30ปีแห่งความหลัง"เพชรา เชาวราษฎร์"

หากกล่าวถึง นางเอกชื่อดังในอดีตของเมืองไทย เจ้าของฉายานัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง ผู้คนส่วนใหญ่ต้องนึกถึง “อี๊ด” เพชรา เชาวราษฎร์ แม้ปัจจุบันเธอจะห่างหายจากวงการไปนาน จนคนรุ่นหลังอาจจะไม่รู้จัก แต่ล่าสุดเธอตัดสินใจหวนสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง ด้วยวัย 66 ปี

หลังจากเงียบหายไปจากวงการบันเทิง โดยไม่ยอมเผยโฉมออกสื่อ มายาวนาวกว่า 30 ปี ด้วยการรับคำเชิญเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เครื่องสำอางชื่อดัง “มิสทิน” ซึ่งครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่คนไทยจะได้เห็นโฉมหน้าของเธอครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี

 โดยเรื่องดังกล่าวได้รับการยืนยันจากนักร้องลูกกรุงชื่อดัง ชรินทร์ นันทนาคร คู่ชีวิตของอดีตนางเอกชื่อดัง ว่าสาเหตุสำคัญที่อดีตนางเอกขวัญใจชาวไทย ยอมตกลงถ่ายโฆษณาครั้งนี้สามีคู่ชีวิตกล่าวว่า คงเป็นเพราะทางมิสทินบอกว่าจะนำรายได้ ไปมอบให้แก่มูลนิธิคนตาบอด เรื่องนี้น่าจะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่สุด อีกทั้งถ่ายเฉพาะภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวสำหรับถ่ายเป็นโฆษณาทีวี โดยไม่ต้องไปโปรโมทสื่อต่างๆ เชื่อว่า เรื่องตื่นเต้นคงไม่ค่อยเท่าไหร่ เนื่องจากภรรยาเคยผ่านหน้ากล้องแสดงภาพยนตร์มาแล้ว และการถ่ายโฆษณาสามารถถ่ายซ้ำได้ แต่ทั้งนี้ภรรยาอาจจะมีอาการกังวลกับโลกที่เปลี่ยนไป

  “คือถ้าถ่ายหนัง ถ่ายโฆษณา อี๊ดเขาโอเค เพราะว่าถ่ายซ่อมได้ แต่ถ้าเป็นรายการสด อี๊ดจะกลัวมาก จะไม่มั่นใจ อีกอย่างที่อี๊ดกังวลคือ เขากลัวว่าจะเชย เพราะมีบ่นๆ ว่า ออกไปแล้วคงจะเชยระเบิด พูดจาไม่ทันสมัย เพราะไม่ได้ไปไหนเลย กลัวหน้าผมออกมาแล้วจะดูเชย ผมก็บอกไปว่า ไม่ต้องกลัว สมัยนี้มีช่างแต่งหน้า ช่างผมทำให้พร้อม ไม่เหมือนดาราสมัยก่อนที่ต้องทำกันเอง” ชรินทร์กล่าว 

