เดอะ เลเจนด์ ออฟ ‘เร่ขายฝัน’ เฉลียง เดอะ มิวสิคัล

บันเทิง > travel  :  8 ต.ค. 2552

“ใครอยากมีฝันล้อมวงตรงเข้ามา มีฝันที่ว่าแบบหรู เลือกดูกัน คนที่ไม่มีฝันไกล ใครไม่กล้าจะฝันกัน ขายถูกๆเท่านั้นไม่เอาแพงเลย…” ผมจำไม่ได้ว่า เนื้อร้องท่อนนี้มีปรากฏอยู่ในตอนใดของละครเวที “เร่ขายฝัน เฉลียง เดอะ มิวสิคัล” แต่จำได้ขึ้นใจว่า ละครเรื่องนี้ พยายา

 เรื่องราวของคนสองเมืองระหว่าง ‘ตรรกะนคร’ ที่พร่ำสอนให้ประชากรดำรงตนอยู่ภายใต้หลักการและเหตุผล ทุกการกระทำของผู้คน ล้วนต้องเกิดขึ้นบนทฤษฎีที่สามารถอธิบายได้ตามหลักตรรกะศาสตร์ ในขณะที่เมือง “เอกเขนก” พลเมืองที่นี่ ดำเนินชีวิตด้วยจินตนาการ ความฝัน และความศรัทธา...พวกเขา ‘เชื่อ’ ในสิ่งที่ฝัน... ‘ทำ’ โดยไม่ทนฝืนอารมณ์และความรู้สึกของตน

 ผู้คนแห่งเมือง ‘ตรรกะนคร’ ใบหน้าบูดบึ้ง ขมึงตึง ดูคล้ายหุ่นยนต์ เหมือนคนไร้ชีวิตจิตใจ ในขณะที่เมือง ‘เอกเขนก’ ใบหน้าของผู้คนกลับเปื้อนด้วยรอยยิ้ม เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เต็มไปด้วยความสุขสนุกสนานร่าเริง

 การที่ผู้คนเมือง ‘ตรรกะนคร’ ยึดถือในหลักการและเหตุผล ชื่อเสียงเรียงนามที่เรียกขานกัน จึงตั้งตามสูตรทางคณิตศาสตร์ และนายทหารหนุ่มนาม ‘1001’(พันหนึ่ง) ก็ได้รับมอบหมายจากท่านประธาน 50/50 (ห้าสิบห้าสิบ) ให้ออกตามหาเมืองที่อยู่ไกลโพ้น หลังเกิดเหตุจลาจลไฟดับทั่วเมือง อันเนื่องมาจากเด็กล้างชามละเลยในหน้าที่ของตัวเอง หลังถูกชายชราตาบอดชักชวนให้วาดรูป (ฉากนี้ ท้าวความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โยงกันไปมาอย่างชุลมุนสนุกสนาน) ทำให้ ‘พันหนึ่ง’ จำต้องจากลาคนรัก ‘3.14’(พายอาร์) โดยฝากฝังเธอไว้กับเพื่อนสนิท ‘100009’(แสนเก้า)ให้คอยช่วยดูแล และในระหว่างเดินทาง เครื่องบินของ ‘พันหนึ่ง’ เกิดประสบอุบัติเหตุ ตกลงที่เฉลียงบ้านของ ‘พระจันทร์’ สาวสวยแห่งเมือง ‘เอกเขนก’ ผู้ที่ ‘ชนะลม’ กวีหนุ่มแอบหลงรักอยู่ โดยที่เขาเองก็มี ‘ปุยปุย’ สาวห้าวลูกคนเดียวของ ‘ยับยับ’ ผู้ปกครองเมืองคอยตามตื๊ออยู่เช่นกัน

 ผู้คนในเมือง ‘เอกเขนก’ ต่างไม่เคยหวาดระแวง สงสัยคนต่างถิ่นอย่าง ‘พันหนึ่ง’ เลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่เขาพลัดหลงมาจากแดนไกล และจริงๆ ก็มาด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์สักเท่าใดนัก หากแต่ชาวเมืองเอกเขนกต่างให้ความสนใจช่วยกันคนละไม้ละมือซ่อมแซม ‘เฉลียงบ้าน’ ของ ‘พระจันทร์’ ให้กลับคืนมาดังเดิมมากกว่า...ตลอดเวลาที่ ‘พันหนึ่ง’ พำนักอยู่ในเมืองนี้ น้ำใจและมิตรไมตรีที่เขาได้รับ ทำให้หลักการและเหตุผลที่ยึดถืออย่างเคร่งครัดเป็นดั่งสรณะในชีวิต เริ่มคลอนคลาย รู้จักเปิดรับความรู้สึกของคนรอบข้าง ออกตามหา ‘ความฝัน’ และค้นพบ ‘ความงาม’ ที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจมาเนิ่นนาน จวบจนกระทั่งถึงเวลาต้องเดินทางกลับไปยังเมืองที่จากมา แล้วก็พบว่าผู้นำแห่ง ‘ตรรกะนคร’ กลายเป็นคนกระหายสงคราม ทำให้เขาต้องกลับมาปกป้องดินแดนอันสวยงามนาม ‘เมืองเอกเขนก’ อีกครั้ง 

