ยอดหญิงปันซู 39

ปันซูและเยี่ยนจินวางแผนกันเพื่อที่จะช่วยเว่ยอิงออกมา โดยทั้งสองต้องแต่งตัวเป็นนางรำดาบ เพื่อไปแสดงให้หลิวโค่วดูในวันที่มีการบูชายันต์

ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 05.00 น. / 23.10 น. ทางช่อง NOW26

Ban shu Legend No.39
    ปันซูและเยี่ยนจินวางแผนกันเพื่อที่จะช่วยเว่ยอิงออกมา โดยทั้งสองต้องแต่งตัวเป็นนางรำดาบ เพื่อไปแสดงให้หลิวโค่ว หนานและไทหวางเฟย ดูในวันที่มีการบูชายันต์ 
    การแสดงของปันซูกับเยี่ยนจินประทับใจทุกคนมาก หลิวโค่วรู้จักเยี่ยนจินดี บอกให้นางขอ แต่พอเยี่ยนจินขอเว่ยอิง หลิวโค่วปฏิเสธ
    “ยังไงก็ไม่ได้ คนนี้ เอามาฆ่าเพื่อเซ่นไหว้ จะให้เจ้าได้ยังไง”
    เยี่ยนจินว่า “ทูลฝ่าบาท พระองค์ทำให้หม่อมฉันผิดหวังจริงๆ”
    “แม่นางเยี่ยนจิน เมื่อครู่พี่ข้าบอกว่า เจ้าได้แต่งงานไปแล้ว แล้วทำไม ถึงได้ ชอบคนอื่นเร็วเสียจริง”
    เยี่ยนจินหัวเราะ “ผู้หญิงบ้านนอกมากรัก ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลกอะไร”
    “เยี่ยนจิน นอกจากเรื่องนี้แล้ว ข้าจะให้เจ้าทั้งนั้น เจ้าขออย่างอื่นเถอะ” หลิวโค่วว่า
    ปันซูคิดแล้วทูล “ฝ่าบาท หม่อมฉันขอร้อง ให้หม่อมฉันได้ฆ่าศัตรูคนนั้นด้วย”
    “ศัตรู”
    “อึ่ หม่อมฉันเป็นคนโม่เป่ย ในตอนแรก มีเหตุผลที่ทำ ในตอนนั้นหม่อมฉันอายุได้สิบสี่ ครอบครัวทั้งหมดของหม่อมฉัน ถูกทหารฮั่นไล่ฆ่า คนๆ นั้นก็คือเว่ยอิง หลายปีมานี้ หม่อมฉันพยายามตามหาเขา แต่ไม่คิดว่า เขาจะหนีมา อยู่ที่นี่ได้ หม่อมฉันจะฆ่าเขาเอง แต่ว่า เมื่อรู้ว่าเขาถูกขังคุกไว้ หม่อมฉันไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยไปหาพี่เยี่ยนจิน ให้นางช่วยหาวิธี ฝ่าบาท ในเมื่อการทำพิธีไหว้ วันนี้ ก็คือการฆ่าเขา ให้หม่อมฉันเป็นคนฆ่าเขาให้ตาย โปรดให้หม่อมฉันได้-รับเกียรตินี้ด้วย”
    ไทหวางเฟยชื่นชม “ดี เยี่ยมมาก ผู้หญิงเราต้องให้ได้แบบนี้”
    เยี่ยนจินดีใจ ไทหวางเฟยอนุญาติทันที “ฝ่าบาท”
    หลิวโค่วว่า “ในเมื่อเป็นแบบนี้ เจ้าจงฆ่าเขา ต่อหน้าทุกคน”
    “ขอบพระทัย”
    ปันซูเดินไปหาเว่ยอิง “เว่ยอิง ข้าจะฆ่าเจ้าด้วยมือข้า แน่จริง เจ้าห้ามหนี”
    เว่ยอิงว่า “ข้าจะไม่หนี ขอตายด้วยมือของเจ้า ดีกว่าตายด้วยมือคนพวกนั้น”
    ปันซูร้องไห้ เว่ยอิงตะโกนบอก “รีบลงมือเถอะ ข้าอยากตายมานานแล้วๆ อึ่” ปันซูจะแทงเว่ยอิง “อา ไม่ต้องกลัว”