เพชรา เชาวราษฎร์ เกิด 19 มกราคม  พ.ศ. 2486 ชื่อเล่น อี๊ด ชื่อจริงนามสกุลจริงคือ เอก เชาวราษฎร์ มีผลงานแสดงประมาณ 300 เรื่อง ระหว่าง พ.ศ. 2505 ถึง 2521 เธอเกิดที่จังหวัดระยอง เป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้องทั้งหมด 7 คน หลังจากที่ชนะการประกวดธิดาเมษาฮาวายประจำปี พ.ศ. 2504 ที่จัดโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ใช้ชื่อในการประกวดว่า ปัทมา เชาวราษฎร์ ก็ก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์จากการชักชวนของ ศิริ ศิริจินดา แห่งบริษัทจินดาวรรณภาพยนตร์  และ ดอกดิน กัญญามาลย์ แสดงภาพยนตร์เรื่อง บันทึกรักพิมพ์ฉวี เมื่อ พ.ศ. 2505 เป็นเรื่องแรกคู่กับ มิตร ชัยบัญชา ขณะที่อายุได้ 19 ปี โดยดอกดิน เป็นผู้ตั้งชื่อในวงการให้ว่า เพชรา
เธอแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจากภาพยนตร์เรื่อง ดอกแก้ว ตามด้วย หนึ่งในทรวง  อ้อมอกสวรรค์ ซึ่งได้แสดงคู่กับมิตร ชัยบัญชา รับบทคู่รักในภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง เป็นที่ชื่นชอบของแฟนภาพยนตร์ เรียกว่า คู่ขวัญ มิตร-เพชรา หลังจากมิตร ชัยบัญชา ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในการถ่ายภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง เพชราก็ยังรับบทนางเอกภาพยนตร์ต่อเนื่องมาอีกหลายปี คู่กับ สมบัติ เมทะนี ไชยา สุริยัน ลือชัย นฤนาท และพระเอกใหม่ ครรชิต ขวัญประชา นาท ภูวนัย ยอดชาย เมฆสุวรรณ กรุง ศรีวิไล ประมาณ พ.ศ. 2515 เธอเริ่มมีปัญหาเรื่องสายตา เนื่องจากในการถ่ายภาพยนตร์ต้องใช้แสงไฟสว่างจ้า ใช้เวลารักษาอยู่หลายปี จนกระทั่งตาบอดสนิททั้งสองข้าง เมื่อ พ.ศ. 2521 ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่เธอแสดง คือเรื่อง ไอ้ขุนทอง ซึ่งเธออำนวยการสร้าง และแสดงเป็นแม่ของพระเอก รับบทโดยสรพงศ์ ชาตรี 
เพชรา สมรสกับ ชรินทร์ นันทนาคร และหลังจากหยุดงานแสดงเพื่อรักษาสุขภาพมาหลายปี เธอทำงานเป็นนักจัดรายการวิทยุ ตั้งแต่ พ.ศ. 2544-2548 ในปี 2552 เธอให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ครั้งแรกในรอบ 30 ปี กับ "วู้ดดี้" วุฒิธร มิลินทจินดา พิธีกรรายการ วู้ดดี้เกิดมาคุย โดยเข้าไปคุยในบ้านของเธอเอง พร้อมพูดเปิดใจและบอกสาเหตุที่เก็บตัวเงียบ ไม่ยอมออกรายการโทรทัศน์

 "มีคนพูดกันว่า ดิฉันหยอดตาเพื่อให้ตาหวานตาสวย คิดดูสิว่า เล่นหนังมากี่เรื่องล่ะ คงจะหยอดตามาตลอด...ตาจึงมีปัญหาอย่างนี้ แต่นั่นไม่เป็นความจริงเลยค่ะ สาเหตุเป็นเพราะดิฉันร้องไห้เยอะ ไม่ได้พักดวงตา และขับรถเองตลอด ประกอบกับสมัยนั้น ถ่ายหนังต้องใช้ไฟแรง หรือใช้รีเฟล็กซ์เยอะ ช่วงหลังๆ เมื่อปี 2513 ดิฉันเริ่มแสบตา ถูกแอร์รถยนต์ก็แสบ แต่ดิฉันก็ยังขับรถไปถ่ายหนังต่างจังหวัดเอง และอดทนแสดงภาพยนตร์จนถึงเรื่องสุดท้ายคือ "ไอ้ขุนทอง" เข้าฉายในปี 2520"  นี่คือคำสัมภาษณ์จากปากเพชรา จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย

 "ปัจจุบันดิฉันปิดบ้าน ไม่ออกไปไหน ไม่ให้ใครเห็น เพราะดิฉันทำใจไม่ได้ ยอมรับตัวเองไม่ได้ พอนึกถึงคำว่า "เพชราตาบอด" ขึ้นมาครั้งใด น้ำตาจะไหลพรากทุกครั้งใช้เวลาทำใจอยู่หลายปี แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังอยากกลับมามองเห็นเหมือนเดิม อยากดูเบอร์โทรศัพท์เอง อยากเห็นสีสัน อยากขับรถเอง อยากตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง" อดีตนางเอกขวัญใจผู้ชมชาวไทยเล่าถึงความทุกข์ที่ต้องผจญกับโลกมืด

 แม้วันนี้เราจะยังไม่ได้เห็นหน้า เพชรา เชาวราษฎร์ แต่เชื่อว่าวันนี้เธอยังสวยสมวัย และเป็นนางเอกในดวงใจของคนไทยตลอดกาล


เปิดอ่าน