บันเทิง

‘ผู้บริหารแกรมมี่’ เผย ‘น็อต’ ได้บทเรียนยิ่งใหญ่ของชีวิต

‘ผู้บริหารแกรมมี่’ เผย ‘น็อต’ ได้บทเรียนยิ่งใหญ่ของชีวิต

07 พ.ย. 2559

ผู้บริหารจีเอ็มเอ็ม ทีวี เผยคุยกับ “น็อต” อัครณัฐ ชี้พิธีกรหนุ่มได้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่มากของชีวิต เตือนเด็กในสังกัดขอแค่เป็นคนดีอยู่บนพื้นฐานของการเป็นคนธรรมดา

         จากกรณีเหตุการณ์เผยแพร่คลิปพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของ “น็อต” อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล ผ่านทางโซเชียลมีเดีย บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด ได้ยกเลิกสัญญาการเป็นพิธีกรและนักแสดง ในสังกัดของบริษัทฯ และขอยุติการทำงานทุกประเภทของ “น็อต” อัครณัฐ

         ผู้สื่อข่าว “คม ชัด ลึก” ได้โทรศัพท์ไปสัมภาษณ์ สถาพร พานิชรักษาพงศ์ หรือ "ถา" กรรมการผู้จัดการ “บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด" เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางผู้บริหารกล่าวว่า

         "เมื่อวานนี้ (6พ.ย.)ตอนที่คลิปมันแพร่ระบาดมีการพูดคุยกัน เป็นที่มาว่าเราจะแถลงข่าวในวันรุ่งขึ้นคือ วันที่ 7 พ.ย. เลยคุยกับน้องไปว่า จะแถลงข่าว คือสิ่งที่ได้เห็น มันคือน็อตผิดนะ น็อตผิดอย่างเต็มๆเลย ผิดมากๆด้วย ถึงแม้ว่าจะถูกชนแล้วหนียังไงก็แล้วแต่ แต่พอน็อตไปชกต่อยเขาอย่างนั้น ยังไงเราก็ผิด เพราะฉะนั้นสิ่งที่แนะนำอยากให้น็อตออกมาแถลงคือ น็อตต้องยอมรับในความผิดที่ตัวเองทำ และขอโทษอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยที่น้องได้เล่าให้ฟังว่าน็อตได้ไปที่โรงพักวันนั้น พอเกิดเรื่องไปที่โรงพัก และได้เจอน้องคู่กรณีและคุณแม่ และน็อตก็บอกว่าน็อตได้ขอโทษแล้วนะ หลังจากเกิดเรื่องได้ขอโทษทั้งคุณแม่และคู่กรณีแล้วเรียบร้อย จนเข้าใจกันดีหมดแล้ว เราก็เลยโอเค ตอนนั้นที่เราคุยกัน ยังไม่มีการแถลงที่โรงพักนะ  คือเราคุยกันตอนประมาณ 3-4 โมงเย็น เราเลยโอเคน้องได้ขอโทษทางคุณแม่และคู่กรณีที่โรงพักก่อนหน้าแล้ว คือจากคลิปที่เผยแพร่ออกสู่สาธารณชน ต่อสังคม น็อตจะต้องขอโทษสังคม และสาธารณชนด้วย โดยไม่มีเงื่อนไขเพราะว่าเราผิดจริงๆ อันนี้คือสิ่งที่บอกเขาไป แต่ว่าเมื่อคืน (6พ.ย.) ที่โรงพัก ได้มีการแถลงเกิดขึ้น เราเลยยกเลิกการแถลงข่าววันนี้ (7 พ.ย.) และเหลือแค่ประกาศคำสั่งการลงโทษแล้วกัน"ผู้บริหารกล่าว

         ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ตัดสินใจนานหรือไม่ ในการยุติสัญญา ผู้บริหารเผยว่า ตัดสินใจเมื่อคืน(6พ.ย.) และประกาศวันนี้(7พ.ย.) ซึ่งได้มีการชี้แจงกับน็อตไป

