เปิดปมด้านมืดของ BNK48 เต็มไปด้วยความอิจฉา-ริษยา !!

"เอ๊ะ" พงศ์จักร พิษฐานพร หรือ เอ๊ะ ละอองฟอง เปิดเผยความลับของวง BNK48 กว่าจะดังเป็นพลุแตก ต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา ความอิจฉาริษยามาเต็มสูบ

          ในวันที่ความโด่งดังของสาวน้อยเกิร์ลกรุ๊ป 26  คนภายใต้ชื่อวงว่า BNK48  ประสบความสำเร็จอย่างสวยงามอย่างทุกวันนี้ มีกลุ่มแฟนคลับชายจำนวนมากที่พร้อมเดินทางไปปรากฏกายเคียงข้าง 26 สาว พร้อมส่งเสียงเชียร์ไอดอลที่ตัวเองชื่นชม  ซึ่งบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความดังเป็นพลุแตก ก็คือ  “เอ๊ะ” พงศ์จักร พิษฐานพรหรือ เอ๊ะ ละอองฟอง มิวสิคไดเร็คเตอร์   ที่บ่มเพาะเมล็ดพืชแห่งความหวังให้ฉายแววอยู่บนโลกแห่งเสียงเพลง “บันเทิง คมชัดลึก” ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ชายคนหนึ่งจึงขอยิงคำถามที่อาจดูดาร์กๆ ไปสักหน่อย  แต่มันอยู่บนโลกแห่งความจริง  

เปิดปมด้านมืดของ BNK48 เต็มไปด้วยความอิจฉา-ริษยา !!

เปิดปมด้านมืดของ BNK48 เต็มไปด้วยความอิจฉา-ริษยา !!

    ถามตรงๆ เลยว่าการที่เด็กผู้หญิงวัยรุ่น 26 คนมารวมกันแบบนี้เรื่องของความอิจฉา ริษยา มันต้องมีแน่นอน วิธีจัดการกับอารมณ์อย่างนี้ไรบ้าง

         "จะเหลือหรือ (ยิ้ม) มันมีหลายประเด็นนะ ประเด็นแรกมันมีมาตั้งแต่เริ่มแล้ว หลายคนบอกว่าเราเป็นแค่ครูสอนร้องเพลง สอนเต้น จริงๆ มันไม่ใช่แค่นั้นนะ เราคือศูนย์รวมใจของเด็ก คือเข้าใจไหมว่าเด็กเคว้ง ตอนสอนแรกๆ ไม่มีอนาคตเลยเหนื่อยมาก เราต้องดึงกลับมา อย่างที่สองเรื่องของเพื่อน นั่นนี้นั่นโน่น เราต้องให้มาหาผม เพื่อมาเคลียร์ พอเดบิวต์แล้วดัง คนนั้นดังกว่า เอ้า เราก็ต้องเรียกมาเคลียร์ ต่อไปเป็นเรื่องว่าทำไมหนูไม่ได้ คนนี้ได้ เราต้องเรียกมาเคลียร์ ผมทำงานอยู่ เด็กเดินมาร้องไห้ อีกคนเดินมาร้องไห้เหมือนกัน ผมต้องบอกว่าให้หยุดก่อน ขอเคลียร์ทีละคน มันถือว่าสนุกดี เราเหมือนครูแนะนำ เหมือนพ่อ เหมือนพี่เลี้ยง เด็กมีปัญหามาปรึกษา เราต้องสร้างมุมมองที่ดีกลับไป ทัศนะคติที่ดี เรื่องฝีมือผมไม่ห่วง ถ้าเด็กยังมีความตั้งใจจะเรียนรู้ น้องต้องพยายามทุกวัน ผมมีสิ่งที่สอนเด็กนะเป็นสูตรเลย ทุกคนมี พีระมิดเป็นของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่ชอบไปมองของคนอื่น แล้วก็จะปีนไปในยอดของคนอื่น เราบอกว่ากลับมาดี ๆ มานั่งมองยอดพีระมิดของตัวเอง และพูดทุกครั้งที่มีปัญหา อีกอย่างเรื่องความเท่าเทียมก็สำคัญอย่างในเอ็มวีเพลงของผม จะเอามาแค่ 5 คนหรือ 10 คนไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้อง 26 คนเลย นอกจากนี้ในทุกๆ เดือนเราต้องมีการพูดคุยกัน แล้วต้องให้เวลาเท่ากัน กว่าน้องๆ จะมาวันนี้ได้ คนที่สาหัสคือครู หนักหนามาก (หัวเราะ) เราต้องบอกพวกเขาต้องเห็นค่ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มา ไอดอลไม่ใช่เรื่องความเก่งนะ แต่เป็นเรื่องของการเรียนรู้และพยายาม เด็กๆ หลายคน เราต้องปรับเขาเยอะนะ พูดมาบางคำแทงใจดำเรานะ อย่าพูดแบบนี้อย่าคิดแบบนี้มันไม่ถูกต้อง ผมบอกเลยว่าศิลปินตัวจริงกว่าจะได้อะไรมาบ้าง เขาต้องสู้กับอะไรมาบ้าง ( ใน 26 คนนี้ใครจะเหลือรอดเป็นศิลปินตัวจริง) คิดว่าสัก 15 เปอร์เซ็นต์นะ แค่เราไม่ได้ฝึกให้เด็กเป็นนักร้องทุกคนนะ ฝึกให้เขาไปทำอย่างอื่น ดาราหรือพิธีกร ไอดอลคือใครก็ได้ที่เป็นต้นแบบในการต่อสู้" เอ๊ะบอก  

