ทำไมต้องโบลีนกราวน์สารซ่อนเร้นจากเวสต์แฮม

ทำไมต้องโบลีนกราวน์สารซ่อนเร้นจากเวสต์แฮม : คอลัมน์ Eat paly life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร


          ระหว่างที่เชลซีกำลังจะรีโนเวทสนาม... ระหว่างที่สเปอร์สกำลังจะย้ายสนามใน 3 ปีข้างหน้านั้น เวสต์แฮมเป็นอีกทีมจากลอนดอนที่ย้ายรังก่อน 2 ทีมนี้
 
          พวกเขาจะทิ้งอัพตัน พาร์ค หรือโบลีนกราวด์ไว้เบื้องหลัง คำถามคือ ทำไมชื่อสนามคุ้นๆ ว่า อัพตัน พาร์ค ถึงกลายมาเป็นโบลีนกราวน์บนอกเสื้อ มันมีที่มาจากพื้นที่นี้คืออดีตความหลังของแอนน์ โบลีน
 
          จากข้อมูลในวิกิพีเดียเล่าว่า แอนน์ โบลีน (Anne Boleyn) หอคอยลอนดอน อังกฤษที่ติดอันดับสถานที่ที่หลอนที่สุดในโลก และถือว่าเป็นราชินีที่สุดอาภัพพระนางหนึ่งของอังกฤษ เนื่องจากพระนางต้องระทมทุกข์แสนสาหัสเพราะพระสวามีได้หมดรักก่อนจะผละไปหาสตรีคนใหม่อย่างไม่สนใจไยดี
 
          เท่านั้นยังไม่พอ พระนางยังถูกคำสั่งประหารชีวิตอย่างทารุณในเวลาต่อมาด้วย บางทีสิ่งนี้ทำให้วิญญาณที่หาความสงบไม่ได้ของพระนางจึงจำเป็นต้องออกมาให้ผู้คนได้พบเห็นจนเกิดอาการขนลุกขนพองกันไปทั่วตราบเท่าทุกวันนี้
 
          เรื่องราวของราชินีแอนน์ โบลีน นั้นเป็นเรื่องที่โด่งดังไปทั่วโลก และมีเรื่องราวโจษขานกันนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา นั่นก็คือ...นับตั้งแต่วันที่พระนางถูกคำสั่งประหารด้วยกิโยตินเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ.1536 วิญญาณของพระนางก็ไม่เคยได้รับความสงบ รวมไปถึงการมาปรากฏของแอนน์ โบลีน ราชินีไร้หัว
 
          ก่อนหน้าที่จะพบจุดจบอย่างทารุณนั้น พระนางผู้ซึ่งเป็นพระธิดาของเอิร์ลแห่งวิลล์ไชร์ ได้มีโอกาสพบรักกับพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มีความเจ้าชู้เป็นอย่างมาก และทั้งๆ ที่พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ได้ครองคู่อยู่กินกับพระราชินีแคทรีนแห่งอารากอนอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็อดปลีกเวลามาพลอดรักฝากใจกับแอนน์ โบลีนไม่ได้ ในที่สุดเมื่อความรักสุกงอม และเป็นความรักชนิดที่รอไม่ได้อีกต่อไป พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ก็หาหนทางหย่าขาดจากพระมเหสีแคทรีนแห่งอารากอนจนได้ ทั้งๆ ที่ทรงถูกคัดค้านจากบรรดาเหล่าเสนาบดีอย่างหนัก แต่ในสุด แอนน์ โบลีน ก็ได้ขึ้นแท่นเป็นพระราชินีของประเทศอังกฤษจนได้ในเวลาต่อมาแต่แล้วพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ผู้มีความรักเหลือเฟือและรักใครต่อใครได้ง่ายดายเหลือเกินก็ตัดรักกับพระราชินีแอนน์ โบลีน จนได้หลังจากที่ครองรักกันอย่างหวานชื่นมาเป็นเวลา 1,000 วัน หรือราว 3 ปีกว่าๆ โดยที่พระองค์พบรักครั้งใหม่กับเจน ซีมอร์ และเหตุผลที่พระองค์หาทางตัดรักหรือเลิกรักกับแอนน์ โบลีน ก็คือหาว่าเธอคบชู้สู่ชาย และนั่นเป็นเหตุที่ไม่เพียงให้รักต้องสะดุดลงเท่านั้น แต่ยังเป็นเหตุให้แอนน์ โบลีน ถูกคำสั่งให้นำตัวไปประหารชีวิตอีกด้วย
 