    ปันซูแทงแล้วส่งเสียงดัง “ท่านพ่อ ข้าแก้แค้นให้ท่านแล้ว ฝ่าบาท หม่อมฉันยังไม่พอใจ อยากขอศพเจ้าคนเลวนั่น หม่อมฉันจะหั่นเขาเป็นชิ้นๆ ให้หมากิน”
    ไทหวางเฟยว่า “ถูกต้อง แค่ฟันไปแผลเดียว ยังไม่สาสมแก่ใจ ดี ทำตามที่เจ้าว่านั่นแหล่ะ”
    ทหารมาตรวจแล้วบอกว่าหมดลมแล้ว หลิวโค่วยกศพให้ปันซู

ยอดหญิงปันซู 39
    พอออกมาพ้นเขตแล้ว ปันซูก็รีบนำยาที่หลันจือให้มา ให้เว่ยอิงกิน
    “ตอนนี้ต้องพึ่งยาของหลันจือแล้วล่ะ”
    เยี่ยนจินแปลกใจ “เจ้าทำอะไรนะ เมื่อครู่ทำไมถึงฆ่าเขา”
    “ข้าไม่ได้ฆ่า เขาเคยสอนข้า ส่วนนอกของหัวใจคน มีกระดูกอยู่ ถ้าแทงไม่ทะลุกระดูก ดาบก็จมติดอยู่ตรงนั่น แต่ไม่ถึงกับตาย”
    ฉินหวยเข้ามา “ฮ่ะๆๆ ใต้เท้าเว่ย เขาเป็นอะไร”
    “ข้าให้เขากินยาแล้ว โค่วหลันจือบอกว่า ยานี้ได้ผลดี บาดแผลหนักขนาดไหนก็ช่วยได้” ปันซูกอดเว่ยอิงร้องไห้ “เว่ยอิง เว่ยหลาง ไม่นะ ข้าไม่ได้แทงเข้าไปลึก เว่ยอิง ท่านฟื้นสิ เว่ยหลางท่านฟื้นเถอะนะ อย่าทำให้ข้ากลัว สวรรค์ ได้โปรดให้เขาฟื้นด้วย แค่เขามีชีวิตอยู่ ข้าไม่ต้องการอะไรแล้ว สวรรค์ ข้าขอร้อง เว่ยหลางข้ากลัวนะ ท่านฟื้นสิ เพียงท่านฟื้น ข้าไม่ขออะไรอีกแล้ว เว่ยหลาง ท่านตายไม่ได้ ท่านต้องอยู่ ถ้าท่านไม่ฟื้น กลับไปข้าจะก่อเรื่อง ใช่ ข้าจะกลับไปแต่งงานกับเติ้งจื้อ ฮ่ะ ฮ่ะ ข้ารู้ท่านต้องไม่ตาย เว่ยหลาง ท่านฟื้นแล้ว เว่ยหลาง”
    เยี่ยนจินดีใจ ฉินหวยก็เช่นกัน “ใต้เท้าเว่ย”
    เว่ยอิงสลึมสลือ “ข้าไม่ให้เจ้าแต่งกับเติ้งจื้อ”
    “ข้าแต่งกับเจ้าคนเดียว เยี่ยนจิน ขอบคุณท่านมาก ท่านรีบไปเถอะ ถ้าถูกจับได้ จะเป็นอันตราย”
    “อื้ม ใต้เท้าเว่ย หวังว่าท่านจะหายโดยเร็ว แล้วเจอกัน”
    เว่ยอิงเอ่ย “เยี่ยนจิน ขอบคุณเจ้ามาก”
    “คนที่ช่วยท่านไม่ใช่ข้า เป็นอาซู นางเป็นคนดี อย่าทำนางเสียใจ เอาละ ข้าไปละ อาซู มีเวลามาหาข้าบ้าง”
    ปันซูถามฉินหวยถึงลุงจง ทั้งหมดรีบพากันไปที่จุดนัด
    ด้านองค์ชายหนานกลับไปก็พบว่าหลิวเซียนหายตัวไปแล้ว จึงรีบนำคนออกตามหา

ยอดหญิงปันซู 39
    ปันซูกับเว่ยอิงไปพบลุงจงกับหลิวเซียน ลุงจงว่าจู่ๆ หลิวเซียนอาละวาดเขาจึงจำต้องตีให้สลบ ปันซูให้หลิวเซียนกินยาของหลันจือจนได้สติ 
    เว่ยอิงเรียก “อาเซียน อาเซียนเจ้าฟื้นสิ”
    หลิวเซียนรู้สึกตัว “อาอิง อาอิง ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ไง ท่านยังไม่ตาย ฮ่ะ ท่านยังไม่ตาย”
