พื้นที่ของ CD

คอลัมน์...  เซาะร่องเสียง  โดย...  นกป่า อุษาคเณย์



 

          ผมเขียน Facebook เกี่ยวกับการปิดตัวของแผนกขาย CD ของ B2S ในห้าง Central ทุกสาขา เมื่อราวเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ปรากฏว่าเป็นที่ฮือฮา มีการแชร์ต่อๆ กันไปอย่างมากมายหลายพันครั้ง

 

 

          อันที่จริงสัญญาณไฟไหม้วงการ CD มิได้ปรากฏขึ้นครั้งแรกจากกรณีการปิดตัวของแผนก CD ที่ B2S แต่วงการ CD นอนอยู่ในห้อง ICU มาแล้วนับเป็นเวลา 10-15 ปี เริ่มจากปัญหาเทปผี CD เถื่อน ตามมาด้วย MP3 ละเมิดลิขสิทธิ์ และการเกิดขึ้นของ Napster ตามมาด้วย Bit Torrent และซ้ำดาบสองด้วยเทคโนโลยี Streaming การทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของการฟังเพลงบน YouTube


          ดังนี้ร้าน CD น้อยใหญ่ที่เคยเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของบรรดาคอเพลง ค่อยๆ ทยอยล้มหายตายจากไป เริ่มจาก Tower Record และร้าน CD ตามห้างสรรพสินค้าที่สู้ค่าเช่าและแบกภาระค่าจ้างพนักงานเอาไว้ไม่ไหว เมื่อเทียบรายรับหรือยอดขายที่เข้ามาน้อยนิดกับรายจ่ายที่ต้องควักออกเป็นประจำทุกสิ้นเดือน
ร้าน CD ระดับตำนานในรูปแบบ Stand Alone ที่พลอยถูกหางเลขไปด้วย เพราะแม้ค่าเช่าค่าออนจะน้อยกว่าร้าน CD แฟรนไชส์ที่เช่าพื้นที่ห้างสรรพสินค้า หรือพนักงานขายก็มีน้อยหรือแทบไม่มี เพราะเจ้าของร้านขายเอง แต่ด้วยยอดขาย CD ที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ ก็ทำให้หลายรายปรับหน้าร้านขายของอย่างอื่น เช่น ขายกาแฟ ขนม หรืออาหาร บางเจ้าก็หันไปทำธุรกิจอื่น หรือบางเจ้าก็ปิดไปเลยก็มี


          แม้ช่วง 5-6 ปีให้หลังมานี้ กระแสของแผ่นเสียงจะกลับมา บวกกับเทปอีกนิดหน่อย จะมีส่วนกระตุ้นให้ร้าน CD พอจะมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่มันก็เป็นเพียงแรงกระตุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะดังที่เขียนไปในตอนที่แล้วว่าทุกวันนี้วงการแผ่นเสียงเองก็เริ่มที่จะซบเซาเช่นกัน เห็นได้จากมีแผ่นเสียง Boxset จำนวนมากที่ถูกกักตุนเอาไว้ขายเก็งกำไร เช่น คาราบาว เต๋อ อัสนี-วสันต์ ได้ทยอยถูกปล่อยของ แยกแผ่นใน Boxset ออกมาขายเดี่ยวๆ กันบ้างแล้ว




          หลังจาก B2S แผนกขาย CD ทยอยปิดตัวลงทีละสาขาในห้าง Central ผมตรวจสอบสถานการณ์ร้านขาย CD พบว่า เหลือร้านอยู่น้อยมาก โดยเฉพาะย่านคลองถมที่เคยเป็นแหล่งค้าขาย CD ใหญ่ที่สุด ทั้งขายปลีกและขายส่งก็เหลือไม่กี่ร้าน


          ร้านที่ผมไปเดินประจำก็คือ Music Land ศูนย์การค้าอินทรา ประตูน้ำ ตามภาพประกอบ


          โดยเฉพาะทุกวันนี้ CD เพลงสากล จากเดิมที่เคยผลิตในบ้านเรา ปัจจุบันใช้วิธี Import แผ่นเข้ามาจากต่างประเทศโดยตรง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายหลายๆ อย่างนัยว่าเป็นการลดต้นทุนบางอย่างในทางอ้อม เพื่อให้วงการ CD เพลงสากลเดินต่อไปได้


          ส่วนวงการ CD เพลงไทย ก็นานๆ จะมีอัลบั้มใหม่ออกมาสักที ทั้งค่ายใหญ่ค่ายเล็ก และส่วนมากก็มักจะทำรายได้จากการขายตรงผ่าน Social Media กันเป็นหลัก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่