"ทนายสงกานต์-อัจฉริยะ-อาม" เคลียร์มหากาพย์ไหทองคำ

"ทนายสงกานต์-อัจฉริยะ" อุ้ม "อาม ชุติมา" ซัด "ประจักษ์ชัย" ปากแบบนี้ต้องจัด!

         จากกรณี “อาม ชุติมา” นักร้องลูกทุ่งสาวอินดี้ ผู้แต่งและขับร้องเพลงอดีตเคยพัง และแต่เพลงผู้สาวขาเลาะ ประกาศแยกทางกับค่ายไหทองคำเรคคอร์ด ทั้งที่ยังเหลือสัญญา และถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์นักแสดงคาเวที 2 ครั้งซ้อน ล่าสุด “นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไลฟ์สด “เปิดปมไขสัญญาทาสไม่เป็นธรรมเอาเปรียบน้อง อาม ชุติมา” โดยบอกว่า วันนี้จะมาฉีกสัญญาทาสที่ไม่เป็นธรรมในการเอาเปรียบ น้องอาม ชุติมา สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาทาส และจะขอช่วยเหลือน้องอามให้ถึงที่สุด ในขณะที่ “นายห้างประจักษ์ชัย” ก็ซัดเดือด ไลฟ์สดระบุเรื่องนี้มีบ่าง และผลประโยชน์

          ล่าสุดรายการ "โหนกระแส" วันที่ 26 ต.ค.ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม" กรรชัย กำเนิดพลอย ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “อาม ชุติมา” รวมทั้ง “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” และ “ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์” ซึ่งเข้ามาโดดอุ้มนักร้องชื่อดัง ประกาศฉีกสัญญาทาส

"ทนายสงกานต์-อัจฉริยะ-อาม" เคลียร์มหากาพย์ไหทองคำ

น้องอามถูกจับเป็นยังไงบ้าง?

อาม : “วันนั้นที่สระแก้ว วังน้ำเย็น หนูไปร้องเพลงตามปกติ ตอนร้องเพลงเสร็จ ลงมาจะไปถ่ายรูปกับแฟนคลับ เจอเจ้าหน้าที่มายืนล้อม มีตำรวจ เขาบอกว่าเป็นตัวแทนของค่ายไหทองคำ ขอเชิญไปโรงพัก วันนั้นร้องเพลงอดีตเคยพัง เพลงของหนู หนูก็ร้อง”

เขาอ้างว่าจับเพราะคุณเป็นศิลปินของค่าย?

อาม : “ไม่ค่ะ เขาบอกเลยว่ามาจับเพราะร้องอดีตเคยพัง”

แต่เขาบอกว่าไม่เกี่ยว เขาจับเพราะอามเป็นศิลปินค่ายเขา แล้วมาร้องโดยไม่บอกก็เลยต้องจับ?

อาม : “ไม่ใช่ค่ะ”

เห็นบอกมีครั้งที่สอง?

อาม : “วังสามหมอ เหมือนเดิมค่ะ วันนั้นมีคนโทรมาบอกว่าจะมีคนมาเหมือนเดิม วันนั้นก็ร้องแบบระแวง วันนั้นไม่ได้ร้องอดีตเคยพัง เขามาเชิญหนูเหมือนเดิม เชิญไปคุย เหมือนบอกว่าให้มาคุยกับทางค่าย เหมือนลงบันทึกประจำวัน ว่าวันที่ 22 เราคุยกัน เหมือนไปเจรจา ประมาณนั้น”

ตอนนั้นอามเซ็นสัญญากับค่ายไหทองคำกี่ปี?

อาม : “5 ปีค่ะ ในสัญญาบอกว่าต้องจัดสรรปันส่วน 70-30 เราได้ 70 เขาได้ 30 แต่เราร้องเพลงปกติได้ 5 พัน”

ทราบมั้ยว่าเวลาเขาจ้างงาน เขาจ้างเท่าไหร่?

 อาม : “เมื่อก่อนไม่ทราบว่าได้เท่าไหร่ ตอนนี้ทราบแล้วว่า 5 หมื่น”

5 หมื่นให้หนู 5 พัน?

อาม : “ช่วงได้ 5 หมื่น หนูได้ 1 หมื่นค่ะ แต่ก่อนหน้านั้น 3 หมื่นหนูได้ 5 พัน”

มันก็ไม่ใช่ 70-30 ก็ถือไม่เป็นธรรม แล้วยูทูป?

