พูดคุยกับ 'จอช โบรลิน'

"จอช โบรลิน" กับอีกหนึ่งผลงานในบทผู้นำเหล่านักผจญในภาพยนตร์เรื่อง "Only The Brave

         แม้ว่าคนเราจะเกิดมาเท่าเทียมกันแต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งเลือกที่จะเสี่ยงชีวิตตัวเองด้วยการเป็นนักผจญเพลิง Only the Braveหยิบเอาจริงของหน่วย แกรนิต เมาเท่น ฮอตชอตส์กลุ่มนักผจญเพลิงที่ต้องรับมือกับไฟป่าครั้งร้ายแรงที่สุดที่พร้อมจะเปลี่ยนผืนป่าขนาดใหญ่ให้เป็นนรกบนดินตำนานวีรบุรุษที่ทุกคนต้องกล่าวขานเมื่อพลังแห่งมิตรภาพ ความเสียสละและความกล้าหาญ ผลักดันให้พวกเขาทุ่มเททุกอย่างเพื่อปกป้องครอบครัว ชุมชน และเมืองอันเป็นที่รักให้รอดพ้นจากเพลิงมรณะ

พูดคุยกับ 'จอช โบรลิน'

         นักแสดงมากความสามารถ ผู้เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์ จอช โบรลิน รับบทเป็น อีริค มาร์ช ในหนังเรื่องนี้เขาสามารถหาจุดลงตัวได้ระหว่างการเล่นหนังสตูดิโอในกระแสหลักกับหนังนอกกระแสเรื่องเล็กๆโบรลินเคยได้เข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์,สมาคมนักแสดง และได้รับรางวัลมาครองจากสถาบัน New York FilmCritics Circle และ National Board of Review จากการรับบท แดน ไวท์ในหนังรางวัลออสการ์เรื่อง Milk ผลงานเด่นๆ ของเขายังมี Inherent Viceของผู้กำกับ พอล โทมัส แอนเดอร์สัน ซึ่งเขาได้รับคำชมหนาหู และได้รางวัลCritics Choice Award, Sicario ที่นำแสดงร่วมกับ เอมิลี่ บลันท์ และเบเนซิโอ เดลโตโร่ กับ Everest ประกบ เจค จิลเลนฮาล, เจสัน คลาร์ก และจอห์น ฮอว์ค

พูดคุยกับ 'จอช โบรลิน'

@ ทำไมคุณถึงเข้ามารับบทนี้ แล้วอะไรที่ทำให้คุณประทับใจในหน่วยแกรนิตเมาเท่น ฮอตชอตส์

โบรลิน: ผมมีความรู้สึกผูกพันกันตัวเรื่องแบบค่อนข้างส่วนตัวตอนผมอายุราวๆ 20 ปี ผมเคยทำงานเป็นนักผจญเพลิงอยู่ 3ปีร่วมกับหน่วยดับเพลิงอาสารัฐอาริโซน่า มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยลืมผมชอบเรื่องของการยอมแลกตัวเองเพื่อปกป้องอะไรสักอย่างหรือเพื่อปกป้องใครสักคน แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอันตรายก็ตามครับผมมอบความเคารพให้เหล่านักผจญเพลิงหมดใจพวกเขาคืออาชีพสุดท้ายแล้วที่ไม่มัวหมองเพราะการคอรัปชั่นพวกเขาแกร่งมาก มีความมุ่งมั่น พวกเขามีเป้าหมายที่จะต้องไปให้ถึงนั่นคือการได้เป็นสมาชิก Hotshotไม่เคยมีหน่วยงานจัดตั้งขึ้นเองหน่วยไหนได้รับการรับรองเป็น Hotshotมาก่อนหน้าพวกเขา พวกเขาคือสุดยอดของสุดยอดพวกเขาเจออุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่า ได้พบเจอช่วงเวลาท้าตายอยู่ตลอด

พูดคุยกับ 'จอช โบรลิน'

@ อะไรที่ทำให้ Only The Brave ต่างกับหนังภัยพิบัติเรื่องอื่นๆ ?