         "เราเป็นคนโทรหาเขาเองว่า บริษัทจะต้องตัดสินใจอย่างนี้นะ และสอนเขาไป สอนกึ่งตำหนิว่าทำไมไม่เชื่อเรา ว่าน้องควรจะต้องขอโทษสังคมเท่านั้น เพราะว่าเราผิดจริงๆ เขาก็ไม่พูดตรงนี้ไป น้องก็ขอโทษเรา ก็รู้สึกว่าสลดไป เขาได้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่มากของชีวิต ถามว่าโดยปกติเขาเป็นคนใจร้อนไหม เท่าที่สัมผัสกัน เป็นการส่วนตัว น้องไม่ได้เป็นคนใจร้อนขนาดนั้นนะ น้องเป็นคนสุภาพและมีสัมมาคารวะปกติเลย อันนี้หมายถึงกับเรานะ น้องโอเค เป็นน้องที่น่ารักมากๆคนหนึ่งเลย พอเกิดเหตุการณ์นี้ยอมรับว่าตกใจ ที่ทำไมถึงเป็นขนาดนั้น ยังบอกเขาไปเลยว่า น็อตใจร้อนมากเลยนะ น็อตใจร้อนมากเกินไป น็อตตัดสินใจแบบนั้น อารมณ์ร้อนเกินไปนะ เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับเลยว่าเราผิด ไม่ว่ายังไง เราไม่มีสิทธิ์ไปทำกับเขาแบบนั้น พอเราทำไปแล้ว เราต้องยอมรับว่าผิด และเราต้องขอโทษ ขอโทษเขาไปแล้ว ตอนนี้ต้องขอโทษสังคม เพราะคลิปนี้มันออกสู่สังคม แล้วเราเป็นคนของสังคม เราเป็นที่รู้จัก นี่คือประเด็นที่ได้คุยกับเขา" ผู้บริหารกล่าว

         ถามต่อว่า จะมีมาตรการต่อไป ในการตักเตือนเด็กในสังกัดอย่างไร เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทางผู้บริหารกล่าวว่า

         “เด็กในสังกัดเราที่ผ่านๆมา เราก็จะมีพูดเรื่องนี้ โดยที่เราเน้นย้ำตลอดว่า คือจริงๆแล้ว เราจะไม่พูดเรื่องการเป็นดาราหรือนักแสดงมานำหน้า จะพูดว่า ถ้าเราเป็นคนดี โดยที่เราไม่ต้องสนใจว่าเราเป็นดาราหรือเปล่า ขอแค่เราเป็นคนดี อย่างในกรณีนี้ที่เกิดขึ้น ก็ได้บอกกับหลายๆคนไปว่า ไม่ต้องคิดว่าเราเป็นดาราหรือเปล่า แค่เป็นคนธรรมดา ยังไม่มีสิทธิ์ทำอะไรแบบนี้เลย แค่เป็นคนธรรมดาก็ไม่ควรทำแบบนี้แล้ว  มันก็มีเรื่องกฎหมาย เรื่องอะไรมารองรับอยู่แล้ว เราไม่มีสิทธิ์ไปใช้กำลังกับเขาเลย เอาแค่คนธรรมดานะ ก็ทำแบบนี้ไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นยิ่งเราเป็นดารา นักแสดงที่มีคนรู้จักด้วย การทำแบบนี้ ยิ่งร้ายแรงมากขึ้น เพราะเราเป็นที่จับตามองของสังคม และเราเป็นตัวอย่างของเยาวชนและสังคมด้วย เพราะฉะนั้นยิ่งรุนแรงมากขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไร เราจะสอนว่า เอาแค่พื้นฐานของการเป็นคนธรรมดาให้ได้ก่อน ถ้าทำได้ตรงนั้น เราจะเป็นดาราหรือจะเป็นอะไร ยังไงมันก็ดี” ผู้บริหาร กล่าว