    “ใช่ ข้ายังไม่ตาย”
    “ท่านยังไม่ตาย ดีจริงๆ ข้าคิดถึงท่าน อาอิง ก้อนหินของข้า ก้อนหินของข้าล่ะ อาอิง ก้อนหินของข้าล่ะ ก้อนหิน ก้อนหินของข้าล่ะ อาอิง ก้อนหินของข้าล่ะ”
    “อาเซียน เจ้าใจเย็นนะ”
    ฉินหวยว่า “ใต้เท้าเว่ย องค์หญิงยังจำอะไรไม่ค่อยได้ นางได้รับการกระทบกระเทือนทางใจ”ฃ
    “อาเซียน อาเซียนเจ้ามองตาข้า ข้าคืออาอิง เจ้ากลับไปกับข้า ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน เจ้าจะเอาอะไร ข้าให้ได้หมด ตกลงไหม ห๊ะ”
    “เจ้าสัญญากับข้าก่อน อย่าทิ้งข้านะ”
    เว่ยอิงว่า “ไม่มีทาง”
    หลิวเซียนสะอื้น “เจ้าพูดจริงนะ ฮ่ะ”
    ปันซูมองอย่างอึ้งๆ เว่ยอิงหันมาบอกปันซู “อาซู นางเป็นแบบนี้ ข้าต้องขี่ม้าตัวเดียวกับนาง”
    “แต่เจ้า เจ้า เจ้าไหวเหรอ”
    “ข้าพอทนไหว”
    “อื้ม ก็ได้ รีบออกเดินทาง ถ้าคนของเขารู้เข้าจะต้องออกมาตามแน่ ทุกคนต้องระวังให้มาก”
    ทั้งหมดออกเดินทางได้สักระยะ เว่ยอิงก็ทนไม่ไหวตกม้า และก็เจอพวกองค์ชายหนานมาตามตัวหลิวเซียน ทุกคนป้องปก แต่หลิวเซียนอาละวาด เว่ยอิงตีให้นางสลบไปบนหลังม้า
    ปันซูบอกให้ทุกคนปกป้องหลิวเซียนไป ส่วนเธอจะขวางพวกนั้นไว้ให้ เว่ยอิงเห็นก็ไม่ยอมไป ให้ลุงจงกับฉินหวยพาหลิวเซียนไป เขาอยู่ช่วยปันซู ระหว่างสู้กันปันซูเอาตัวเข้ารับหินแทนเว่ยอิงจนกระอักเลือด เว่ยอิงรีบประคองปันซู
    “อาซู” เว่ยอิงได้สติก็เรียกปันซู
    ปันซูว่า “ไม่ต้องสนใจข้า ท่านรีบไป”
    “อย่านะ พวกเราหนีออกมาได้แล้ว อาซู อาซู อาซู อาซู อาซู เจ้า ห้ามหลับนะ มองข้า ห้ามหลับเด็ดขาด”
    ปันซูว่า “ข้ารู้ ข้าใกล้ตายแล้ว แต่ข้าไม่กลัว เว่ยอิง ข้าจะตายแล้ว ข้าไม่กลัว”
    “เจ้าตายไม่ได้ เจ้าห้ามตาย ข้าจะอยู่กับเจ้า เราสองสัญญากันไว้แล้ว ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป ข้าก็จะไปกับเจ้าด้วย”
    “อย่าพูดอย่างนั้น เจ้าจำได้มั๊ย เจ้าให้ที่ปักผมนี้ข้า แล้วบอกว่า ถ้ามีปิ่นอันนี้ แล้วข้าอยากจะขออะไร ท่านก็จะให้ ใช่หรือไม่ ฮ่ะ ทิ้งข้าไว้ที่นี่ แล้วรีบพาพี่เซียนกลับไป จากนั้นใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข มีลูกชายหนึ่งคน หญิงหนึ่งคน” เว่ยอิงร้องไห้
    “ส่งพวกเขาไปเรียนในราชสำนัก รับปากข้าได้ไหม”
    “อาซู”