          ระหว่างที่รอการประหารอยู่นั้น อดีตพระราชินีแอนน์ โบลีน ก็ถูกนำตัวไปคุมขังไว้ที่ Tower of London หรือที่ถูกขนานนามว่าหอคอยเลือดเอาไว้ก่อน เวลาเดียวกันกับพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ก็นำเข้าเพชฌฆาตจากฝรั่งเศส รวมถึงใบมีดกิโยตินจากฝรั่งเศสด้วยพร้อมๆ กัน
 
          ในที่สุดพระนางแอนน์ โบลีน ก็ถูกกิโยตินบั่นพระเศียรจนหลุดจากบ่า แต่นั่นไม่ใช่ฉากสุดท้ายของราชินีผู้อาภัพพระองค์นี้ เพราะดูเหมือนว่าวิญญาณที่ไม่เคยพบความสงบของพระนางกำลังเริ่มต้นฉากแห่งการหลอกหลอนผู้คนที่ Tower of London รวมไปถึงยังได้หวนกลับไปยังถิ่นเก่าของพระนางในสภาพของวิญญาณด้วยในภายหลัง
 
          นับได้ว่า แอนน์ โบลีนนั้นเป็นวิญญาณหรือผีราชินีที่มีความเฮี้ยนเป็นอันมาก เพราะพระนางไม่เคยปล่อยให้ใครต่อใครในหอคอยแห่งลอนดอนหรือหอคอยเลือดแห่งนี้หายใจทั่วท้องเลย หากต้องเดินผ่านมาที่หอคอยแห่งนี้ในยามค่ำคืนหรือแม้แต่ในช่วงเวลากลางวันก็ตามที
 
          บ่อยครั้งที่พระนางจะปรากฏให้ผู้คนได้เห็นพระนางในสภาพผีหัวขาดกันชนิดตาต่อตา ใครที่ใจไม่แข็งพอก็มักจะเป็นลมล้มกันกันในทันที หรือบางครั้งแม้แต่ทหารยามรักษาการณ์ที่หอคอยแห่งนั้นก็เคยได้พบเห็นร่างไร้หัวของพระนางจนเกิดอาการตะลึงถึงขั้นทำอะไรไม่ถูกก็มี
 
          ช่วงเวลาราวตี 2 ของทุกคืนนั้นถือว่าเป็นช่วงเวลาน่ากลัวที่สุดของทหารยามรักษาการณ์ เพราะเวลานั้นคือเวลาที่ตรงกับเวลาของการประหารชีวิตบุคคลต่างๆ ในราชวงศ์ รวมทั้งกรณีของพระนางแอนน์ โบลีนด้วย ดังนั้นเวลาดังกล่าวจึงเป็นช่วงที่ทหารยามจำนวนไม่น้อยได้พบเห็นร่างของพระนางอย่างชัดเจน คราวหนึ่งทหารยามนายหนึ่งถึงกับตะลึงเมื่อเห็นหมอกควันสีขาวรวมตัวกันเป็นรูปของสตรีโบราณสวมหมวกโบราณต่อหน้าต่อตา ร่างนั้นมีอาการจางๆ หายๆ อยู่ 3 ครั้ง ก่อนที่จะมีสภาพเป็นหญิงโบราณเดินตรงรี่เข้ามาหาเขา เขาจึงตัดสินใจใช้ดาบปลายปืนแทงร่างนั้นเต็มแรง ก่อนที่จะยิงปืนเข้าใส่ร่างนั้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
 
          เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในปีค.ศ.1864 และเป็นเหตุที่ทำให้ทหารยามรายนั้นถูกนำตัวไปสอบสวนอย่างหนักก่อนที่จะนำตัวส่งขึ้นศาลพิพากษา และมีการปล่อยตัวในที่สุดโดยที่ไม่มีความผิด เพราะเชื่อกันว่าสิ่งที่เล่นงานทหารยามคนนั้นเป็นวิญญาณของพระนางแอนน์ โบลีนจริงๆ


เปิดอ่าน