เปิดปมด้านมืดของ BNK48 เต็มไปด้วยความอิจฉา-ริษยา !!

   

 ตลอดที่สร้าง BNK48 คิดไหมว่าเด็กๆ กลุ่มนี้จะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ 

        "ผมเชืื่อว่า ถ้าพลังความเชื่อและศรัทธามีสูงเรามีภาพในหัวว่า สักวันหนึ่งห้างต้องแตก เราเห็นศิลปินเกาหลีมาบ้านเราห้างแตกกันจังเลยแล้วผมก็พูดกับเด็กเสมอว่าเราต้องมีวันนั้นให้ได้ อันที่สองวันที่ผมทำคุ้กกี้กับออน ละอองฟอง (กรกมล ชัยวัฒนเมธิน) ผมพูดกัน ณ วันที่่เราเขียนเพลงเลยว่า เพลงนี้คนต้องฟังทั้งประเทศ ผมเชื่อ  นึกถึงและเห็นภาพตลอด เหมือนมีพลังบางอย่างทำให้เกิดภาพ และดีใจมากที่เด็กไปมีวันนี้จริงๆ  รุ่นสองเข้ามา เด็กๆ ก็ต้องพัฒนาตัวเองต่อไป" เอ๊ะบอก  

เปิดปมด้านมืดของ BNK48 เต็มไปด้วยความอิจฉา-ริษยา !!

       หลังจากพูดคุยถึงเหล่าลูกศิษย์ทั้ง 26คนแล้ว “บันเทิง คมชัดลึก” ยังได้ถามไถ่ถึงซิงเกิ้ลใหม่ เพลง "ชู้กะชู้"  ผู้ชายคนนี้บอกเล่าว่า   

         “กับเพลงนี้ผมอยากให้คนสนุกนานไปกับเรา เพราะผมมองว่าเพลงเป็นสันทนาการอย่างหนึ่ง สังคมเราก็เครียดอยู่หลายๆ เรื่องด้วยนะ ปัญหาต่างๆ เพลง ชู้กะชู้ อยากให้ทุกคนมาสนุกไปกับมันเฉยๆ อย่าคิดมาก เนื้อหาของเพลงมันพูดถึงชู้อะนะ การที่เราชื่นชอบคนอื่นแล้ว แต่ไม่สามารถเอามาเป็นเจ้าของนะ สุดท้ายเราห้ามความคิดคนไม่ได้หรอกนะ ในเพลงพูดว่าเราทำอะไรกับเขาไม่ได้ สุดท้ายชู้ในใจก็พอ (ไม่ได้ส่งเสริมให้คนมีกิ๊กใช่ไหม) ไม่ๆ ได้บอกเลย เพลงบอกเลยว่าห้าม เป็นเพลงของคนดีนะ แต่ความคิดของตัวเอง แหม! เจอคนหล่อคนสวย อยากได้ แต่เราไม่ได้เอามาครอบครองนี้ เพลงนี้มันก็อาจจะดูสองแง่สองง่ามหน่อยๆ คือเราห้ามความคิดไม่ได้ แต่เราห้ามการกระทำของตัวเองได้นะ เก็บไว้ในใจก็พอ เราไม่ใช่พระอรหันต์ เรื่องของดนตรีสนุกสนานมันๆ เลย เนื่องจากว่าเราอยู่วงการเพลงมานาน ตั้งแต่ละอองฟอง แล้วก็ไปทำกับแดน (วรเวช ดานุวงศ) ชื่อว่าซังคิวแบนด์ และมาทำ BNK48 พอเราทำคุ้กกี้เสี่ยงทายมาเราก็คิดว่าคนสมัยอยากมีส่วนร่วมกับเพลง แทนที่จะนั่งฟังเฉยๆ คุณก็มาสนุกไปกับมัน ซึ่งในเอ็มวีเพลงชู้กะชู้ ผมได้น้องๆBNK48 ลูกศิษย์ของผมมาเล่นเอ็มวีให้ด้วย เรียกว่าฟูลทีมนะ ถามว่าคิวยากไหม เราก็จองไว้ตั้งแต่แรก เราสร้างกันมาตลอดเพลงนี้ผมเปิดให้น้องๆ ฟังกันตั้งแต่แรกๆ เลยนะ น้องๆ บอกว่าชอบเพลงนี้นะ ซึ่งผมตั้งใจนะ พอเอ็มวีนี้ออกมาแอร์ไทม์ของน้องๆ 26 คน ผมเป็นคนตรวจแคสติ้งออกมา ใครได้ไม่ได้ อย่างน้อยน้องๆ ที่ไม่เคยได้เป็นตัวจริงก็มีแอร์ไทม์เป็นสิ่งที่เราตั้งใจจะสอนเด็กๆ ตอนนี้แฟนคลับก็แฮปปี้มาก บางบ้านที่เป็นอันเดอร์เกิร์ลคือคนที่ไม่ได้เป็นตัวจริง อุ้ย ยังรู้สึกว่ายังได้เป็นนางเอกเอ็มวีนะ” เอ๊ะบอก    