อาม : “ไม่เคยได้ค่ะ เขาเคยบอกจะให้ ในสัญญามีระบุค่ะ”

"ทนายสงกานต์-อัจฉริยะ-อาม" เคลียร์มหากาพย์ไหทองคำ

หลังถูกจับสองครั้ง นอนเลียแผลเลย เสียใจมาก ได้ติดต่อมั้ย?

อาม : “ตอนนั้นมีทางค่ายนายพลเหมือนมาคุยให้ที่วังน้ำเย็นก็มาช่วย”

หนูไปเซ็นสัญญากับค่ายนายพลมั้ย?

อาม : “เขาบอกว่าเซ็นเพื่อกันไม่ให้ตำรวจเจ้าหน้าที่ไปจับ เป็นค่ายที่นายห้างไหทองคำ ไปมีสัญญากับค่ายนายพล”

เอาไหทองคำมาจับหนู แล้วเอาค่ายนายพลเข้าไปโอบอุ้ม แล้วให้เซ็นสัญญาค่ายนายพล เพื่อกันไหทองคำ หนูไปตกอยู่ค่ายนายพลอย่างนั้นเหรอ?

อาม : “ตอนนั้นเขาไม่ได้อธิบาย คุยกันก็รอตี 1 ตี 2 ก็ตกใจ ความตกใจ และหนูไม่เคยขึ้นโรงพัก”

หนึ่งมีสัญญากับค่ายไหทองคำ 5 ปียังไม่หมด ถูกจับไป หลังจากนั้นมีค่ายนายพล ซึ่งเป็นค่ายพี่น้องกับไหทองคำมาอุ้มหนู ให้เซ็นสัญญาเพิ่มอยู่ในค่ายนายพล ก็ตรงกับทางคุณประจักษ์ชัยออกข่าวไป ว่าหนูเซ็นสัญญาค่ายนายพลตลอดชีวิต รู้มั้ย?

อาม : “ในที่เขียนไม่มีคำว่าตลอดชีวิตค่ะ ตามสัญญาระบุไว้ว่า 2 ปี 7 เดือน ที่ติดจากไหทองคำก็โอนมาประมาณนี้”

คุณประจักษ์ชัยบอกว่าหนูโอนสิทธิ์ให้ค่ายนายพลดูแล แล้วไม่ได้อ่านอะไรเลย เรียนหนังสือบ้างนะ สัญญาแค่หน้าเดียวเอง ถ้าหนังจีนผูกคอตายไปแล้ว รู้มั้ยเขาพูดแบบนี้?

อาม : “ก็เขาเป็นคนให้หนูเลิกเรียน แต่หนูก็ยังเรียนอยู่”

ล่าสุดกรวดน้ำให้ใครหรือเปล่า?

อาม : “กรวดให้เจ้ากรรมนายเวรค่ะ วันนี้หนูขอประกาศอิสรภาพ เป็นไท ไม่ได้อยู่ค่ายไหทองคำแล้ว ค่ายนายพลก็ไม่ได้อยู่”

แม่ล่ะครับ?

แม่ : “เราโดนหลอกล่ะค่ะ เพราะเราไม่รู้เรื่องกฎหมาย ตอนนั้นตีสองเราตกใจ เขาหลอกให้เซ็น เราก็เซ็น นี่คือความจริงค่ะ”

มารู้ภายหลังว่าประจักษ์ชัยมีส่วนในค่ายนายพลเหรอ?

อาม : “ก็วันนั้นทนายที่มา เขาบอกว่าเป็นทนายมาจากไหทองคำ เขาอธิบายให้ฟังว่าถ้าอยากหลุดพ้นจากตรงนี้ มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งช่วยได้ คือนายห้างนายพล เขาก็เอาเบอร์ให้ติดต่อ ให้ท่านช่วย”

เรารู้ได้ยังไงว่าประจักษ์ชัยกับเจ้าของค่ายนายพล มีความสัมพันธ์กัน?

อาม : “นายห้างนายพลบอกค่ะ บอกว่านายห้างไหทองคำติดสัญญากับนายห้างนายพล เขาบอกว่าถึงหนูไม่โอนมา ยังไงหนูและน้องๆ ทุกคนก็ต้องเป็นของนายห้างนายพลอยู่ดี”

"ทนายสงกานต์-อัจฉริยะ-อาม" เคลียร์มหากาพย์ไหทองคำ

ในมุมค่ายนายพล ที่ไปเซ็นใหม่ ถือเป็นโมฆะ?

อัจฉริยะ : “ก็เหมือนฉ้อฉล ขู่บังคับให้เซ็น”

สัญญาในค่ายไหทองคำที่ค้างอยู่ จบ ฉีกแน่นอน สัญญาฉบับใหม่ค่ายนายพล ก็เป็นโมฆะ?