โบรลิน: ผมว่ามันมีความเหมือนหนังสงครามพอสมควรนะ มันเหมือนหนังสงครามระหว่างมนุษย์กับพลังธรรมชาติผมยังชอบประเด็นที่ซ่อนอยู่ด้วยมันคือความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องนักผจญเพลิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวละครของผมกับ เบรนแดน แมคดาน่าห์ ของ ไมล์สเทลเลอร์แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะสเกลใหญ่แต่มันมีแก่นอารมณ์ที่ยิ่งใหญ่อยู่ภายในผมเคยทำงานกับคนที่ต้องการโอกาสให้ ซึ่งบางครั้งพวกเขาก็คว้ามันไว้ได้บางครั้งก็ทำไม่ได้คนเขียนบททำงานได้ดีมากครับในการสำรวจประเด็นดังกล่าวพวกเขานำความสัมพันธ์ของทั้งคู่มาใส่ในกรอบของความสัมพันธ์ของบรรรดาพี่น้องในกลุ่ม และยังสะท้อนให้เห็นด้วยว่าอีก 18คนที่เหลือได้รับผลกระทบยังไงบ้าง

พูดคุยกับ 'จอช โบรลิน'

@ มาว่ากันถึงตัวละครของคุณกันบ้างดีกว่า ในเรื่องนี้คุณรับบทเป็นใคร?

โบรลิน: ผมรับเป็น ’ อีริค มาร์ช หรือที่ใครๆ เรียกเขาว่าหัวหน้า เขาคือผู้กำกับการและผู้ก่อตั้งหน่วย Granite Mountain Hotshotsซึ่งมีสมาชิกในทีมทั้งสิ้น 20 คน มาร์ชเป็นผู้อาวุโสที่สุดเขามาจากนอร์ธคาโรไลน่า จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย AppalachianStateและยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดตั้งสถาบันสอนการับมือไฟป่าแห่งรัฐอาริโซน่า หมอนี่ไม่เพียงแค่มีร่างกายฟิตปั๋งในวัย 43 ปีเขายังสามารถอัดคนให้คว่ำได้ง่ายๆด้วยความอึดและความแข็งแกร่งของเขาตอนเตรียมตัวผมต้องออกกำลังกายกับเทรนเนอร์เพื่อลดน้ำหนักลงมาถึง 40ปอนด์ และศึกษาถึงการเป็นนักผจญเพลิงจากหนังสือของ นอร์แมน แมคลีนและเรียนรู้ผ่านวีดีโอนักผจญเพลิงในอินเตอร์เน็ตการที่คุณรับบทคนที่มีตัวจนจริงๆ

พูดคุยกับ 'จอช โบรลิน'

@ มันทำให้อินกับตัวละครง่ายขึ้นกว่าตัวละครที่แต่งขึ้นมาไหม?

โบรลิน: ใช่ แต่มันมาพร้อมความกดดันเหมือนกันนะยิ่งผมหาข้อมูลเรื่องเขามากเท่าไหร่ผมยิ่งอินกับตัวละครมากขึ้นช่วงเริ่มต้นอาชีพของเขาไม่ค่อยสวยงามซะเท่าไหร่เขาสร้างทุกอย่างด้วยมือของเขาเอง เขาเจ็บมากเยอะแต่เขาก็ยังเรียนรู้ว่าจะเป็นผู้นำที่ดีได้ยังไงจากคนที่เขาเคารพผมชื่นชมที่เขาทำงานหนักเพื่อให้มาถึงจุดที่เขาอยู่มันมีความหมายต่อตัวเขาอย่างมากเลยครับการเล่นเป็นตัวละครนี้เหมือนช่วยให้ผมเป็นคนที่ดีขึ้น ผมยกย่องที่ อีริคมาร์ช กล้าเสี่ยงตายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น มันมีประโยคที่ว่า“ถ้าคุณต้องการความเชื่อมั่นในตนเองล่ะก็ จงทำสิ่งน่านับถือ”คุณจะไม่มีวันได้ความเชื่อมั่นมาถ้าคุณนอนบนเตียงทั้งวันแล้วมัวแต่บ่นว่าทำไมฉันไม่มีความมั่นใจในตนเองเสียที ถ้าคุณต้องการมันจริงๆคุณก็ต้องออกไปทำอะไรเพื่อผู้อื่นในเรื่องคุณและ เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่ ต้องเล่นเป็นสามีภรรยากัน

พูดคุยกับ 'จอช โบรลิน'

@ การทำงานร่วมกับเธอเป็นยังไงบ้าง?

