เบิดคำสิเว่า!"นกน้อย" ถังแตกอวสาน "เสียงอิสาน"?

ตลาดลูกทุ่งหมอลำเปลี่ยนไป มิตรหมอแคนแฟนหมอลำล้มหายตายจาก คนรุ่นใหม่นิยมฟังอินดี้อีสาน กระทบต่อยุทธจักรหมอลำ

 

          “นกน้อย อุไรพร” ยอมรับว่ามีหนี้มีสิน แต่จะไม่มีการแถลงข่าวจาก “เจ้าแม่หมอลำ” รอผู้ใหญ่ไกล่เกลี่ย พร้อมจะกลับมา ขอ “ที่ยืน” ให้วงเสียงอิสาน ในฤดูกาลใหม่

          จากข่าวกอสซิป “หมอลำถังแตก” ในสื่อออนไลน์ยักษ์ใหญ่ ทำเอาคนวงการลูกทุ่งสอบถามกันใหญ่ว่าเป็นใครกันแน่? สุดท้ายมีคำเฉลยผ่านพาดหัวข่าวสื่อหัวเขียว “นกน้อย เบี้ยวหนี้ ปิดเครื่องหนี ตร.จ่อเรียกสอบพระ 2 รูป” และ “นกน้อย อุไรพร สุดยอดหมอลำวงเสียงอิสาน อาจต้องปิดตำนานด้วยหนี้ก้อนโต”

          จากนั้นสื่อทุกสำนักต่างพุ่งไปที่บ้านเลขที่ 555 บ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี อันเป็นที่พักของ “แม่นกน้อย“ และ "อาทิดหลอด” แห่งอาณาจักรเสียงอิสาน แต่ไม่มีใครเจอตัวเจ้าของบ้าน

          ขณะที่ทีมงานเสียงอิสานได้ส่งสัญญาณผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊กว่า แม่นกน้อยไม่ได้หนีหน้าไปไหน และวันที่ 25 สิงหาคม จะออกมาแถลงข่าว แต่เมื่อตรวจสอบคนใกล้ชิดกลับพบว่าจะยังไม่มีการแถลงข่าวใดๆ

 

เบิดคำสิเว่า!"นกน้อย" ถังแตกอวสาน "เสียงอิสาน"?

 

          เหตุใดนกน้อยเป็นหนี้?

          เรื่องของเรื่องเกิดจากสุดารัตน์ ภูผานี เข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงแก่ อุไร ฉิมหลวง หรือ นกน้อย อุไรพร วัย 61 ปี โดยอ้างว่า เมื่อปี 2559 นกน้อยได้ยืมโฉนดที่ดิน 33 ไร่ มูลค่า 49 ล้านบาท ไปจำนองกับนายทุนเงินกู้นอกระบบในราคา 3.8 ล้านบาท เพื่อนำมาเปิดวงเดินสายแสดงแต่ผ่านมาหลายปีแล้ว ยังไม่ได้รับโฉนดคืน

          พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รองผู้กำกับสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกง ซึ่งเตรียมเรียกนายทุนเงินกู้นอกระบบและพระสงฆ์อีก 2 รูปมาสอบปากคำในฐานะพยานรู้เห็นและอยู่ในเหตุการณ์การกู้ยืมเงินในครั้งนี้ เพื่อจะได้รวบรวมหลักฐานว่าเข้าเป็นคดีอาญา หรือคดีแพ่ง

          อย่างไรก็ตามคู่กรณีรู้จักสนิทสนมกันดี พ.ต.ท.ผลิตอรัญ จึงอยากให้มาเจรจาไกล่เกลี่ยที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี

          ตำรวจยังต้องตรวจสอบว่าตั้งแต่กู้ยืมเงินมา นกน้อย อุไรพร ได้จ่ายหนี้พร้อมดอกเบี้ยไปครบแล้วหรือไม่ หรือหากจ่ายครบแล้วแต่นายทุนไม่ยอมคืนก็จะบังคับใช้กฎหมายปล่อยเงินกู้และคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนดเพื่อนำโฉนดมาคืนผู้เสียหาย

          ด้านสุดารัตน์ ได้บอกกับนักข่าวว่า นกน้อย อุไรพร ที่นำโฉนดที่ดินไปจำนอง ได้ผัดมาถึง 9 ครั้ง โดยไม่ไปไถ่ถอนโฉนดที่ดินคืนมาให้เธอ