 แม้ละครเวที “เดอะ เลเจนด์ ออฟ เร่ขายฝัน เฉลียง เดอะ มิวสิคัล” เรื่องนี้ ชื่อจะยาวพอๆ กับความยาวร่วมๆ 4 ชั่วโมงตลอดการแสดง แต่ก็ดูสนุก ไม่น่าเบื่อครับ คอละครหลายคนอาจมองว่านี่คือละครเวทีประเภท ‘Jukebox Musical’ ที่นำเอาบทเพลงของเฉลียงมาเรียงร้อยเป็นเรื่องราวต่อเนื่องไปจนจบ ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นซะทีเดียว เพราะ ‘เร่ขายฝัน’ มีประเด็นชัดเจนเกี่ยวกับการนำเสนอมุมมองของชีวิต ที่อาจต้องหล่อเลี้ยงด้วยความฝัน และจินตนาการ จึงจะเปิดให้เห็นด้านที่งดงามในใจคน โดยใช้เพลงของ ‘เฉลียง’ มารองรับเนื้อหาเพื่อสอดรับกับธีมที่ต้องการบอกกล่าวได้อย่างลงตัว มีหลายฉากที่ตอกย้ำความคิดนี้ครับ โดยเฉพาะฉาก ‘พันหนึ่ง’ ที่มักมีปัญหากับอาการนอนไม่หลับและต้องพึ่งพายาอยู่เสมอ แต่เมื่อเขาต้องไปติดอยู่ในป่าดง สิ่งที่ทำให้เขากลับล้มตัวลงนอนได้อย่างง่ายดาย คือการได้ฟังนิทานจาก ‘พระจันทร์’ กับเรื่องเล่าที่ตกทอดมาจากพ่อของเธอนั่นเอง อย่าเพิ่งคิดว่าเพลงที่ร้องประกอบในฉากนี้คือเพลง “นิทานหิ่งห้อย” นะครับ หากแต่เป็น “เพลงกล่อมลูก” ที่นอกจากได้บรรยากาศของนิทานก่อนนอนแล้ว ฉากนี้ยังบอกเล่าปูมหลังตัวละคร และอธิบายเหตุผลว่า ทำไม? ‘พระจันทร์’ ถึงชอบออกมานั่งรอพ่อที่เฉลียงหน้าบ้านอยู่บ่อยๆ ส่วนแฟนๆ ของ ‘เฉลียง’ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ฟัง “นิทานหิ่งห้อย” เพราะใน ‘เร่ขายฝัน’ บรรเลงเพลงนี้แทบจะคลอเคล้าไปตลอดเวลา และที่น่าทึ่งไปกว่าคือ การได้ยินเสียงร้องของ ‘อาอี๊ด’ สุประวัติ ปัทมสูตร ในฉากสุดท้าย ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความเศร้าแต่งดงามไปในคราเดียวกัน

 “เดอะ เลเจนด์ ออฟ เร่ขายฝัน เฉลียง เดอะ มิวสิคัล” เป็นละครเวทีที่สร้างฉากได้สวยงามมากครับ โดยเฉพาะ ‘เมืองเอกเขนก’ นั้น นอกจากให้บรรยากาศร่มรื่น สบายตาของต้นไม้ ใบหญ้าแล้ว การเปลี่ยนฉากเพื่อรองรับอารมณ์ในแต่ละฉากยังกลมกลืน รวมทั้งการออกแบบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายยังสวยงามสอดรับเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เช่นเดียวกับเมือง ‘ตรรกะนคร’ ที่เน้นโครงสร้างของเครื่องจักรกลในแต่ละฉาก ขณะที่เสื้อผ้าหน้าผม ก็มีการจัดแจงแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ใช้โทนสีขรึมขลัง เข้ากับจิตใจตายด้านเย็นชาของผู้คนเป็นอย่างดี

 บทละครที่กระจัดกระจายน้ำหนักไปให้แก่ตัวละครทุกตัวอย่างทั่วถึง ทำให้การแสดงของเหล่าเอเอฟทั้ง 6 ไม่มีใครเด่น ใครด้อยกว่าใคร ไม่ว่าจะเป็นโบว์ AF5, บอย AF2, ต้อล, ลูกโป่ง และ ณัฐ AF4 รวมทั้ง มิ้นท์ AF3  ทุกคนล้วนสอบผ่านทั้งการร้องและเล่นที่ผสมกลมกลืนเข้าจังหวะไปด้วยกันได้อย่างน่าชื่นชม เป็นละครดีๆ ที่น่าหาเวลาไปดูกันครับ

ชื่อเรื่อง : เดอะ เลเจนด์ ออฟ เร่ขายฝัน เฉลียง เดอะ มิวสิคัล
ผู้เขียนบท : ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม, วิรัตน์ เฮงคงดี, ณัชพล เรืองรอง, อาภาพร โสตะจินดา, พงศ์เศรษฐ์ ลักษมีพงศ์
ผู้กำกับ : ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม
นักแสดง : สุประวัติ ปัทมสูตร, ญาณี ตราโมท, ปวันรัตน์ นาคสุริยะ, ศุ บุญเลี้ยง, พิษณุ นิ่มสกุล, วันธงชัย อินทรวัตร, ภคมน บุณยะภูติ, สาวิตรี สุทธิชานนท์, ณัฐ ศักดาทร, มิณฑิตา วัฒนกุล, วิชัย จงประสิทธิ์พร
สถานที่ : โรงละครเอ็มเธียเตอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ วันที่ 2-18 ตุลาคม 2552
จองบัตรได้ที่ www.we-booking.com โทร. 0-2900-9999 กด 4

"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"


เปิดอ่าน