เปิดปมด้านมืดของ BNK48 เต็มไปด้วยความอิจฉา-ริษยา !!

 

 

 

   

         สาเหตุที่ตัดสินใจก้าวเข้ามาเป็นนักร้องเต็มตัวล่ะ 

เปิดปมด้านมืดของ BNK48 เต็มไปด้วยความอิจฉา-ริษยา !!

        "ผมขอพูดชื่อผู้ชายคนนี้แดน (วรเวช) ผมบอกเขาว่าผมอยากเป็นนักร้องแต่รู้ตัวว่าวาสนาของตัวเองแค่ทำวง แต่เราไม่เคยน้อยใจในวาสนานี้นะ เราก็คือมักน้อย เราแฮปปี้ จนวงละอองฟองถึงจุดแฮปปี้ของมัน คนฟังทั้งประเทศ แดนบอกว่า เขาทำงานกับผม รู้จักผมและเชื่อว่าผมจะทำได้  แดนบอกว่าตัวพี่ (เอ๊ะ) ผมไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน แดนเจอศิลปินมาเยอะ ไม่เคยเห็นคนแบบพี่ที่ทำอะไรต้องหลายอย่าง ทัศนะคติก็ดี  แดนบอกให้ผมเปิดประตูออกมา แล้วผมฟังเขาสอนผมแนะนำผมมาโดยตลอด ในทางกลับกันที่ผมจะกลับมาทำงานเพลงก็คือความสุข และมันก็คือเพลงนี้ เราจึงเปิดเป็น เอ๊ะ  ซินโดรมเลย อาการที่เมื่อคุณอยู่กับเราแล้วแฮปปี้ มีความสุข พลังกลับไป และอีกอย่างคือผมเองสู้กับความฝันมาโดยตลอด และสามารถทำได้ สิ่งนี้มันจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนหลายๆ คนที่เคยท้อกับปัญหาชีวิตแล้วจะไม่สู้แล้ว มาดูผมสิ แก่ปูนนี้แล้วยังมาเต้นได้อีก มีคนถามผมว่าเหนื่อยไหม ผมบอกว่าเหนื่อยมากเลยนะ แต่ผมบอกไปว่าผมรอมากว่า 30 ปี แค่นี้ยังรู้สึกเหนื่อยน้อยไปเสียด้วยซ้ำ ระหว่างทางมันเจ็บ มันล้ม มันพลาดอะไรไปตั้งหลายๆ อย่าง สิ่งเรามองตอนนี้ความสำเร็จยอดพีระมิดรอเราอยู่  ผมมองว่าญี่ปุ่นมี PPAP  เกาหลีมีกังนัมสไตล์  แล้วทำไมเมืองไทยจะไม่มีเอ๊ะ ซินโดรมไม่ได้หรือ เราตรงนัั้นไม่มีคนยืน ผมอยากเป็นสันทนาการอย่างหนึ่งของผู้คน ทำให้ทุกคนสนุกไปกับเรา  ผมตั้งเป้าต่อไปเพื่อเล่นตลาดต่างประเทศในฐานะของไทยอาร์สทิสอย่างเต็มภาคภูมิ"เอ๊ะ 

เปิดปมด้านมืดของ BNK48 เต็มไปด้วยความอิจฉา-ริษยา !!