อัจฉริยะ : “โมฆะอยู่แล้ว บังคับขู่เข็นให้ทำตอนตีสอง”

สัญญาเพลง ผู้สาวขาเลาะ ภาพเก่า และอดีตเคยพัง?

อัจฉริยะ : “เป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรม หมื่นเดียว คุณกอบโกยผลประโยชน์เท่าไหร่”

อีกมุม ถ้าเขาอ้างว่าอามชนะเรื่องนี้ เป็นบรรทัดฐานใหม่ ทำให้ค่ายต้องคืนเพลงให้คนแต่งเพลง?

อัจฉริยะ : “ไม่ใช่ ต้องเข้าใจว่าคนละแบบกัน เวลาเขาจะซื้อลิขสิทธิ์เพลง เขาจะระบุเลยว่า คำร้อง ทำนอง เนื้อเพลง ผู้เรียบเรียง ไม่ใช่อย่างนี้ที่เซ็น เหมาเข่งเลยว่าเพลงนี้ทุกอย่างต้องเป็นของฉันหมด ไม่ใช่”

สัญญาโอนลิขสิทธิ์ ผู้สาวขาเลาะ 1 หมื่น เซ็นในวันที่ 20 ม.ค. ปี 2560 สัญญาฉบับต่อไป อดีตเคยพัง ทำสัญญา 20 ม.ค. 2560 เพลงที่สามภาพเก่า ก็ทำสัญญาในวันที่ 20 ม.ค. 2560 ทำที่บ้านโคกสว่างหมดเลย แต่งเพลงเก่งถึงขนาดทำสามเพลงพร้อมกันเลยเหรอ?

อาม : “คือที่เขาบอกว่าเพลงซื้อมาก่อนไม่รู้ว่าเพลงจะดังหรือไม่ดัง อันนี้ไม่ใช่นะคะ อันนี้ปล่อยยูทูปแล้วค่อยมาเซ็น เขาบอกว่ากันคนอื่นแอบอ้าง ด้วยความไม่เข้าใจ หนูกลัวคนมาแอบอ้างเพลงหนู”

เป็นการทำสัญญาย้อนหลัง?

อัจฉริยะ : “เพลงน้องอามที่ผมไปตรวจสอบมา ลงตั้งแต่ 59 แล้ว จนคนนิยมแล้ว นายห้างจับน้องเซ็นลิขสิทธิ์ น้องเขาจะรู้ได้ไง น้องเขาไม่มีวุฒิภาวะ แล้วโดยปกติ ผู้เยาว์เขาไม่ทำสัญญากันอยู่แล้ว แล้วแม่อ่านหนังสือยังไม่ออกเลย”

ตรงกับคำที่เขาพูดว่าเรียนหนังสือหรือเปล่า?

อัจฉริยะ : “ไม่ใช่ เรียนไม่เรียนมันไม่เกี่ยว แต่อันนี้เป็นเรื่องกฎหมาย กฎหมายลิขสิทธิ์ แม่ยังอ่านไม่ออกเลย น้องตอนเซ็นสัญญา ม.3 ม. 4 เอง แล้วถามว่าเขาจะรู้มั้ยภาษากฎหมายเรื่องลิขสิทธิ์ เดี๋ยวไปสู้กันในทรัพย์สินทางปัญญา”

ห็นบอกว่าจะไปยึดทรัพย์เขา?

อัจฉริยะ : “นายทุนคนนี้ไปจ้างเขาทำหนังผู้สาวขาเลาะที่ขอนแก่น เขาทวงตังค์แล้วไม่จ่าย เขาไปฟ้องศาล ตอนนี้ศาลตัดสินถึงที่สุดแล้วเขาเลยมามอบอำนาจให้ผมไปบังคับคดี เพื่อยึดทรัพย์นายทุนคนนี้ให้มาใช้หนี้ตามคำพิพากษาของศาล ผมก็ต้องทำ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าผมจะไปยึดโฉนด ยึดอะไรเขา ยึดทรัพย์หมด ตามคำพิพากษาศาลสูงสุด”

คุณจะให้สรรพากรไปตรวจอะไรเขาอีก?