    “ข้าคงตายตาไม่หลับ รับปากข้า ยิ่งร้องข้ายิ่งเจ็บปวด ครั้งแรกที่เราพบกัน ท่านก็กอดข้า ไว้แบบนี้ กอดข้า”
    “ฮ่ะ อาซู อาซู อาซู” เว่ยอิงร้องไห้ “อาซู อาซู อาซู อาซู”
    พวกลุงจงตามมา เว่ยอิงสั่งให้ทุกคนพาหลิงเซียนกลับไปที่ตระกูลฉาว ส่วนเขาจะอยู่กับปันซู มีพวกทหารตามมา เว่ยอิงสู้จนสลบไป

00000000000000

ยอดหญิงปันซู 39

    ที่กระโจมที่พัก ปันซูดีใจที่เว่ยอิงฟื้น
    “เขาฟื้นแล้ว ท่านพี่ เว่ยอิงฟื้นแล้ว ฮึ่ เว่ยอิง ท่านฟื้นแล้ว”
    เว่ยอิงมองรอบๆ “ที่นี่ที่ไหน เราสองคน เราสองคนตายแล้วไม่ใช่เหรอ”
    “ถึงเราสองคนจะตายไปแล้ว พี่ข้าก็จะไปตามกลับมาจนได้ ใช่มั้ยท่านพี่”
    “มาอยู่ที่ค่ายพี่ใหญ่ได้ไง”
    “พี่ชายไปช่วยพวกเราไว้ได้ทัน”
    เว่ยอิงเรียก “พี่ปัน”
    ปันหย่งเข้ามา “เมื่อก่อนยังเรียกปันหย่งอยู่เลย ตอนนี้เปลี่ยนเร็วจริงนะ สมองเจ้าคงไม่มีอะไรกระทบกระเทือน ไม่เสียแรงที่ใช่ยาดอกบัวหิมะแดงจนหมดเลย”
    ปันซูเขิน “ท่านพี่”
    เว่ยอิงถาม “ลุงจงและอาเซียนเป็นไงบ้าง”
    “พวกเขาดีขึ้นแล้ว โชคดีที่ลุงจง บังเอิญไปเจอท่านพี่เข้า ไม่อย่างนั้น เราคงตายไปแล้ว”
    ฉินหวยเข้ามารายงาน “ใต้เท้าปัน ตอนนี้พวกเราใกล้จะถึงผิงกู่แล้ว ใต้เท้าเว่ย ท่านฟื้นแล้ว”
    เว่ยอิงถาม “ผิงกู่ ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน”
    ปันซูตอบ “พวกเราใกล้ถึงเมืองหลวงแล้ว ท่านนะ สบบไปเกือบเดือน”
    “ข้าหลับนานขนาดนั้นเลย”
    ปันหย่งว่า “เจ้ามีชีวิตอยู่ถือว่าโชคดีแล้ว อาซู ข้าออกไปก่อนละ ดูแลเขาด้วย”
    เว่ยอิงเรียก “อาซู มาใกล้ๆ หน่อย ข้าคิดว่า จะเสียเจ้าไปซะแล้ว”
    “ข้ายังสบายดี แผลเจ้า ก็ใกล้หายแล้ว มันผ่านไปแล้ว ผ่านไปด้วยดี”
    “ทำไมเจ้าหายเร็วกว่าข้า”
    “ที่จริงแล้วกระดูกข้าหัก ตับฉีก คนเห็นแล้วตกใจ ท่านพี่ช่วยข้าสมานกระดูกแล้ว แต่ท่านโดนตีมาก่อน และยังโดนข้าแทงอีก ทั้งแผลเก่าแผลใหม่ เจ็บมากหรือเปล่า”
    “ไม่เจ็บ ได้กอดเจ้า อบอุ่นจัง อาซู อาซู”
    “ข้าอยู่นี่”
    “ข้ารักเจ้า”
    “ข้าก็รักเจ้า”
    เว่ยอิงบอกต่อ “ข้าช่วยอาเซียน เพราะมิตรภาพ นอกจากเจ้าแล้ว ข้าไม่มีวันอยู่กับผู้หญิงอื่น”
    “เจ้าป่วยขนาดนี้ ไม่มีใครชอบเจ้าหรอก”
    “เจ้าห้ามแต่งกับเติ้งจื้อ”
    “นอกจากเจ้า ข้าไม่แต่งกับใคร”
    “แต่งกับข้าแล้ว ต่อไปเรื่องในวัง เจ้าต้องฟังข้า ถ้าทะเลาะกันก็ห้ามใจร้อน”
