สิ้นครูเพลงลาว"ดาวเวียง บุดนาโค"ตำนาน "เพลงดังสองฝั่งโขง"

คอลัมน์...  คมเคียวคมปากกา  โดย...  บางนา บางปะกง

 

 

          สื่อออนไลน์ใน สปป.ลาว เสนอข่าวการสูญเสียครั้งสำคัญของวงการเพลงลูกทุ่งลาว หรือ “เพลงบ้านนาลาว” เมื่อนักประพันธ์เพลงชื่อดัง “ดาวเวียง บุดนาโค” ล้มป่วยกะทันหัน และเสียชีวิตลงเมื่อบ่ายวันที่ 6 มีนาคม 2562

 

          ย้อนไปช่วงปี 2546-2548 แกรมมี่โกลด์ ได้จัดทำอัลบั้ม “รวมเพลงดังสองฝั่งโขง” ชุดกำแพงเงิน โดยคัดสรรเพลงลูกทุ่งลาวยอดนิยม 12 เพลงมาให้ “ไมค์ ภิรมย์พร” ขับร้อง

 

สิ้นครูเพลงลาว"ดาวเวียง บุดนาโค"ตำนาน "เพลงดังสองฝั่งโขง"

 


          เพลงดังฝั่งลาวชุดนี้ เป็นผลงานการแต่งของ “ดาวเวียง บุดนาโค” อาทิ เพลง สาวสีเมือง, สาวดงโดก, กำแพงเงิน, โดยสารสายใต้, ดาวลืมดิน, สงสารบัวพา ฯลฯ


          อัลบั้มรวมเพลงดังสองฝั่งโขง เกิดขึ้นจากแนวคิดของ “สลา คุณวุฒิ” ที่ต้องการนำเพลงบ้านนาลาวมาเผยแพร่ทางฝั่งไทย จึงได้เดินทางข้ามโขงไปพบดาวเวียงด้วยตัวเอง 

 


          สำหรับเพลงที่คนไทยคุ้นหูมากที่สุดคือ “สาวสีเมือง” เนื่องจากสวัสดิ์ สารคาม ได้นำทำนองและดนตรีเพลงสาวสีเมืองมาใส่เนื้อใหม่ชื่อ “น้ำตาสาววาริน” ร้องโดย จินตหรา พูนลาภ นอกจากนี้ ดาวเวียงยังแต่งเพลง “แก้มแดงแรงใจ” ให้ “ต่าย อรทัย” ขับร้องในชุดแรกๆ 

 

สิ้นครูเพลงลาว"ดาวเวียง บุดนาโค"ตำนาน "เพลงดังสองฝั่งโขง"

 


          “ดาวเวียง บุดนาโค” เริ่มมีชื่อเสียงในฝั่งลาว จากการเป็นนักข่าว และนักเขียน สังกัดสโมสรนักเขียนหนุ่มลาว ดาวเวียงเกิดที่บ้านขี้นาก เมืองโขง แขวงจำปาสัก หลังเรียนจบวิทยาลัยครูจำปาสัก ก็ตัดสินใจเข้าผจญภัยในนครหลวงเวียงจันทน์ ด้วยความหวังอยากเป็นนักเขียน และนักข่าว รับใช้สังคม รับใช้ประเทศชาติ


          ชีวิตนักเขียนของดาวเวียงลุ่มๆ ดอนๆ ในที่สุด เขาก็พลัดหลงเข้าสู่วงการเพลงโดยไม่ตั้งใจ โดยเริ่มต้นจากการแต่งเพลงแนวเพื่อชีวิตลาว และเพลงร็อกให้วงเดอะแซฟไฟร์ 

 

 

 

สิ้นครูเพลงลาว"ดาวเวียง บุดนาโค"ตำนาน "เพลงดังสองฝั่งโขง"

 