อัจฉริยะ : “เดี๋ยววันที่ 29 ไม่เกินบ่ายสองโมง ผมจะไปยื่นอธิบดีสรรพากร ตรวจสอบภาษีย้อนหลังเขา เพราะบริษัทเขาเพิ่งตั้งต้นปี 61 กอบโกยจากลำไย อาม เท่าไหร่ เสียภาษีมั้ย ผมก็เป็นพลเมืองดี ผมแบบนี้แหละ ชอบเสือก ผมไปยื่นอธิบดีสรรพากรให้ไปตรวจสอบหน่อย ปีที่แล้วผมยื่นอธิบดีสรรพากรได้ไปสองพันล้าน”

"ทนายสงกานต์-อัจฉริยะ-อาม" เคลียร์มหากาพย์ไหทองคำ

อามได้พูดคุยกับลำไยบ้างมั้ย?

อาม : “ตั้งแต่เป็นข่าวไม่ได้คุยกันเลย ก่อนหน้านี้คุยก่อนที่หนูโดนจับ หลังถูกจับเขาไม่ได้ส่งอะไรมา”

เรื่องนี้ทำให้คนที่รักกันสองคน?

อัจฉริยะ : “ไม่ใช่ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับลำไย เป็นเรื่องสัญญาทาสที่ไม่เป็นธรรมต่อน้องและครอบครัว ที่เขาอยากเลิกทาสอยากอิสระ ในการไปประกอบอาชีพ ความฝันน้องและครอบครัว หาเงินมาเลี้ยงครอบครัวเขา”

แล้วที่พี่อัจบอกว่าต่อไปนี้ถ้าเขาไปร้องที่ไหนแล้วตำรวจมาจับ จะดำเนินคดีตำรวจ?

อัจฉริยะ : “ก็ถามว่าตั้งแต่ผมมาดูแลน้องเขากับพี่สงกานต์ เคยโดนจับมั้ย”

อาม : “ไม่เคยค่ะ”

อัจฉริยะ : “ก็บอกเลยว่าอย่าไปร้องเพลงเขาก่อน เพื่อตัดปัญหา นายทุนก็ทำอะไรเราไม่ได้แล้ว”

ทนายสงกานต์เป็นอีกคนที่เข้ามาดูแลช่วยเหลือน้องอาม?

ทนายสงกานต์ : “สืบเนื่องจากวันที่ 18 มิ.ย น้องกับแม่แล้วก็ครอบครัวไปร้องผมที่สภา มีประชุมกรรมการปฎิรูป เราก็บอกผ่านสื่อว่าถ้าเป็นไปได้ อยากให้ตัวนายห้างมาเคลียร์กับน้อง จนกระทั่งระยะนึงเขาก็เฉย ต่อมาเรามีหนังสือแจ้งเลิกสัญญาไป ประมาณ 3 ก.ค. เขาก็ตอบกลับมา ลักษณะโต้แย้ง เราก็ไม่เป็นไร เราก็บอกน้องอามกับตัวแม่ จะดำเนินการอย่างไร แล้วอยู่ๆ มาดูข่าวไปจับเขาได้ยังไง ความโชคดีของน้องอาม ที่พี่อัจเข้ามาช่วย เขาถูกรังแกยังไง สิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงพัก เรื่องนี้ทุกคนช่วยด้วยใจ บ่างไม่มี เขามีการไปไลฟ์สด พวกบ่างพวกผลประโยชน์ทั้งหลาย ต้องถามตัวเขาเอง ว่าสิ่งที่คุณออกมาพูด เราไม่ได้คิดเรื่องผลประโยชน์ ไม่มีเรื่องเงินในสมอง”

มีทนายบางท่านมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการรวมหัวกันหรือเปล่าระหว่างน้องอามและคุณประจักษ์ชัย?

ทนายสงกานต์ : “ได้ยิน และต้องกลับไปย้อนคิดว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องยังไง สำนึกสำคัญนะ ไม่มีใครคิดที่จะออกมาดำเนินคดีกัน ไม่มีใครคิดมาเตี๊ยมกัน จริงๆ แล้วผิดหวังนะ”

อัจฉริยะ : “จะเป็นนกสองหัว (หัวเราะ)”

ทนายสงกานต์ : “อยากให้มองพร้อมกัน นี่อายุน้อยกว่าลูกผม เด็กถูกกระทำแบบนี้ แม่เป็นแบบี้ แล้วคำว่าสัญญาสำเร็จรูป คุณจัดทำมาเรียบร้อยแล้ว ให้เขา แม่ ลงชื่อ แล้วเขาจะไปรู้อะไร บางทีนักกฎหมายยังไม่รู้เลย เราอยากนำคดีนี้ขึ้นสู่ศาล ให้มาอธิบายให้น้องรู้ว่ารายรับมีอะไร ชี้แจงให้สังคมรู้”

อัจฉริยะ : “เอาบัญชีมาชี้แจงสิ เอายอดมาดูเลย ว่าแต่ละงานน้องเขาได้เท่าไหร่ แบบัญชีไปเลย เชิญสื่อมวลชนมาทำข่าวเลย”

แต่คุณประจักษ์ชัยบอกว่าน้องรู้ทุกครั้งว่าได้ค่าตัวเท่าไหร่?