    “เอาล่ะๆ ข้าจะเชื่อเจ้า ตอนนี้เจ้านอนพักดีกว่า พวกเราใกล้ถึงแล้ว ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเอง”
    ปันซูออกมาแล้วถอนหายใจ หลิวเซียนเข้ามาถาม ปันซูว่ารอให้เว่ยอิงแข็งแรงแล้วค่อยคุยก็ได้ หลิวเซียนจึงจะกลับไป 
    ปันซูว่า “ท่านอย่าเสียใจไปเลย”
    “แต่ว่าอาซู การมีคนรักที่ดี ดีกว่ามีเงินทอง ต่อไป ถ้าเจ้าจะมีคู่ จะต้องหาคู่ให้ได้เหมือนเว่ยอิงนะ”
    “เอาละพี่เซียน ข้างนอกลมแรง ท่านกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ อีกเดี๋ยวก็จะถึงเมืองหลวงแล้ว ท่านป้าคงไม่อยากเห็นท่านไม่สบายแน่ จริงหรือไม่”
    “ใช่แล้ว แม่บุญธรรมเป็นไงบ้าง เจ้าว่า นางจะโกรธข้าหรือไม่ เรื่องที่ข้ากับอาอิงหนีไป ข้าเป็น..องค์หญิงที่ทางราชสำนักแต่งตั้ง”
    “ท่านป้าคิดถึงท่านมาก วางใจเถอะ”
    “อื้ม ข้าไปละ” หลิวเซียนเดินไป ปันซูมองตามอย่างเศร้าๆ
    ปันหย่งเข้ามาหาน้อง ถามว่าทนได้ใช่มั้ย
    ปันซูว่า “ข้ารู้สึกเหนื่อยมาก ทำไมเรื่องถึงเป็นแบบนี้ได้”
    “ฮ่ะ อาเซียนได้รักการสะเทือนใจอย่ามาก ทำให้นางจำไม่ค่อยได้ สมองของนาง บางครั้งก็เลอะเลือน บางครั้งก็ชัดเจน เรื่องอย่างนี้ ต้องค่อยๆ รักษา ก็จะดีขึ้นเอง”
    “หากว่านางจำอะไรไม่ได้จริงๆ จะทำยังไง ความจำของนางตอนนี้ มันหยุดไว้เมื่อสามปีก่อน จำได้แค่นางกับเว่ยอิงหนีไปด้วยกัน ส่วนเรื่องที่นาง ถูกหลิวโค่วจับตัวไป นางจำมันไม่ได้”
    “ไม่ใช่ว่าจำไม่ได้ ท่านหมอบอกว่า เรื่องพวกนั้น ยังอยู่ในความทรงจำ แต่เป็นเพราะนางไม่อยากจำเอง”
    “ไม่อยากจำงั้นเหรอ”
    “ใช่ ท่านหมอเคยบอกว่า บาดแผลที่โดนไฟไหม้ นางเคยถูกแทงถึงสองครั้ง นี่เป็นเหตุผลที่ให้เจ้าปิดบังเว่ยอิง”
    “ข้าเข้าใจแล้ว คนพวกนั้น ช่างน่ากลัวจริงๆ เลวได้ถึงขนาดนี้”
    “ข้าขอเตือนเจ้านะ ต้องเผื่อใจไว้ด้วย ดูจากอาการของอาเซียน เว่ยอิงจะต้องค่อยอยู่ใกล้นาง ฮ่ะ อยู่ห่างนางไม่ได้ ที่นางเกิดเรื่องเว่ยอิงแทบบ้า ข้าเห็นด้วยตา ข้าเป็นห่วงอนาคตของเจ้า”
    “เมื่อครู่เขายังบอกว่า ถ้าไม่ใช่ข้า เขาไม่แต่ง ข้าเชื่อเขา ท่านพี่ กลัวน้องสาวจะขายไม่ออกเหรอ”
    ปันหย่งหัวเราะ “ดีมาก ผู้หญิงตระกูลปัน ต้องเข้มแข็ง”
    “ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านเห็นรึเปล่า ข้าหาท่านพี่เจอแล้ว พวกเรา สุขสบายดี”
