อย่าปล่อยให้ "โดนรุม" ในโลกออนไลน์

คอลัมน์...  มายาประเทศ   โดย...   นิตี้ fb/nitylive


 

          ตกใจอยู่เหมือนกัน เมื่อเห็นใครก็ไม่รู้โพสต์ข้อความอยากสำเร็จใคร่กับดาราคนนั้น คนดังคนนี้ เห็นบ่อยๆ ในโลกออนไลน์ ในเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และโดยเฉพาะทวิตเตอร์ ที่อาจคิดว่าไม่มีความผิดหรือทำให้ใครเดือดร้อน ซึ่งมันไม่ใช่

 


          เนื่องจากผู้ประกาศข่าวและพิธีกรสาว เช่น น.ส.กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา จากช่อง 7, น.ส.ตรีชฎา โชคธนาเสริมสกุล (ช่อง7), น.ส.นันทรัตน์ อรรถยากร จากช่องสมาร์ท เอสเอ็มอี, น.ส.กุลญา กระจ่างกุล, น.ส.ทองเนื้อเก้า คำพิมพ์ จากช่องพีพีทีวี และ น.ส.ภิญญดา ธิติกุลมาศ ช่องพีพีทีวี ไปพบตำรวจที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้สื่อโซเชียลทวิตเตอร์รายหนึ่ง ที่สร้างบัญชีผู้ใช้งานโพสต์ภาพของผู้เสียหาย ประกอบข้อความที่มีเนื้อหาสื่อไปในทางลามกอนาจาร

 

          ผู้ประกาศสาวรายหนึ่งเปิดเผยว่า หลังจากที่เพื่อนส่งภาพการโพสต์ข้อความดังกล่าวมาให้ตรวจสอบ ซึ่งพบว่ามีลักษณะใช้ภาพที่ไม่มีการตัดต่อไปโพสต์คู่กับข้อความที่ส่อไปในเชิงลามกอนาจาร ซึ่งได้พยายามเข้าไปตรวจสอบในหน้าเพจของผู้โพสต์ข้อความ แต่ปรากฏว่าถูกบล็อกชื่อไว้ นอกจากนี้ยังทราบว่ามีเพื่อนในช่องเดียวกันที่ถูกสืบค้นข้อมูลส่วนตัวนำไปโพสต์ด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เข้าข่ายเป็นการคุกคามทางเพศ ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ชัดเจน


          กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา อดีตผู้ประกาศข่าว บอกว่าเปลี่ยนอาชีพไปเป็นทนายความได้ 7 เดือนแล้ว แต่ปรากฏว่าผู้ที่โพสต์มีการติดตามนำข้อมูลปัจจุบันไปโพสต์ ซึ่งเชื่อว่าต้องเป็นผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประกาศข่าวอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อมูลของผู้ก่อเหตุ พบว่ายังมีการกระทำผิดรูปแบบอื่น เช่น มีการตัดต่อภาพผู้ประกาศข่าว เพื่อทำให้เข้าใจผิด และยังมีการโพสต์ลิงค์ไปยังคลิปวิดีโอลามกอนาจารด้วย ซึ่งจะขอให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้


          ศจี วงศ์อำไพ ผู้ประกาศข่าวสาวทีวีช่อง 7 เผยว่าเป็นตัวแทนเพื่อนผู้ประกาศข่าวของช่อง 7 เอชดี ที่จะทยอยมาอีก 8-9 คน มาพร้อมกับทนายความ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับบุคคลที่โพสต์ทวิตเตอร์ ภาพของตนพร้อมข้อความลามกอนาจาร


          "ได้มีโอกาสเข้าไปอ่านแล้ว พบบางข้อความลามกมากๆ มีการเชิญชวนให้คนมาแสดงความคิดเห็นลามกกันอีก มีคนติดตามจำนวนเยอะมากด้วย รู้สึกว่าเราเป็นลูกผู้หญิงถูกกระทำในลักษณะแบบนี้ มันทนไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง แม้เราจะเป็นคนสาธารณะก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาแสดงความคิดเห็นแบบนี้กับเราได้ จึงต้องลุกขึ้นมาทวงสิทธิของตัวเอง และจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะจะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่าง ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เขาก็จะย่ามใจก็จะกระทำอีก...


          “ถึงขั้นมีการเปิดโหวตให้คนมาแสดงความคิดเห็น ลงคะแนนว่า คนไหนน่าจะโดนรุมโทรมมากที่สุด ประกาศว่าตั้งเป้าจะกระทำแบบนี้ต่อไปให้ครบ 100 คน มีผู้ประกาศข่าวที่โดนกระทำแล้วหลายสิบคน คนแบบนี้ไม่ควรจะอยู่ในสังคม จำเป็นต้องออกมาเรียกร้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด”


          ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. และโฆษก บก.ปอท. เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวหากเป็นการนำภาพที่ไม่ได้ตัดต่อไปโพสต์คู่กับข้อความที่มีเนื้อหาเชิงลามกอนาจาร จะเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ส่วนกรณีของการนำภาพตัดต่อไปโพสต์จะเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งอัตราโทษสูงสุดในคดีนี้ คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนกรณีที่พบว่ามีการโพสต์ลิงค์ไปยังคลิปลามกอนาจารนั้น ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง


          พูดก็พูดเถอะ “นิตี้” ขอให้กำลังใจผู้ประกาศข่าวและพิธีกรสาวที่ออกมาป่าวประกาศ อย่าปล่อยให้โดนรุมโพสต์ลามกก็ปล่อยผ่านจนกลายเป็นภัยในภายหลัง ในแง่ถูกใครก็ไม่รู้ติดตามหวังทำอนาจารใส่ก็อาจเป็นได้ ซึ่งการส่งสัญญาณไปยังนักเลงคีย์บอร์ดสายหื่นครั้งนี้ เพื่อเตือน “สายหื่น” ให้คิดดีๆ การไปปลุกระดมหาแนวร่วมอยากไปรุมโพสต์ถึงคนดังดาราในลักษณะอย่างนี้ ได้มีสติ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ นักเลงคีย์บอร์ดก็น่าจะเป็นวัยรุ่นทั้งนั้น ถ้าตำรวจไปตามจับแล้วจะยุ่งเดือดร้อนถึงพ่อแม่อีก... ดังนั้น จะโพสต์เอามันทำคนอื่นเสียหายก็ต้องระวังคุกไว้ด้วย เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน !!

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน