คุยกับ 'เจอร์ราร์ด บัตเลอร์'

คุยกับ "เจอร์ราร์ด บัตเลอร์" เดินเรือจริงกับกองทัพฯ ทุ่มรับบทกัปตัน ผู้กุมอนาคตชี้ชะตาสงครามโลกครั้งที่ 3 ใน Hunter Killer

         เจอร์ราร์ด บัตเลอร์ ถือเป็นหนังแสดงแนวแอคชั่นซุปเปอร์สตาร์อีกคนหนึ่งของวงการ หลังจากแจ้งเกิดในบท ลีโอไนดัส ราชันย์สปาร์ต้าใน 300 หรือ การเป็นบอร์ดี้การ์ดให้ประธานาธิบดีใน Olympus Has Fallen และ London Has Fallen ไปจนถึง นิค โอ’บรีน ตำรวจแอลเอสุดแสบจาก Den of Thieves 

(ตัวอย่างภาพยนตร์)

คุยกับ 'เจอร์ราร์ด บัตเลอร์'

           ผลงานล่าสุดของเขาคือ Hunter Killer กับบทบาท  กัปตัน โจ กลาส (เจอร์ราร์ด บัตเลอร์) กัปตันเรือดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐที่กำลังออกภารกิจตามหาเรือดำน้ำที่สูญหาย ได้บังเอิญค้นพบข้อมูลลับว่ากำลังจะเกิดการรัฐประหารขึ้นในรัสเซียที่อาจจะเป็นตัวก่อจุดชนวนความขัดแย้งระดับโลก เมื่อชีวิตลูกเรือและชะตากรรมของประเทศแขวนอยู่บนเส้นด้าย กัปตันกลาสต้องนำเรือดำน้ำแล่นผ่านน่านน้ำของศัตรูและขอความช่วยเหลือจากหน่วยซีลมือพระกาฬเพื่อบุกชิงตัวประธานาธิบดีรัสเซียกลับมาเพราะถูกจับเป็นเชลย หลังจากเกิดการรัฐประหารมีผู้นำคืออดีตนายพลรัสเซียที่แปรพักตร์เพื่อหวังจะจุดชนวนสงครามโลกครั้งที่สาม นอกจากเขาแล้วยังร่วมแสดงด้วย แกรี่ โอลด์แมน (Darkest Hour) และ คอมมอน (John Wick: Chapter 2)

         โดย เจอร์ราร์ด บัตเลอร์  ได้กล่าวถึงเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจร่วมแสดงในเรื่องนี้ว่า

         "ตอนที่ผมได้อ่านบทเรื่องนี้เมื่อไม่กี่ปีก่อน ผมชอบมันทันที มันคือเรื่องที่เต็มไปด้วยฉากแอคชั่นสุดมันส์ พล็อตที่เฉียบและตัวละครที่เต็มไปด้วยมิติ ทุกคนเป็นฮีโร่ในมุมที่ต่างกัน  ผมว่ามันน่าตื่นเต้นดีนะที่ได้นำหนังเขย่าขวัญมาปัดฝุ่นใหม่ให้คนดูยุคนี้ แม้ว่า Hunter Killer เป็นเหตุการณ์สมมุติ แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้ในโลกทุกวันนี้ซึ่งมีลงข่าวเกี่ยวกับเรือดำน้ำรัสเซียกับอเมริกาจ้องจะยิงกันทุกวัน และความพิเศษของเรื่องนี้คือมันเกิดใต้มหาสมุทรเราเลยไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของหนังเรา เรือดำน้ำสองลำไล่ล่ากันใต้มหาสมุทรที่นำไปสู่สงครามครั้งใหม่ ผมคิดว่าคนดูต้องตื่นเต้น สนุกไปกับมัน"

คุยกับ 'เจอร์ราร์ด บัตเลอร์'

 

ในเรื่องนี้คุณรับบทเป็น กัปตัน โจ กลาส สำหรับคุณแล้วมันถือเป็นการผลิกบทบาทไปเลยไหม?

