"เจ็ท ลี"เผยเหตุผลคาดไม่ถึงเมินรับเล่นหนัง"เดอะเมทริกซ"

ช่วงที่อาชีพการแสดงกำลังรุ่งโรจน์ แต่ดารานักกังฟูอย่างเจ็ท ลี กลับปฏิเสธบทหนังทำเงินเดอะเมทริกซ์ 


                    หลี่ เหลียนเจี๋ย หรือ เจ็ท ลี นักแสดงจอมบู๊ชาวจีน ให้สัมภาษณ์รายการทอล์คโชว์ในจีนเมื่อไม่นานมานี้ตอนหนึ่งเผยว่า เขาเคยได้รับการเสนอให้เล่นบท “เซอร์เรฟ” เทพพยากรณ์ในภาพยนตร์ไซ-ไฟคลาสสิก “The Matrix” ภาคต่อ “The Matrix Reloaded”และ “The Matrix Revolutions แต่ตัดสินใจปฏิเสธ 
 

                   เหตุผลที่ตัดสินใจบอกผ่าน เพราะวิตกว่า ท่วงท่าศิลปะกังฟูของเขาสุดท้ายแล้วจะกลายเป็นสมบัติของผู้ผลิตหนัง และมีความเป็นไปได้ที่จะถูกรีไซเคิลใส่ในภาพยนตร์เรื่องอื่นในอนาคต  

 

( Collin Chou นักแสดงที่มารับบทแทนเจ็ท ลี ใน Matrix Reloaded ) 


                    “ฝ่ายอเมริกันต้องการให้ผมถ่ายทำภาพยนตร์ 3 เดือน แต่อยู่กับทีมงานรวม 9 เดือน โดย 6 เดือน พวกเขาต้องการบันทึกและก็อปปีการแสดงของผมเก็บห้องสมุดดิจิทัล ท้ายที่สุด ลิขสิทธิ์การแสดงเหล่านั้นจะตกเป็นของพวกเขา” 


                    เจ็ท ลี ไม่เห็นด้วยที่ทักษะต่างๆที่เขาฝึกฝนพัฒนามาตลอดชีวิต จะกลายเป็นลิขสิทธิ์ทางปัญญาของใครบางคนตลอดไป  
                    ในช่วงที่อาชีพนักแสดงรุ่งโรจน์สุดขีด เจ็ท ลี ยังได้ปฏิเสธรับเล่นหนัง Crouching Tiger Hidden Dragon (2543) ของอั้ง ลี ผู้กำกับออสการ์ชาวไต้หวัน เพราะสัญญากับภรรยาไว้ว่าจะหยุดรับงานระหว่างที่เธอตั้งครรภ์ลูกคนแรก  

 

 

                    เขายอมรับว่าต้องคิดหนักในการละทิ้งโอกาสดีๆหลายอย่างในช่วงเวลานั้น แต่ต่อมาก็ละวางการแสวงหาชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติ จึงทำให้ได้เห็นนักแสดงค่าตัว 100 ล้านหยวน มารับเล่นเป็นพ่อของหนุ่มออทิสติก ในหนังดรามาจีน-ฮ่องกง เรื่อง Ocean Heaven (2553 ) โดยรับค่าตัวเพียง 1 หยวน และในช่วงหลายปีมานี้ก็หันไปทุ่มเทกับงานการกุศลมากขึ้น เจ็ทลีก่อตั้ง วัน ฟาวน์เดชัน ในปี 2550 มุ่งช่วยเหลือสังคมด้านบรรเทาภัยพิบัติ สวัสดิภาพเด็ก และสนับสนุนองค์กรการกุศลรากหญ้า 


                    ส่วนในด้านการแสดง ดาราวัย 55 ปี จะกลับมาให้แฟนหายคิดถึงอีกครั้งกับภาพยนตร์เรื่อง Mulan ที่ค่ายดิสนีย์นำมาสร้างใหม่ โดยตอนแรก เขาปฏิเสธเช่นกัน เพราะไม่พอใจกับบทหนังและค่าตอบแทน 


                    แต่ เจดา ลูกสาววัย 15 ปี ถามว่าพ่อไม่มีเงินหรือ เขาตอบว่าไม่ใช่ ลูกสาวกล่าวว่า พอบริษัทอย่างดิสนีย์อยากสร้างหนังเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีน แล้วทำไมไม่ยอมเล่น ขณะที่เจน พี่สาวของเจดา ก็เห็นด้วยกับน้อง พ่อจึงตกลงรับบทเป็นจักรพรรดิ์จีนในหนังที่จะลงโรงในอีก 2 ปีข้างหน้า 

 

ที่มา Nextshak /AsiaOne