ไม่ง้อค่าย?สายสตรอง "ตั๊กแตน"ปั้นแบรนด์ตัวเอง

ไม่ง้อค่าย?สายสตรอง "ตั๊กแตน"ปั้นแบรนด์ตัวเอง : คอลัมน์...  คมเคียวคมปากกา  โดย.... บรรณวัชร

 


          การเป็นศิลปินนักร้องสังกัดค่ายใหญ่ในนาทีนี้ จะมานั่งงอมืองอเท้า รอทีมพีอาร์บริษัทพาเดินสายไปพบสื่อคงไม่ทันกินแล้ว เนื่องจาก “นักร้องหน้าใหม่” อาศัยเฟซบุ๊ก ไอจี และยูทูบ สร้างสตอรี่ สร้างคอนเทนต์เป็นของตัวเอง ให้คนติดตามเรือนหมื่นเรือนแสน จนมีชื่อเสียงแซงหน้านักร้องรุ่นพี่


 

 

          เชื่อว่า อีกไม่นาน นักสร้างภาพลักษณ์ นักการตลาดประจำค่ายใหญ่ ก็ต้องตกงาน เมื่อการสื่อสารยุคดิจิทัล ได้ทำลายอุปสรรคการเข้าถึงสื่อ เข้าถึงมวลชนจนหมดสิ้น 


          หน้าบันเทิง นสพ.ก็ไร้ค่า รายการข่าวบันเทิงจอทีวี ไม่มีความหมาย เมื่อก้าวสู่ยุค 4.0 ใครๆ ก็เป็นเจ้าของสื่อได้ 

 

 

ไม่ง้อค่าย?สายสตรอง "ตั๊กแตน"ปั้นแบรนด์ตัวเอง

 


          ศิลปินคนหนึ่ง มีสิทธิ์กำหนดว่าตัวเองจะเป็นแบบไหน และร้องเพลงอะไร ตามความต้องการของเอฟซี ไม่มีอีกแล้ว “นักบริหารห้องแอร์” จะนั่งหัวโต๊ะประชุมวางแผนแต่งเพลง และคอยกำหนดทิศทางกระแสเพลง


          พูดง่ายๆ หมดยุคผู้บริหารค่ายเพลงสไตล์ “คุณพ่อรู้ดี” และเข้าสู่ยุคศิลปินเป็น “นายของตัวเอง”  


          ลูกทุ่งสาวเสียงดี “ตั๊กแตน ชลดา ทองจุลกลาง” เป็นตัวอย่างของศิลปินที่ประสบความสำเร็จจากการปั้นแบรนด์ตัวเอง และในวันนี้ ใครต่อใครก็เรียกขานเธอว่า นักร้องสาวสายสตรอง !


          เมื่อเร็วๆ นี้ ตั๊กแตน ชลดา เดินทางไปเปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ จากเดิม “ชลดา ทองจุลกลาง” เป็น “พบพร ภาคินทร์” โดยนามสกุล “ภาคินทร์” แปลว่า ผู้มีโชค มีกำไร โดยการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ครั้งนี้มาจากความเชื่อส่วนตัวล้วนๆ

 

 

ไม่ง้อค่าย?สายสตรอง "ตั๊กแตน"ปั้นแบรนด์ตัวเอง

 

 

          นี่ก็เป็นสตอรี่ ที่มีการเขียนไว้ล่วงหน้า เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตั๊กแตนจัดรายการผ่านการไลฟ์สดในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเธอได้ทำรูปแบบคล้ายการจัดรายการเพลงทางวิทยุ และใช้ชื่อว่า “ดีเจพบพร”

 


 


          การไลฟ์สดของเธอ ก็มีทั้งพูดคุย เปิดเพลงที่ตัวเองร้อง และคัฟเวอร์เพลงดัง ทั้งหมดนี้จะถูกนำไปเผยแพร่ผ่านช่องยูทูบ YouTubeTKT GMM สำหรับคนที่ไม่ได้ชมไลฟ์


          ทุกวันนี้ มีคนติดตามช่องยูทูบของตั๊กแตน เกือบ 6 แสน และคาดว่าจะถึง 1 ล้านในช่วงต้นปีหน้า


          เอฟซีตั๊กแตนไม่แคร์ว่า เธอจะร้องเพลงดังของนักร้องคนอื่น ขอแต่เป็นเสียงของเธอ และดูเหมือนว่า จะเป็นลักษณะร่วมของมิตรรักแฟนเพลงทั่วไปแล้ว

 

 

ไม่ง้อค่าย?สายสตรอง "ตั๊กแตน"ปั้นแบรนด์ตัวเอง

 


          นักการตลาดค่ายใหญ่ จะมีกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ศิลปินให้มีชื่อเสียง 4 ขั้นตอน 1.ค้นหาคุณสมบัติของนักแสดงตามที่ได้กำหนดไว้ 2.สร้างอัตลักษณ์นักแสดงให้โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง 3.สื่อสารให้สาธารณชนรู้จักและจดจำนักแสดง 4.รักษาชื่อเสียงให้คงอยู่ 


          พ.ศ.นี้ “ตั๊กแตน ชลดา” เป็นทั้งนักร้องและนักปั้น เธอใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก เป็นเครื่องมือในการสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ เสริมภาพลักษณ์ “สาวสุดสตรอง” หรือ “สาวเซ็กซี่เสียงดี”


          บางวันเธอลุกขึ้นมาไลฟ์สดจากเตียงนอน พูดคุยกับแฟนคลับกลางดึก ไม่สนใจเรื่องนมหกนมหล่น หรือการทะเลาะแยกทางกับแฟนเก่า และเปิดตัวแฟนใหม่ สาวโคราชคนนี้ ไม่มีปิดบัง ไม่มีเหนียมอาย ทำเปิดเผย จนบางคนรู้สึกไม่แฮปปี้กับลุคใหม่ของเธอ 


          เมื่อเจอหน้านักข่าว ก็เจอคำถามเรื่องเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทำนองไม่รักษาภาพลักษณ์นักร้องเบอร์หนึ่งของค่ายแกรมมี่ ตั๊กแตนตอบชัด ยืนยันการเปลี่ยนลุคเป็น “สาวเซ็กซี่” ต้นสังกัดไม่ได้สั่ง แต่เป็นเพราะความชอบส่วนตัวของตัวเอง ที่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว


          สิ่งที่ตั๊กแตนบอกกับนักข่าว ใช่เลย! เป็นการสร้างแบรนด์ให้ชัดเจนหรือ Personal Branding

 

 

ไม่ง้อค่าย?สายสตรอง "ตั๊กแตน"ปั้นแบรนด์ตัวเอง

 


          ตั๊กแตนกำลังทำให้ผู้คนจดจำเธอในแบบของสาวสตรอง จริงใจไม่กะล่อน สาวเสียงดี เซ็กซี่แต่ไม่มั่ว ไม่ใช่สาวบ้านบ้าน นั่งพับเพียบเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้


          โลกเปลี่ยน นักร้องเปลี่ยน คนฟังเปลี่ยน...แต่ผู้บริหารค่ายเพลงบางสำนักไม่ยอมเปลี่ยน ย่อมจะถูกคลื่นลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดหายไปในที่สุด