         บัตเลอร์ : คุณจะว่างั้นก็ได้เพราะ เพราะบทที่ผ่านมาของผมอย่าง ลีไอไนดัส หรือ ไมค์ แบนนิ่ง มักจะเป็นพวกออกลีลาบู๊มากกว่าวางแผน แต่กับบทโจ กลาส เขาเป็นกัปตันที่รับผิดชอบชีวิตคนมากมาย สิ่งที่ทำให้ผมสนใจในตัวกลาสก็เพราะเขาต้องตัดสินใจที่จะส่งผลกับโลกไปอีกเป็นร้อยปี เพราะมันอาจจะเป็นการเริ่มสงครามโลกครั้งที่ 3 เขาต้องเผชิญกับการเดิมพันครั้งมโหฬาร แปลง่ายๆ ว่าเขาต้องใช้สมองมากกว่าทุกบทที่ผมเคยเล่นมาเลยล่ะ

 คุยกับ 'เจอร์ราร์ด บัตเลอร์'

คุณเตรียมตัวเพื่อรับบทนี้อย่างไรบ้าง

         บัตเลอร์ : เราติดต่อกับกระทรวงความมั่นคงและกองทัพเรือเพื่อขอความอนุเคราะห์ตั้งแต่เริ่ม เราซาบซึ้งกับสิ่งที่พวกเขาให้เรามาก เราได้มีโอกาสได้ขึ้นเรือดำน้ำของจริงก่อนจะเปิดกล้อง ผมกับ โดโนแวน มาร์ช (ผู้กำกับ) เดินทางไปที่ เพิร์ล ฮาเบอร์ เพื่อออกทะเลไปกับลูกเรือของเรือดำน้ำชั้นเวอร์จิเนีย คลาส ที่คล้ายกับ ยูเอสเอส อาร์คันซอ ชื่อเรือของเราในเรื่อง เป็นเวลา 3 วัน ประสบการณ์ที่ได้รับมันเปิดตาผมเลยจริงๆ ผมกับโดโนแวนได้ลองแสดงฉากในเรื่องกับลูกเรือตัวจริง พอเรากลับมาเข้าฉาก เราเอาความสมจริงที่เราได้เห็นมาใช้ในการทำงาน นอกจากนั้นเราได้ช่างเทคนิคของกองทัพเรือเป็นที่ปรึกษาที่กองตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าเราจำลองเรือดำน้ำออกมาได้ครบทุกรายละเอียดไม่เว้นแต่กระทั่งปุ่มบนหน้าแผงควบคุม

คุยกับ 'เจอร์ราร์ด บัตเลอร์'
 

ช่วยเล่าประสบการณ์ที่คุณเจอมาในเรือให้เราฟังหน่อยได้ไหม แล้วคุณพอจะทราบไหมว่าทีมงานเอามาปรับใช้กับงานสร้างยังไงบ้าง?

         บัตเลอร์ :  คนที่ผมขอคำปรึกษาเขาช่วยผมได้มาก คนพวกนี้ซ้อมแล้ว ซ้อมอีก เพื่อที่เวลาเกิดเรื่องพวกเขาจะได้โต้ตอบได้ทันท่วงที ทุกอย่างเป็นไปอัตโนมัติเพราะเวลาที่น้ำทะเลเย็นยะเยือกไหลเข้ามา คาร์บอนไดอ็อกไซด์เริ่มก่อตัว ควันเต็มเรือไปหมดและคุณรู้ว่าเรือกำลังจะจม คุณมีเวลาเสี้ยววินาทีให้ลงมือทำอะไร การเรียนรู้เรื่องพวกนี้เปิดตาผมเลยจริง ๆ คุณจะได้เห็นว่าการต้องใข้ชีวิตอยู่ในท่อเล็ก ๆ ใต้มหาสมุทรนี่มันอันตรายขนาดไหน อีกอย่างถ้าคุณอยู่ในเรือดำน้ำแล้วมันปักหัวลง 50 องศา ทุกอย่างมันจะเริ่มเอียงลง และถ้ามีอะไรที่ไม่ถูกยึดติดกับกำแพงไว้แล้วล่ะก็มันจะหล่นเละเทะไปหมด มันเป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและผมอยากให้ทุกคนได้สัมผัสมันเหมือนกับที่ผมเคยสัมผัสมาโดยที่ไม่ต้องลงไปใต้ทะเล การใช้วิธีดั้งเดิมแบบการทิลท์กล้องมันยังไม่สมจริงพอ เราสร้างทั้งฉากขึ้นมาบนเครื่องยกไฮดรอลิกส์เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวที่สมจริงไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ทุกคนพอใจกับผลที่ออกมา มันมอบความรู้สึกเหมือนทุกคนกำลังอยู่ใต้ทะเลลึกอยู่เลย