          แม้นกน้อย อุไรพร ไม่เปิดปากพูดอะไรในเรื่องหนี้สิน แต่ “สัญญาลักษณ์ ดอนศรี” นักแต่งเพลงชื่อดังและสนิทสนมกับแม่นกน้อย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวอธิบายความแทนเจ้าแม่เสียงอิสาน 

          สรุปความว่า “49 ล้านที่จั่วหัวข่าว นี่คือราคาประเมินที่ดิน ไม่ใช่ยอดเงินที่นกน้อยเป็นหนี้หรือไปฉ้อโกงมาตามข่าว ความจริงเจ้าของที่นำโฉนดไปจำนองกับนายทุนนอกระบบได้เงินมา 3 ล้าน..แรกๆ คุณนกน้อยก็ชำระตามปกติ ต่อมาเงินขาดมือเลยผิดสัญญาการชำระเงินตามสัญญาที่ทำกันไว้”

 

เบิดคำสิเว่า!"นกน้อย" ถังแตกอวสาน "เสียงอิสาน"?

 

          ข้อมูลนี้ตรงกับปากคำของ “ปอยฝ้าย มาลัยพร” อดีตนักร้องดังประจำวงเสียงอิสานว่า “สุดารัตน์” เป็นแฟนคลับวงเสียงอิสาน ที่หวังช่วยแม่นกน้อย จึงมีการนำโฉนดที่ดินไปจำนอง แม่นกน้อยได้นำเงินส่วนหนึ่งมาใช้จ่ายในช่วงการลงทุนเปิดวงปีนั้น แต่หลังๆ เศรษฐกิจย่ำแย่ แม่นกน้อยคงขาดส่งงวด จึงมีการทวงถามหนี้กัน 

          ประเด็นหนี้สิน 3 ล้านบาท ไม่น่าจะใช้เรื่องใหญ่ของแม่นกน้อยและอาทิดหลอด แต่สิ่งที่น่าขยายความคือธุรกิจหมอลำได้ผ่านยุครุ่งเรืองไปแล้ว วงเสียงอิสานจะยืนอยู่อย่างไร?

          เสียงอิสานยุครุ่งเรือง

          นกน้อย อุไรพร หรือชื่อเดิมสกุลเดิม อุไร สีหะวงศ์ เกิดที่บ้านจอม ต.ยางชุมน้อย อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ เป็นศิลปินลูกทุ่งหมอลำ นกน้อยเริ่มต้นการเข้าสู่วงการบันเทิงโดยเข้าประกวดร้องเพลงที่สถานีวิทยุ เธอกวาดรางวัลชนะเลิศมาทุกเวที จากนั้น นพดล ดวงพร นำมาเป็นนักร้องประจำวงเพชรพิณทอง จนมีชื่อเสียง

          ปี 2518 นกน้อยลาออกจากวงเพชรพิณทอง มาสังกัดสำนักงานบ้านพักทัมใจ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของหมอลำกว่าร้อยคณะ ภายใต้การบริหารงานของ “อาทิดหลอด” หรือชื่อจริง มัยกิจ ฉิมหลวง ซึ่งตอนนั้นเป็นนักจัดรายการวิทยุที่ได้รับความนิยมสูงสุดของอุดรธานี

          แรกๆ นกน้อยยังเป็นนักร้องรับเชิญตามคณะหมอลำต่างๆ โดยมีอาทิดหลอดเป็นผู้ขับรถและประสานงานในทุกเรื่อง นกน้อยมีหน้าที่ขึ้นร้องเพลงอย่างเดียวเท่านั้น

          ต่อมาอาทิดหลอดจึงทุ่มทุนตั้งวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำ “เสียงอิสาน” ภายใต้การนำของนกน้อย อุไรพร เดินสายรับใช้แฟนทั่วภาคอีสาน แม้ระยะแรกยังไม่โด่งดังมากนัก แต่เมื่อนักร้องดังขึ้นมาวงเสียงอิสานก็ได้รับความนิยมสูงสุดช่วงระหว่างปี 2540-2553

 

เบิดคำสิเว่า!"นกน้อย" ถังแตกอวสาน "เสียงอิสาน"?