    “ท่านทั้งสองวางใจได้ สิบแปดปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอน้องสาว จากนี้ไปข้าจะปกป้องนาง ไม่ให้นางถูกรังแกได้” ปันซูยิ้มให้พี่ 
    เว่ยอิงอาการดีขึ้น ปันหย่งมาคุยด้วย และเล่าเรื่องอาการของหลิวเซียน
    เว่ยอิงเครียด “เป็นไปไม่ได้”
    “เพราะเจ้าร่างกายไม่แข็งแรง อาเซียนอยากเจอหน้าเจ้า จะไม่บอกเรื่องนี้กับเจ้า”
    เว่ยอิงโกรธ “นางถูกหลิวโค่วขืนใจ”
    “ในเมื่อนางเป็นภรรยา เป็นผู้หญิงของเขา เรื่องแบบนี้ก็เลี่ยงได้ยาก ก็คงรู้ดี”
    “ใช่ ข้าเคยคิด แต่ไม่กล้าคิดมาก”
    “แต่ตอนนี้ ถึงเวลาที่เจ้าต้องเผชิญหน้า อาซูบอกให้ทุกคน ไม่ให้พูดเรื่องนี้กับอาเซียน เรื่องของนางกับเจ้า ที่อาซูทำแบบนี้ ข้าคิดว่า เจ้าน่าจะเข้าใจและสบายใจได้ ข้าไม่ได้จะเร่งรัดเจ้าให้ตัดสินใจ ลูกพี่ลูกน้องข้า และน้องแท้ๆ ยังไงเจ้าก็เป็นน้องเขย เจ้าคิดจะทำร้ายใคร ต้องตัดสินใจให้ดี”
    เว่ยอิงอึ้ง “ขอบคุณมาก”
    “ใช่แล้ว ข้ามีเรื่อง ขอให้เจ้าช่วย”
    “ฮ่ะ ท่านบอกมาได้เลย”
    “ถ้าเจ้ายังไม่ได้ตัดสินใจ ข้าขอร้องเจ้าอย่าไปหาอาซู แผลของนางยังไม่หายดี ข้าไม่อยากให้นางคิดมากอีก จะทำให้นางเสียใจ” เว่ยอิงอึ้งหนัก
    เว่ยอิงพบกับหลิวเซียน 
    “อาอิง เป็นไงบ้าง ท่านหายดีหรือยัง”
    “ดีขึ้นแล้ว เจ้าเป็นไงบ้าง”
    “ข้าก็ไม่เป็นไร อาอิง ที่จริงแล้ว ข้ามีเรื่องอยากพูดกับท่าน พวกเราหนีไปด้วยกัน ทุกคนคงรู้หมดแล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรจะต้องกลัว หลายปีมานี้ ข้าอยู่ข้างนอก หวังทุกวัน ว่าจะมีซักวันที่ได้กลับมา สวรรค์เมตตาแล้ว ในที่สุด เราก็ได้พบกัน ฮ่ะ ข้าคิดถึงท่านมาก”
    ที่หน้าวัง เติ้งนำทหารมารอรับปันหย่ง มีหลันจือ อาหลิงและจูติงมารอรับปันซูด้วย ฉินหวยนำหน้ามาบอกว่าทั้งหมดปลอดภัยดี เติ้งหัวเราะ
    เมื่อขบวนมาถึง ปันหย่งนำลงมารายงานเติ้ง
    “ข้าน้อยปันหย่ง พร้อมทั้งเหล่าทหาร คารวะท่านแม่ทัพ รบครั้งนี้ ฆ่าคนของหลิวโค่วไปสองหมื่น เอาชายแดนกลับคืน”
    “ทำดีมาก พวกเราต้าฮั่นมีสุข ชายแดนสงบสุข ไทเฮาทรงบอกว่า ต้าฮั่นยิ่งใหญ่ ชนะทุกทิศ ชื่อเสียงก้องไกล” เติ้งชื่นชม
    เหล่าทหารกล่าว “ต้าฮั่นยิ่งใหญ่ ชนะทุกทิศ ชื่อเสียงก้องไกล ต้าฮั่นยิ่งใหญ่ ชนะทุกทิศ ชื่อเสียงก้องไกล ต้าฮั่นยิ่งใหญ่ ชนะทุกทิศ ชื่อเสียงก้องไกล”
    เติ้งสวน “ดี แม่ทัพทุกท่าน บำเหน็จห้าเท่า ให้พักหนึ่งเดือน นอกจากนี้ ราชสำนักจะเพิ่มบำเหน็จให้อีก”
