอกาสได้พูดคุยกับนักแสดงสาวถึงเรื่องนี้ที่ตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

 

'ซิลวี่' รับชีวิตดีขึ้นเพราะมีแม่

@@ ที่บอกกว่าไม่มีนี่คือไม่มีเลยหรือ

         มีคนมองบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงมากกว่า ทั้งเลสเบี้ยน ทั้งทอม ส่วนผู้ชายไม่ค่อย อาจจะด้วยลุคของเรา ซึ่งเราก็เป็นแอลจีบีที (ผู้มีความหลากหลายทางเพศ) คือเป็นมาสักพักแล้วแต่เพิ่งจะมาเปิดเผย คือรู้ตัวตั้งแต่แรกว่าเป็นไบเซ็กชวล แต่ว่าเราก็พยายามไม่กล้าห้าว คือกลัวคนจะคิดว่าเราเป็นทอม คือทุกวันนี้ กล้าตัดผม กล้าทำทุกอย่าง และยังแรดอยู่ คือเราก็เป็นซิลวี่ เพศสภาพมันเปลี่ยนแปลงกันได้ วันไหนเราอยากแมนก็แมน วันไหนเราอยากสวยเราก็สวย ส่วนสเปกนั้นไม่มี ส่วนใหญ่จะชอบคนที่ความคิดมากกว่า เป็นคนไม่มีสเปกเลยว่าจะต้องแต่งตัวแบบนี้ หน้าตาแบบนี้ จะต้องเป็นหญิงหรือชาย จะต้องสูงหรือเตี้ย ไม่มีเลย คือเปิดมากๆ 

@@ แต่ก่อนที่ยังไม่เป็นแอลจีบีทีเต็มตัว ตอนนั้นเป็นอะไร

         เป็นไบเซ็กชวล คือชอบผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็ได้ ที่ผ่านมามีแฟนเป็นผู้หญิงมาตลอด และมีผู้ชายมาคนหนึ่ง คือก็แล้วแต่อารมณ์ คือขอแค่เราอยู่กับเขาแล้วไปในทางที่ดี เขาช่วยซัพพอร์ตเราให้กำลังใจเรา พาเราไปในทางดีๆ เราก็โอเค คือมันฟรีมากอะไรก็ได้ คือเหมือนเมื่อก่อนเราเก็บกดมาเยอะ เพราะแต่ก่อนเราต้องใส่ส้นสูง เราต้องผอมเราต้องหุ่นเท่าคนอื่น คือสไตล์คนไทยต้องผอมสูง ต้องขาว แล้วเราพยายามจะเป็นแบบนั้นเพราะอยากได้งาน ซึ่งมันเป็นการเก็บกดมาเรื่อยๆ จนอายุ 21 ถึงจะคิดได้ว่าไม่จำเป็น หลังจากนั้นถึงจะมาเสริมสร้างกำลังใจ เป็นตัวของตัวเองได้อย่างทุกวันนี้

 

'ซิลวี่' รับชีวิตดีขึ้นเพราะมีแม่

 

@@ พอได้เป็นตัวเองแล้วดีขึ้นไหม

          หนูว่างานก็ประมาณเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือจิตใจ มีความสุขมาก กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่อยากจะเป็น เมื่อก่อนคิดแล้วจะเครียด แต่ตอนนี้คิดไปในทางบวกมากกว่า ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้เป็นทางบวกและสามารถเผยแพร่ให้คนอื่นได้ 