 

          ยุครุ่งเรืองของวงเสียงอิสาน นำทีมโดย นกน้อย อุไรพร, ลูกแพร-ไหมไทย อุไรพร และปอยฝ้าย มาลัยพร พร้อมด้วยทีมตลก นอกจากนั้นลำเรื่องต่อกลอนของคณะเสียงอิสาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮอยปานดำ, ฮอยปูนแดง และวงเวียนชีวิต ล้วนได้รับความนิยม

          วงเสียงอิสานได้รับการโจษขานว่ามีทีมงานมากกว่า 300 ชีวิต และรถราชนิดต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 30 คัน เวลายกวงแสดงที่ไหนไม่ต่างจากคาราวานอภิมหาหมอลำ

          เสียงอิสานยุคราโรย
          4-5 ปีหลัง ตลาดเพลงลูกทุ่งซบเซา ตลาดซีดี-วีซีดีตายสนิท ด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการสื่อสาร สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ได้ทำให้เกิดการพลิกผันในวงการเพลงลูกทุ่งและหมอลำ

          นักร้องแนว “อินดี้อีสาน” ที่เกิดจากเฟซบุ๊กและยูทูบได้เข้าแทนที่นักร้องหมอลำ คนจัดงานนิยมว่าจ้างนักร้องรุ่นใหม่ที่ค่าตัวไม่แพง คณะหมอลำเรื่องหรือวงลูกทุ่งหมอลำราคาหลักแสนขึ้นไป คนนิยมว่าจ้างน้อยลง

          ความยิ่งใหญ่ของเสียงอิสานด้านหนึ่งมาจากการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียง เวที ซึ่งบอบช้ำมาจากการทัวร์เดินสาย 8 เดือนเต็ม เมื่อเปิดฤดูกาลใหม่ (เดือนตุลาคมของทุกปี) ก็ต้องลงทุนใหม่ ใช้เงินไม่ต่ำกว่า 5-6 ล้านบาท รวมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย โดยใช้เงินสูงถึง 5 ล้านบาท แต่รายได้ของวงเสียงอิสาน กลับไม่ได้ดีเหมือนในอดีต

          นักร้องแม่เหล็กอย่างไหมไทย อุไรพร และปอยฝ้าย มาลัยพร แยกตัวออกไป ลูกแพร อุไรพร ก็เลิกรา ประกอบกับสปอนเซอร์หลักถอนตัว จึงทำให้วงเสียงอิสานในช่วง 2-3 ปีมานี้ อยู่ในภาวะประคองตัวให้อยู่รอด

          มีคนถามว่าทำไมแม่นกน้อยไม่วางมือ? เพราะลำพังชีวิตความเป็นอยู่ส่วนตัวก็อยู่ได้ไม่เดือดร้อน แถมไม่มีลูกเต้า แต่แม่นกน้อยยังห่วงทีมงานเกือบร้อยชีวิตที่ฝากผีฝากไข้อยู่กับวงเสียงอิสานมา 40 ปี หากเลิกวง คนเหล่านี้จะไปทำมาหากินอะไร

 

เบิดคำสิเว่า!"นกน้อย" ถังแตกอวสาน "เสียงอิสาน"?

          นกน้อย อุไรพร จึงฮึดสู้ ด้วยหวังจะทำให้วงเสียงอิสานกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม และยังไม่คิดจะวางมือให้ลูกน้องขึ้นมาคุมวงแทน เพราะคิดว่ายังสามารถคุมวง และทำการแสดงได้

          ละครชีวิตของนกน้อย อุไรพร ยังเดินหน้าต่อไป เพราะเธอตั้งมั่นว่าจะเล่นบท “นกปีกเหล็ก” ไปจนกว่าสองปีกของนกน้อยสิ้นแรงจะโบยบิน 

          ความพยายามฝืนบินท่ามกลางพายุการเปลี่ยนแปลงจึงมาสู่ข่าว “หมอลำถังแตก” ในวันนี้ และดูเหมือนว่ากระแสข่าวที่ถาโถมใส่ตัวเธอ จะกลายเป็นแรงกระตุ้นให้นกน้อยขอสู้ตายอีกสักยกทั้งที่ไม่สามารถคาดเดาอนาคตลูกทุ่งหมอลำได้