อาม : “หนูไม่รู้ค่ะ ผู้จัดเป็นใครหนูยังไม่รู้เลย”

ลำไยได้ค่าตัวเป็นแสน หนูยังไม่รู้เลย?

แม่ : “แม่ก็ยังไม่รู้เลยค่ะ”

ตกใจมั้ยตอนที่รู้?

อาม : “ไม่ตกใจค่ะ แต่ก็เหวอนิดๆ”

ทนายสงกานต์ : “เห็นบอกว่ามีการโอนเงินให้น้อง ให้แม่ ให้ครอบครัว จริงมั้ย”

อาม : “มีแค่ที่ให้ข่าวไปค่ะ”

โอนไปดาวน์รถ ทำบ้าน มีซื้อทองด้วยมั้ย?

แม่ : “ไม่มีค่ะ แต่ให้เงินมาดาวน์รถ 1 คัน 1 แสน ต่อเติมบ้าน 8 หมื่น ทำรั้ว 5 หมื่น”

"ทนายสงกานต์-อัจฉริยะ-อาม" เคลียร์มหากาพย์ไหทองคำ

นายห้างเขาบอกว่าเขามาแล้วสะเทือนใจ เป็นศิษย์อาจารย์กันมา เขาร้องไห้?

ทนายสงกานต์ : “สงสัยว่าร้องอย่างไร ตกใจ (หัวเราะ)”

อาม : “ร้องไห้ทำไมคะ เขาเป็นคนให้ตำรวจไปจับหนูแล้วเขาจะมาร้องไห้ทำไม”

ทนายสงกานต์ : “วันนั้นที่น้องอามไปร้องที่วังน้ำเย็น มีคนไปแสดงตัวเป็นตำรวจ แล้วไปเอาตัวจากเวทีไปโรงพัก แล้วบอกว่าถ้าไม่ลงชื่อในบันทึกประจำวันจะติดคุก”

อาม : “ค่ะ ถ้าหนูไม่เซ็นตอนนั้น หนูติดคุก”

ทนายสงกานต์ : “แล้วใครเขาทำกันสัญญาตอนกลางคืน แล้วบังเอิญมาพอดีได้ยังไง บังเอิญไปโรงพักวังสามหมอได้ยังไง แปลกมั้ย เกิดมาไม่เคยเห็น ไปลงประจำวันเกี่ยวกับคดี แล้วไปทำสัญญาข้อตกลง”

เขาบอกหนูอกตัญญู เห็นมั้ยที่เขาเขียน?

อาม : “เห็นค่ะ เนรคุณบ้าง ตอนอยู่ด้วยกันก็พูดแบบนี้ตลอด หนูได้ยินบ่อย”

เขาให้ข่าวนักข่าว เขาบอกว่ายืนยันเขาทำตามหลักกฎหมาย ยกตัวอย่าง วันหนึ่งผมเดือดร้อนขายที่นา 1 แสน แล้ววันหนึ่งแสนบาท พอมีอาชีพมั่นคง จะไปขอซื้อที่ดินกลับเขาไม่คืน เพราะนิติกรรมสมบูรณ์แล้ว เรื่องผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่ามโน เรื่องภาษีผมจ่าย ถ้าไม่เจ๋งจริง ไม่ตั้งบริษัทเสียภาษี บ้าหรือเปล่า อย่ามามโน ให้ดูกันไปก่อน และคำที่เจ็บปวด เขาบอกว่าตัวคุณเอง บุญคุณ คุณธรรม จิตสำนึก มโนธรรม วันนี้เกินกว่าเด็ก เด็กอะไรมายืนกรวดน้ำให้กับคนที่ซื้อรองเท้าคู่แรกให้ คู่ที่ใส่ไปหาทนายผมก็ซื้อให้ ยกเว้นกางเกงใน ชุดชั้นในที่ไม่ซื้อให้ เพราะไม่รู้ไซส์ ไม่ได้เป็นเมียน้อยผม และผมก็ไม่มีเมียน้อย?

ทนายสงกานต์ : “วันนั้นที่กรวดน้ำไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลย เขากรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร แล้วคือใครเขายังไม่รู้เลย อันที่สอง