    “ฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
    ขบวนของปันซูมา เติ้งดีใจรีบไปหาปันซูกอดอย่างคิดถึง
    “น้องข้า ฮ่ะๆๆๆ น้องข้าอ่า เจ้าทำไมถึงได้ดูผอมอย่างนี้ ข้าคิดถึงเจ้ามากเลย”
    “ปล่อยข้าเถอะคนอยู่มากมาย มา ข้าจะแนะนำท่าน นี่คือลุงจงที่ข้าพูดถึง” ปันซูแนะนำ
    “อ้อ ลุงจง ปันซูพูดถึงท่านบ่อยๆ”
    ลุงจงหัวเราะ “ข้าได้ยินปันซูพูดถึงท่าน ในด้านไม่ดี”
    “ผู้ชายไม่ดีผู้หญิงไม่รักหรอก”
    เติ้งจะคุยต่อ แต่อาหลิงเข้ามาแทรก “เอ๊ะ ท่านแม่ทัพ ตอนนี้อาจารย์พวกเรามีคนรักแล้ว ท่านอย่าพูดมั่ว”
    เติ้งเหวอ “อ่ะ”
    “อาจารย์ ท่านกลับมาแล้ว ข้าคิดถึงท่านมาก ท่านจะไปไม่บอกกันบ้างเลย ตอนที่อาจารย์หยาวบอกพวกเรา ไม่อยากจะเชื่อเลย ใช่สิ ท่านไปที่นั่นทำไม”
    “ข้า ข้าก็คิดถึงพวกเจ้า ข้าไม่อยู่ ขี้เกียจกันรึเปล่า”
    จูติงว่า “อาจารย์วางใจได้ อาจารย์โค่วกลับมาแล้ว ใครจะกล้า”
    อาหลิงเห็นพ้อง “ใช่อ่า อาจารย์หยาวกับอาจารย์โค่ว” อาหลิงเห็นเว่ยอิง “หา อาจารย์เว่ยก็กลับมาด้วย”
    เว่ยอิงประคองหลิวเซียนลงมา หลิวเซียนจะเป็นลม เว่ยอิงรีบดูแล
    “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” อาหลิงถาม
    หลันจือว่า “อาจารย์หลิว ไม่ องค์หญิงฝู่หยวน”
    “อาจารย์หลิว งั้นนางก็คือ”
    เว่ยอิงรีบประคองหลิวเซียนไปพักผ่อน
    อาเซียน ตรงนี้ลมแรง กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ
    หลันจือมองปันซู “ดูเหมือนว่าเจ้าจะต้องเหนื่อยแน่นอน เป็นไงล่ะ อยากให้ข้าสอนเจ้าไหม จะต้องอดทนยังไง”
    “ขอบใจ ไม่เป็นไร ใช่สิ ข้าได้ยินว่าเจ้ากลับมาเป็นอาจารย์แล้ว เจ้าทำได้ดีมากทีเดียว ดูว่าจะเป็นความจริง อย่างที่คนเข้าพูดกัน หรือไม่นะ” 
    เติ้งแทรกขึ้น “เอาล่ะ วันนี้ทุกคนมีความสุข ไปที่บ้านข้า ดื่มเหล้ากันดีกว่า ดีไหมน้องข้า”
    ปันซูกับหลันจือย้อนพร้อมกัน “ใครจะไปกับเจ้า”
    หลันจือบอกจูติง “จูติง พวกเราไปเถอะ”
    เติ้งมองตาม “นางใจแคบจริงๆ”
    ปันซูยิ้ม อาหลิงบ่น “อาจารย์ ข้าไม่ชอบนางเลย พอกลับมาก็จัดการนั่นนี่ ยังเยาะเย้ยถากถางอีก”
    “เจ้ายังเด็ก ไม่เข้าใจหรอก นางแค่กำลังจะปลอบใจข้า”
    “ปลอบใจท่าน”
    “แค่ข้าเห็นนาง ข้าก็เข้าใจ ถ้าไม่มีการอิจฉาเกลียดชังกัน มันก็คงจะดีมาก ฮึ่”

จบตอนที่ 39


เปิดอ่าน