@@ อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราคิดได้

         มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ชีวิตตกต่ำ คือช่วงที่เป็นเดอะสตาร์ ตอนนั้นดร็อปเรียน ใช้ชีวิตเละเทะ ตอนนั้นอายุ 18-19 ตอนนั้นเราใช้ยาเสพติดเพื่อให้ผอม ช่วงนั้นทุกอย่างเละเทะหมดเลย แล้วทนไม่ไหมแล้วกับชีวิตที่ทำอยู่ คือเราฝันที่จะเข้ามาในวงการบันเทิง พอเข้ามาแล้วมาทำเละเทะแบบนี้ คือตอนนั้นคิดว่ามีเงินจะทำอะไรก็ได้ จะปาร์ตี้ก็ได้ ตอนนั้นคิดไม่ได้ ซึ่งช่วงนั้นแม่คอยอยู่ข้างๆ เรา ถึงเราจะไม่ดีอย่างไร เขาก็ไม่เบื่อที่ให้เรากลับมาเป็นคนดี นานวันเข้าเราก็สงสารแม่ก็เลยอยากจะเปลี่ยนตัวเอง และเริ่มคิดได้ไม่อยากทำไม่ดี หลังจากนั้นสิ่งดีๆ ก็เข้ามาในชีวิต เรียนก็ดีขึ้น งานก็ดีขึ้น มันดีขึ้นเรื่อยๆ ช่วงนั้นเริ่มเลิกยาก็เลยอ้วนขึ้น 

@@ มันเลิกได้เองเลยหรือ

         ไม่ๆ กว่าจะเลิกได้ใช้เวลานานมาก หนูติดยาตั้งแต่อายุ 18 และการเลิกยามันไม่ได้เลิกขาดได้ภายในวันเดียว เคยติดมากชนิดที่จะไปเลิกที่ถ้ำกระบอก คือติดเยอะมากสามารถถามแม่ได้ ช่วงนั้นจะเก็บตัวไม่คุยกับใคร ที่จะไปถ้ำกระบอกเพราะเวลาที่อยากยามากๆ ก็จะเริ่มทำลายข้าวของ เริ่มทำร้ายตัวเอง ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองเหมือนสัตว์ประหลาด ซึ่งมันเกินไปแล้ว พอคิดได้จะเลิก มันก็จะมีเหตุการณ์ให้เรากลับไปเรื่อยๆ มันเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ เราก็เลยค่อยๆ ลดจนขาดยาได้ ร่างกายก็ค่อยๆ แข็งแรงขึ้น เพิ่งมาเลิกขาดได้ปีเดียวเอง หนูโชคดีมากที่เลิกได้ ช่วงที่แม่รู้ว่าเราติดยา แม่ย้ายจากภูเก็ตมาดูแลเราที่กรุงเทพฯ เขารู้ว่าเราติดยาเพราะเขาเห็น ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่แคร์ด้วย ก็เสพยาให้เขาดูตรงนั้นเลย หนูแย่มาก (น้ำตาคลอ) 18-19 ยังเสพ 20 ยังเสพบ้าง ก็ค่อยๆ ลดลง เพิ่งเลิกขาดได้ปีเดียวเอง ถ้าจะเลิกขาดต้องค่อยๆ ทำ ทุกวันนี้ยังมีเพื่อนๆ ที่ติดยามาชวนเสพยาอยู่เลย แต่สิ่งที่ทำให้เรายืนกรานที่จะไม่ไปแตะต้องมันอีกก็คือแม่ เวลามีอะไรเราจะบอกแม่ แม่ก็จะคอยช่วย คือเราไม่อยากเสียเขาไป ไม่อยากทำให้เขาผิดหวังอีกแล้ว เรื่องดีๆ มันก็มีมาเยอะแต่เราเหลิงว่าเราหาเงินได้เองแล้วแต่มันเป็นความคิดที่โคตรจะผิด 

 

'ซิลวี่' รับชีวิตดีขึ้นเพราะมีแม่

 

@@ มีคำพูดอะไรของแม่ที่ฉุดเราขึ้นมา

         ไม่มีคำพูดใดๆ เลย แค่เเขาเหนื่อยจะพูด ซึ่งวันที่เขาเหนื่อยจะพูดนี่แหละที่เราคิดได้ว่าเขายอมแล้ว เขายอมแพ้กับสิ่งที่เราทำแล้ว เราควรคิดได้แล้วมั้ง คืออยู่ๆ ก็คิดได้เอง ดีใจที่คิดได้เอง ตอนนี้ก็เป็นคนใหม่ เรียนจบแล้ว เป็นครูสอนร้องเพลงด้วย ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ชีวิตดีขึ้น อ้วนท้วนสมบูรณ์ อยู่ในสิ่งที่เราพอดี ได้กินอาหารอร่อยที่เราอยากกิน ได้ออกกำลังกาย มีแรง ไม่เครียด อยากเป็นอะไรก็เป็น ขอแค่เป็นคนดี คำคำนี้เป็นคำที่แม่พูด แม่บอกว่า “อะไรก็ได้ซิลวี่ อะไรที่ไม่ผิดกฎหมาย ขอแค่อย่าทำผิดแบบเมื่อก่อน” คือข้อกำหนดของหนูและแม่อยู่แค่ขออย่าให้เละเทะเท่านั้นเอง 

 

@@ หลังจากเลิกขาดมีไปขอขมาแม่ไหม

         มีตลอด ณ เวลานั้น จะเหมือนเป็นคนบ้า คือเหมือนจะคิดได้ และคิดไม่ได้ และก็คิดได้ แล้วก็คิดไม่ได้ กว่าจะเป็นเราทุกวันนี้ใช้เวลานานมาก เรื่องนี้ต้องคิดได้เอง พ่อแม่ไม่ช่วย ส่งไปต่างประเทศไม่ช่วย เรื่องนี้ต้องคิดได้เองจริงๆ จิตสำนึกล้วนๆ 

 

'ซิลวี่' รับชีวิตดีขึ้นเพราะมีแม่

 

@@ ชีวิตได้เรียนถูกเรียนผิด มีบทเรียนให้ตัวเอง

         ใช่ คือพอเรายืนได้มันจะมาเองหมดเลย สิ่งที่หายไปในตอนนั้นมันจะกลับมาเอง เหมือนเราได้รีบู๊ทตัวเอง ได้กลับมาเป็นตัวเอง 

@@อยากฝากอะไรแฟนๆ ที่เป็นแฟนคลับหรือติดตามเราแล้ว แล้วเขาอาจจะอยู่ในช่วงเวลาที่หลงผิดเหมือนที่เราเคยเป็นมาก่อน

         ช่วงนั้นเราก็เป็นวัยรุ่น 18-19 คือช่วงนั้นเรากำลังจะเป็นผู้ใหญ่ ทุกอย่างที่เราคิดเรามีเหตุและผลของเรา เราก็เลยจะกล้าทำในสิ่งที่เราคิดมากๆ โดยเราจะคิดว่าสิ่งเหล่านั้นถูกแล้ว แต่ว่าอยากให้ฟังคำของผู้ใหญ่ สิ่งที่เขาพูดมันเป็นเรื่องที่จริง สิ่งที่เขาเตือนมันจะไปในทางนั้น อย่าคิดว่าโลกมันหมุนรอบตัวเรา อย่าคิดว่าเราเป็นเจ้าของโลก สิ่งที่เราทำ แม้เราจะคิดว่ามันเดือดร้อนแค่ตัวเรามันก็ใช่ แต่เวลาเข้าโรงพักใครเดือดร้อน เวลาเข้าโรงพยาบาลใครเดือดร้อน ตอนนั้นก็เคยคิดว่าไม่มีหรอกเราก็เป็นของเรา เราตายเราก็ตายของเรา แต่ไม่เลย เพราะคนที่เดือดร้อนก็คือครอบครัวของเราอยู่ดี เดือดร้อนที่ทำให้เขามาทุกข์ใจกับเรา เราทำให้เขาทุกข์ อยากให้คิดดีๆ อยู่กับตัวเอง มีสติ และอย่าไหวไปตามอารมณ์ วัยรุ่นจะเป็นวัยที่อยากจะทำตามอารมณ์มากๆ 

เรื่อง : เสาวลักษณ์ ปึงทมวัฒนากูล

ภาพ : อนันต์ จันทรสูตร์

 

'ซิลวี่' รับชีวิตดีขึ้นเพราะมีแม่

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่