คุยกับ 'เจอร์ราร์ด บัตเลอร์'


ครั้งแรกที่คุณได้เห็นงานฉากคุณรู้สึกอย่างไรบ้าง เรารู้มาว่างานฉากของเรื่องนี้จะลบภาพจำของเรือดำน้ำในโลกภาพยนตร์ทั้งหมด
         บัตเลอร์ : ผมแทบไม่เชื่อเลยว่าเราสร้างมันขึ้นมา มันคือการจำลองเรือดำน้ำที่เราไปขึ้นกันมาที่เพิร์ลฮาเบอร์ มันแค่กว้างกว่านิดหน่อยเพื่อให้มีที่เคลื่อนกล้อง มันมีทั้งกล้องปริทัศน์ จอโซน่า ชาร์ตนำร่อง และแผงควบคุม มันเหมือนผมกลับไปที่นั่นอีกครั้งเลยหลาย ๆ ครั้งที่เราเห็นภายในของเรือดำน้ำในหนัง ทุกอย่างมันเงาไปหมด ไม่มีแม้แต่รอยฝุ่น แต่เรือดำน้ำที่ใช้งานของจริงมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สวยงาม มันคือเครื่องจักรสงคราม กองทัพเรืออัดเทคโนโลยีล้ำยุคเข้าไป แต่พวกเขาไม่สนหรอกว่ามันจะออกมาสวยหรือไม่ ถ้าคุณเข้าไปในเรือดำน้ำของจริงคุณจะรู้สึกเหมือนอยู่ในโรงงาน มีสายไฟโยงยาง มีอะไรก็ไม่รู้ถูกตอกติดกับกำแพงเต็มไปหมด

คุยกับ 'เจอร์ราร์ด บัตเลอร์'

ในหนังเรื่องนี้อัดแน่นไปด้วยดาราคุณภาพอย่างแกรี่ โอลด์แมน, คอมมอน, ลินดา คาร์เดลลินี่ แต่คนที่คุณต้องปะทะบทบาทโดยตรงคือ ไมเคิล นีควิสต์ ผู้ล่วงลับ การทำงานกับเขาเป็นอย่างไรบ้าง

         บัตเลอร์ :  ไมเคิลคือตำนาน เขารับบทเป็น กัปตันแอนโดรพอฟ คู่อริกับตัวละครของผม ผมว่าหนังเรื่องนี้ในบางมุมเหมือนเรื่องราวความรัก มิตรภาพ และความเคารพ ระหว่างสองกัปตันจากสองขั้วอำนาจของโลกพวกเขาเป็นศัตรู  แต่โดยส่วนตัวแล้วพวกเขามีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแบบที่คนอื่นไม่สามารถทำได้ พวกเขามองทะลุผ่านกฎข้อบังคับ ความขัดแย้ง แอนโดรพอฟเป็นทหารแก่แต่เก๋า ส่วนกลาสเป็นนายทหารหัวแข็งเล่นตามกฎ แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาเคารพกันและกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขับเคลื่อนหนังเรื่องนี้  ผมเรียนรู้จากความกล้าที่จะทดลองของไมเคิล เขาเหมือนวัยรุ่นตรงที่กล้าที่จะลองทุกสิ่ง เขากล้าหาญมาก ผมเห็นนักแสดงหนุ่มที่มาแคสต์บทลูกเรือได้แรงบันดาลใจจากเขา ผมรู้สึกมาตลอดว่าหัวใจหลักของเรื่อง คือ ความสัมพันธ์ระหว่างสองกัปตัน ซึ่งผมกับไมเคิลก็มีความสัมพันธ์กันแบบนั้นเช่นเดียวกัน

         เตรียมพร้อมจัดเต็มความมันส์แบบนันสต๊อบที่คอแอคชั่นไม่ควรพลาด! “HUNTER KILLER สงครามอเมริกาผ่ารัสเซีย” #HUNTER KILLER #สงครามอเมริกาผ่ารัสเซีย 25 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

คุยกับ 'เจอร์ราร์ด บัตเลอร์'