          ปี 2535 วงเดอะแซฟไฟร์ ได้มาเซ็นสัญญาเป็นนักร้องในสังกัดบริษัทมิวสิคไลน์ ประเทศไทย ทำอัลบั้มเพลงเสร็จเรียบร้อย และได้ขึ้นร้องเพลงโชว์ในรายการ 7 สี คอนเสิร์ต เมื่อกลับถึงเมืองลาว เจอคำสั่งจากทางการให้ยุบวงดนตรี เนื่องจากการเดินทางไปทำเพลงที่เมืองไทย ไม่ได้ขออนุญาตให้ถูกต้อง ดาวเวียงรู้สึกผิดหวังอย่างแรง จนแทบจะวางปากกา 


          ปี 2538 เพลงบ้านนาลาวกลับมาคึกคัก เมื่อเพลงเกี้ยวสาวบ้านเกิน ร้องโดย บุนค้ำ สิดทิเดด ได้รับความนิยมและเทปเพลงขายดีเป็นประวัติการณ์


          ระหว่างนั้น มีวงดนตรีแนวเพลงบ้านนาชื่อ “หนุ่มโกสิน” ของสามพี่น้อง “โกสิน-บุนเกิด-ดาวเพ็ด” แห่งตระกูล ‘หนูห่วง’ กำลังวางแผนทำอัลบั้มเพลงชุดที่ 2 ให้บุนเกิด ดาวเวียงจึงเสนอตัวเข้าไปเขียนเพลงให้สามพี่น้อง

 

 

สิ้นครูเพลงลาว"ดาวเวียง บุดนาโค"ตำนาน "เพลงดังสองฝั่งโขง"

 


          เมื่อดาวเวียงได้รับโอกาสจากนายทุนและสามพี่น้อง ก็ได้เขียนเพลง “สาวดงโดก” โดยอิงไปกับกระแสความดังของเพลงเกี้ยวสาวบ้านเกิน อีกหนึ่งปีถัดมา อัลบั้มชุด “สาวสีเมือง” ของบุนเกิด ก็ตามออกมาติดๆ


          เพลงสาวสีเมือง กลายเป็นเพลงสุดฮิตของดินแดนดอกจำปา และส่งผลให้ยอดขายเทปทะลุหลัก 2 แสนตลับอย่างเหลือเชื่อ


          “สาวสีเมือง” และอีกหลายๆ เพลงที่ฮิตใน ค.ศ.โน้น ถูกเรียกว่าเพลงแบบดาวเวียง คือมีกลิ่นอายลูกทุ่งอีสานค่อนข้างสูง

 

 

สิ้นครูเพลงลาว"ดาวเวียง บุดนาโค"ตำนาน "เพลงดังสองฝั่งโขง"

 


          ใครเลยจะคิดว่าลูกชาวนาบ้านขี้นาก เมืองโขง จะฟันฝ่ามรสุมชีวิตในเมืองหลวงมาได้ไกลถึงเพียงนี้ จากจุดเริ่มต้นการแต่งเพลงเพื่อชีวิต ร็อก สตริง จนมาถึงเพลงบ้านนา ดาวเวียงแต่งเพลงไปแล้วกว่า 500 เพลง


          ปี 2550 กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว ได้จัดพิธีประดับเหรียญชัยให้แก่ “ศิลปินดีเด่นแห่งชาติ” ดาวเวียงก็ได้รับรางวัลเกียรติยศนี้ด้วย


          ระยะหลัง ตลาดเพลงลาวพังทลาย เพราะเทคโนโลยีดิจิทัล และสื่อโซเชียลเข้ามาอิทธิพลต่อชีวิตคนลาว เหมือนกับคนทั้งโลก สังคมไร้พรมแดน เพลงลูกทุ่งอีสานจึงได้รับความนิยมแทนที่เพลงบ้านนาลาว ดาวเวียงจึงยุติการแต่งเพลง แต่ก็ยังทำงานเขียนกวี เรื่องสั้น ตามวาระโอกาส


          ดาวเวียงบอกกับทุกคนว่า ฟ้าประทาน “ปากกา” ให้มาทำมาหากิน..วันนี้ ดาวเวียงจากไปในวันที่สภาพสังคมลาวเปลี่ยนแปลงเร็ว และกระแสทุนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่