โบรลิน: เธอสุดยอดมากๆ เป็นมืออาชีพตัวจริงเธอกับผมรลินร่วมกันสร้างคู่รักที่เคมีเข้ากันอย่างมากพวกเขารักันแต่มันแฝงประเด็นตึงเครียดไว้ พวกเขา (สามีภรรยามาร์ช)รักการใช้ชีวิตกลางแจ้งจริงๆ ทั้งปีนเขา ไต่หน้าผา ขี่ม้าแน่นอนว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยากันและฉันยังสัมผัสได้ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกันไปพร้อมๆ กันด้วยแต่มันก็มีความยุ่งยากอยู่เพราะงานของเขาส่งผลต่อชีวิตคู่ไม่น้อยตอนพวกเขาอยู่ด้วยกันพวกเขาพึ่งพากันและ จากนั้น อีริคต้องจากบ้านไปทีหลายอาทิตย์เลยบางทีก็ต้องไปยังป่าเขาที่อยู่ไกลแสนไกลจนติดต่อไม่ได้และมักจะเผชิญหน้ากับอันตรายจริงๆมันยากที่จะรักใครหมดหัวใจเวลาอยู่ด้วยกันแล้วยังต้องฝืนทำเป็นปกติเมื่อต้องแยกจากในภาพยนต์เราจะได้เห็นว่าความหลงใหลในการดับเพลิงของมาร์ชเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตครอบครัวของเขา เราไม่แน่ในว่าคุณมีแพชชั่นให้การแสดงพอๆกับที่มาร์ชมีให้กับงานของเขาหรือเปล่า

พูดคุยกับ 'จอช โบรลิน'

@ แล้วคุณจะยอมแลกมันกับอะไรไหม?

โบรลิน:ผมหลงใหลในการแสดงนะ แต่ไม่ใช่ตอนที่ผมกำลังแสดงอยู่คุณเข้าใจไหม? ผมทำงานนี้มานานกว่าที่มาร์ชเป็นนักดับเพลิงอีกนะผมทำมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ถ้าผมไม่ได้เป็นนักแสดงงั้นเหรอ?มันมีหลายอย่างที่ผมอยากทำนอกเหนือการเป็นนักแสดงมีครั้งหนึ่งที่ผมอยากเป็นเชฟ มีครั้งหนึ่งที่ผมอยากเป็นทนายจนคุณตระหนักได้ว่ามีสิ่งที่คุณอยากทำเยอะแยะไปหมดนั่นเป็นเหตุผลข้อเดียวที่ผมทำงานนี้

พูดคุยกับ 'จอช โบรลิน'

         อาชีพนักแสดงมันเปิดโอกาสให้คุณเป็นในสิ่งที่คุณอยากจะเป็นได้เยอะแยะมันเป็นงานที่เครียดนะแต่พอเมื่อไหร่ที่คุณได้รับบทแบบนี้มันทำให้ผมภูมิใจจริงๆที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของเหล่านักผจญเพลิงให้โลกได้รับรู้ผมอยู่วงการดับเพลิงมานานนานกว่าที่ผมจะก้าวเข้ามามีส่วนในหนังเรื่องนี้อีก ผมรู้จักนักดับเพลิงหลายคนที่ชอบบอกผมว่าผมทำผิดอาชีพ (หัวเราะ) ไม่รู้เหมือนกันะ ผมแค่ชอบลองสิ่งใหม่ๆ ไม่จำเจ


เปิดอ่าน