"พิม ฐิติยากร" และกลยุทธ์ "เดอะวอยซ์ 2018"

คอลัมน์...  มายาประเทศ  โดย...  นิตี้ fb/nitylive

 

 

          ไม่ค่อยได้ดู “เดอะวอยซ์ 2018” ทางช่อง “พีพีทีวี” เท่าไหร่ แต่พอได้ยินเสียง “พิม" ฐิติยากร ทองศรี” กับเพลงศัตรูที่รัก เริ่มคุ้นๆ เสียงกับนักร้องที่คัฟเวอร์เพลงในยูทูบคนหนึ่ง เพลงนั้นคือ “ช้ำคือเรา” Cover By Pimthitiii x สมอารมณ์ ไม่น่าเชื่อว่ายอดวิวพุ่ง 215 ล้านครั้งแล้ว หลังจากปล่อยออนไลน์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2018 ฝีมือการเรียบเรียงทำดนตรีของ ปรคุณ บุญสุวรรณ และเกียรติณรงค์ วงศ์งาม

 


          สาวเสียงเท่ “พิม“ ฐิติยากร หรือ พิม สมอารมณ์ นักร้องนำวงดนตรีคัฟเวอร์ที่นำเพลงยอดวิวทะลุ 200 กว่าล้านวิว ปรากฏตัวขึ้นเวทีประกวด “เดอะ วอยซ์ 2018” รอบบลายด์ออดิชั่น ในเพลง “ศัตรูที่รัก” อีกหนึ่งเพลงไพเราะที่สาวพิมถ่ายทอดได้ซึ้งจับใจจนโค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม กดและหันมาเลือกเข้าทีม ท่ามกลางความดีใจของครอบครัวอย่างพี่สาวคนสวย “ปลาทอง” ธัญนันท์ ทองศรีธนพงษ์” (เดอะ วอยซ์ ซีซั่น 4) ที่มาเชียร์ชิดขอบเวที


          “พิม” เกิดในครอบครัวนักดนตรี ทั้งพ่อแม่ พี่สาว พี่ชาย รักการร้องเพลงทุกคน จึงหล่อหลอมให้เธอเป็นศิลปินที่มีเอกลักษณ์ที่สุดคนหนึ่งในเวทีนี้ แต่เธอใช้เวลาถึง 3 ปีก่อนจะตัดสินใจมาประกวดเวที เดอะ วอยซ์ เนื่องจาก “กลัว” เพราะเคยเกิดเหตุการณ์สุดเฟลครั้งที่เคยประกวดร้องเพลงบนเวทีแห่งหนึ่ง ดันเลือกเพลงซ้ำผู้เข้าแข่งขันคนอื่น เลยต้องเปลี่ยนเพลงกะทันหันที่ไม่ค่อยถนัด จึงเป็นสาเหตุให้ไม่ชอบการประกวดร้องเพลงตั้งแต่นั้นมา แต่การขึ้นเวที เดอะ วอยซ์ ในครั้งนี้ก็เซอร์ไพรส์ใครหลายคน


          หากดู “โค้ช” อย่าง 4 นักร้องดัง “โค้ชคิ้ม” เจนนิเฟอร์ คิ้ม, “โค้ชก้อง” สหรัถ สังคปรีชา และ “โค้ชโจอี้ บอย” อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต และโค้ชใหม่คนล่าสุด “โค้ชป๊อบ” ปองกูล สืบซึ้ง ซึ่งทุกมีลีลาลูกเล่นดึงคนดูเรียกแขกได้


          โค้ชใหม่ป้ายแดง “โค้ชป๊อบ” ปองกูล เคยบอกสื่อว่ารู้สึกเป็นเกียรติมากเพราะรายการเดอะวอยซ์ก็มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นต่างประเทศหรือในไทยเองก็มีมา 7 ปีแล้ว ซึ่งครั้งแรกที่มาสัมผัสก็ประทับใจมาก โค้ชรุ่นพี่มีแนะนำอยู่ตลอด ตั้งแต่การวางแผน ทริกการเล่นเกมต่างๆ รวมถึงการพูดคุยกับผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งก่อนจะมาเป็นโค้ชก็ศึกษารายการทั้งของไทยและต่างประเทศพอสมควร พอได้ลงมือทำงานจริงๆ ก็รู้สึกสนุกกว่าที่คิด เพราะเคยร่วมงานกับโค้ชทั้ง 3 คนมาบ้าง ครั้งนี้จึงเป็นอีกโอกาสที่พี่ๆ เขาค่อนข้างเปิดให้เราพอสมควร เขาให้เราเล่นได้ สนุกสนานได้เต็มที่แบบไม่ต้องกั๊ก


          โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม บอกท้าทายมากที่หวนกลับมาเป็นโค้ชอีกครั้ง เพราะเป็นรายการที่เราต้องทุ่มเททั้งชีวิต สิ่งที่ยากที่สุดในรายการนี้คือ การเอาความชอบของเราไปแมทช์กับความชอบของคนดู ถ้าตรงใจคนดูกระแสก็จะดีทันที ห้ามพลาดเด็ดขาดในรอบบลายด์ออดิชั่น กับกติกาใหม่ที่ทำให้หัวเสียหนักมาก คือ กติกา Blocked Button หรือปุ่ม “บล็อก” ที่สามารถ “บล็อก” เก้าอี้โค้ชท่านอื่นไม่ให้หันมาเลือกผู้เข้าแข่งขันคนเดียวกันได้ถึง 2 ครั้ง เอาเป็นว่าพลาดไม่ได้ตั้งแต่วีกแรกที่ออนแอร์เลยแล้วกัน


          พูดก็พูดถึง “เดอะวอยซ์” เป็นรายการที่เคยทำเรตติ้งให้ช่อง 3 การย้ายมาพีพีทีวี ในช่วงจังหวะที่รายการเพลงที่มีคนส่วนหนึ่งก็เริ่มเบื่อเริ่มเอียนกับกระแสเวทีประกวดร้องเพลงอยู่เหมือนกัน แต่ความที่เป็นรายการเอ็นเตอร์เทนที่คนไทยชอบเพราะฟังเพราะได้ลุ้นสนุกด้วย ทำให้ทีวีหลายช่องที่ยังมีรายการประกวดร้องเพลงอยู่ ยังมีแฟนประจำอยู่ ซึ่งก็ยังทำเรตติ้งให้ช่องอยู่


          ขณะเดียวกันกลยุทธ์ของทีมงานในการทำรายการประกวดร้องเพลง ต่างคอยมองหาคนที่ร้องเพลงที่ดังที่ติดหูในโซเชียล สื่อออนไลน์ในปัจจุบันมาเป็นตัวขาย ยกตัวอย่าง “พิม" ฐิติยากร นักร้องร้อยล้านวิว ดังนั้น รายการทีวีอะไรที่ปรับตัว พยายามหาสิ่งใหม่ๆ และสิ่งที่เคยเห็นและดังในออนไลน์ มาออกอากาศบนทีวีก็น่าจะยังเรียกเรตติ้งได้!!