DVD ที่กำลังสูญพันธุ์

คอลัมน์...  ข้าวโพดคั่วกับตั๋วหนัง  โดย... คอนแทค เลนส์


 

          ผมเขียนเคยถึงฉากแผงค้า DVD แม่สายที่เคยรุ่งเรืองในยุคหนึ่งและกำลังล่มสลายไป


          เคยเขียนถึงสถานการณ์รื้อใหญ่ที่คลองถม ทำเอาร้าน DVD และร้าน CD กระจัดกระจายไปหมด

 

 

          อีกทั้งเคยเขียนถึงร้านขาย DVD ในห้างสรรพสินค้า ที่ทยอยล้มหายตายจากกันไปทีละเจ้าสองเจ้า


          จนมาถึงการปิดแผนก CD และ DVD ของ B2S ในห้างเซ็นทรัลทุกสาขา

 

          แต่เดิม B2S เสมือนการปรับโฉมแผนกขายแผ่นเสียง เทป CD รวมถึงวิดีโอ VCD และ DVD รวมถึง Blu-ray ที่แต่เดิมห้างเซ็นทรัลในอดีตได้ให้ความสำคัญกับ “สินค้าทางวัฒนธรรม” ที่แม้บางยุคจะทำกำไรได้มาก


          ทว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า ส่วนต่างกำไรจากการขายสื่อบันเทิงดังกล่าวไม่ได้มีมากนักเมื่อเทียบกับรายได้ที่ต้องคืนไปให้เถ้าแก่ค่ายหนังหรือนายห้างแผ่นเสียง

 

         อย่างไรก็ดี ในยุคหนึ่งห้างเซ็นทรัลได้ “แสดงรสนิยม” ด้วยการสร้างห้องทดลองฟังเพลงด้วยการติดตั้งเครื่องเสียงอย่างดีและโฮมเธียเตอร์ระดับ Hi-end เพื่อให้ลูกค้าได้นั่งฟังกันฟรีๆ ไม่ซื้อไม่หาไม่ว่าอะไร


          เหมือนยุคทองของ Tower Record ที่มีเพลงให้ยืนฟังฟรี มีแผ่นเสียง มี CD มีเทป เรียงตามหมวดหมู่แนวเพลง และตัวอักษรศิลปิน ให้หยิบให้จับกันฟรีๆ

 

          แต่มาในยุคนี้ ที่พอเข้าใจได้ว่ากระแสคลื่น Digital ได้ถาโถมโหมกระหน่ำซัดเอาแผนก DVD, Blu-ray และ CD รวมถึงแผ่นเสียงของ B2S ให้สูญสลายไป และ “สินค้าทางวัฒนธรรม” ลดความสำคัญในการ “แสดงรสนิยม” ลงไปจนหมดสิ้น




          ปัจจุบัน คนรักคนชอบดูหนังฟังเพลงแม้กระทั่งอ่านหนังสืออย่างผม เวลาเดินผ่าน B2S แล้วก็ให้ใจหาย ที่นอกจากจะปิดแผนก DVD และ CD ไปแล้ว แผนกหนังสือก็ดูเหมือนพื้นที่จะค่อยๆ หดลงทีละน้อย


          พูดถึง DVD แล้ว นอกจากแหล่งขาย DVD หลักๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นแม่สายก็ดี คลองถมก็ดี หรือกระทั่งพันธุ์ทิพย์ก็ดี ทั้ง DVD ลิขสิทธิ์และ DVD เถื่อน ล้วนได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน


          ใครจะเชื่อว่า DVD เถื่อนก็ยังได้รับผลกระทบ ปิดแผง หันไปประกอบอาชีพอื่นกันเกือบจะหมดแล้ว


          ร้าน DVD แฟรนไชส์ หรือเชนสโตร์ ที่เหลืออยู่ในบ้านเรา หลายร้านกำลังปรับโฉมโนมพรรณ ด้วยกันหันกลับมาเน้นขาย CD และแผ่นเสียง ที่ดูเหมือนกระแสการฟังเพลงกำลังจะกลับมา


          ตรงกันข้ามกับ DVD ที่นับวันจะยิ่งหาลูกค้ายากขึ้นทุกที เนื่องจากไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้หันมาดูหนังผ่านระบบ Streaming กันหมดแล้ว รวมถึงคนรุ่นเก่าบางกลุ่มก็ดูหนังผ่านระบบ Streaming เช่นเดียวกัน จึงเหลือคนรุ่นเก่าจำนวนน้อยมากที่เป็นลูกค้า DVD อย่างซื่อสัตย์


          อีกทั้งร้านขายเครื่องเล่น DVD ก็เหลือน้อย ไม่ต้องพูดถึงร้านซ่อมเครื่องเล่น DVD ที่ก็แทบไม่มีเหลือแล้วเช่นกัน


          จึงเป็นที่มาของชื่อตอน “DVD ที่กำลังสูญพันธุ์” ครับ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่