ดอน กิโฆเต้ 2019

คอลัมน์...   ข้าวโพดคั่วกับตั๋วหนัง  โดย...  คอนแทค เลนส์

 

 

          Green Book เป็นคู่มือสำหรับคนผิวสีในอเมริกา ทศวรรษ 1940-1960 เพื่อแนะนำโรงแรม ร้านอาหาร ที่ต้อนรับคนดำ ในยุคที่สังคมสหรัฐฯ เผชิญหน้ากับการเหยียดผิวอย่างรุนแรง

 


          ภาพยนตร์เรื่อง Green Book (2018) นำเสนอทริปแสดงดนตรีของนักเปียโนอเมริกันผิวสี จบปริญญาเอกดนตรีคลาสสิกจากรัสเซีย ซึ่งกำลังจะออกเดินสายโปรโมทอัลบั้มใหม่ กับคนขับรถรับจ้าง ชาวผิวขาวนักเลงจากบร็องซ์ย่านเถื่อนในนิวยอร์ก


          Green Book กำกับการแสดงโดย Peter Farrelly นักทำหนังที่สร้างชื่อเสียงจากภาพยนตร์ตลกโปกฮาอย่าง There's Something About Mary (1998) Me, Myself & Irene (2000) Shallow Hal (2001) The Heartbreak Kid (2007) Dumb and Dumber (1994) Dumb and Dumber To (2014) Kingpin (1996) Stuck on You (2003) The Three Stooges (2012) Hall Pass (2011) มีเพียงเรื่องเดียวที่ใกล้เคียงกับ Green Book คือ Fever Pitch (2005) คือมีความดราม่ามากที่สุดในบรรดาภาพยนตร์ที่ Peter Farrelly กำกับมา กระนั้นก็ดี Fever Pitch ก็เหมือนกับ Green Book ที่แม้ว่าจะมีเนื้อหาที่หนัก ทว่า กลับเต็มไปด้วยบทสนทนาที่สนุกสนานตลอดทั้งเรื่อง


          Green Book ส่งให้ Peter Farrelly คว้าลูกโลกทองคำสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี ค.ศ.2018 ไปครอง ซึ่งเขียนบทร่วมกับ Nick Vallelonga และ Brian Hayes Currie แม้จะชวดรางวัลผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยมไปก็ตาม และนอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ประจำปี ค.ศ.2018 อีกสองรางวัลด้วยกันคือบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ยอดเยี่ยม


          อานิสงส์ของ Green Book ยังส่งผ่านไปยัง Viggo Mortensen และ Mahershala Ali โดยเฉพาะ Mahershala Ali ที่คว้าลูกโลกทองคำสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และยังเข้าชิงสมทบชายยอดเยี่ยมออสการ์อีกด้วย ส่วน Viggo Mortensen ก็เข้าชิงออสการ์เช่นกันในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม หลังจากเข้าชิงลูกโลกแล้วชวดไป และออสการ์อีกรางวัลที่ Green Book ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรวมเป็น 5 สาขาก็คือ สาขาตัดต่อยอดเยี่ยม


          เทคนิคหลักของภาพยนตร์เรื่อง Green Book นั้น หนังได้ใช้ความตรงกันข้ามของสถานะระหว่างคนผิวดำและผิวขาวตามความเข้าใจทั่วไปว่าคนผิวสีต้องเป็นคนรับใช้ขับเคลื่อนความขัดแย้งด้านชาติพันธุ์ตลอดเส้นทางทัวร์คอนเสิร์ต


          แม้เส้นเรื่องจะดูราบเรียบ แต่ผู้กำกับแทรกสีสันความซับซ้อนของตัวละครไว้ตามรายทาง และใส่ลงไปได้อย่างพอเหมาะพอดี ทำให้หนังไม่น่าเบื่อจนเกินไป
ใครที่คุ้นเคยกับเรื่องราวของ ดอน กิโฆเต้ กับซานโช่ จะดู Road Movie เรื่องนี้อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาที่เต็มไปด้วยมุกตลกและหลายคำพูดที่คมคาย หรือพล็อตหลักที่คล้ายๆ กัน


          แม้ว่าทุกวันนี้ การเหยียดผิวได้ลดดีกรีความร้อนแรงลง แต่ยังคงมีอยู่ ตามซอกมุมของโลก หวังว่าหนังเรื่อง Green Book น่าจะมีส่วนช่วยลดปัญหานี้ได้บ้างในอนาคต

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่