เหตุผลของ‘คนบันเทิง’หมดสัญญาหยุดพันธะด้วยเวลาหรือที่ใจ

เหตุผลของ ‘คนบันเทิง’ หมดสัญญาหยุดพันธะด้วยเวลาหรือที่ใจ : สกู๊ปบันเทิง

 
          ช่วงนี้กระแสที่กำลังเป็นที่พูดถึงมากที่สุด คงเป็นเรื่องของสัญญาของเหล่าศิลปิน ดารา ที่เป็นเพียงกระดาษ แต่มีผลชะงักงันตามช่วงเวลา ลองมาดูว่าผลของกระดาษที่ชื่อว่า “สัญญา” เมื่อหมดลงจะเป็นอย่างไร 
 
          เริ่มที่ “วงการเพลง” ที่ตอนนี้กลายเป็นที่จับตามองมาก ในเรื่องของการเตรียมกางปีกบินจากบ้านหลังเก่าอย่าง “แกรมมี่” ไปบ้านหลังใหม่ภายใต้สังกัด “สหภาพดนตรี” ของ “ฟองเบียร์” ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ชื่อดัง ที่อยู่ค่ายยักษ์ใหญ่ย่านอโศกมายาวนานมากกว่า 10 ปี ที่ไต่จากนักแต่งเพลงฝึกหัด ขึ้นมาเป็นนักแต่งเพลงแถวหน้า ตามด้วยการเป็นโปรดิวเซอร์ จนมาถึงการเป็นเจ้าของค่าย “วี เรคคอร์ด” ภายใต้สังกัดแกรมมี่ แต่สิ้นเดือนกันยายนนี้ สัญญาลายลักษณ์อักษรจะหมดลง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการต่อกันมาตลอด แต่มาตอนนี้สัญญาใจที่เคยมีหมดลงไปด้วย โดยมีคนมองว่าเรื่องของสัญญาใจที่หมดลงนั้น มาจากการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารภายในแกรมมี่ กับการมานั่งแท่นกุมบังเหียนของ “นิก” วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ที่มาดูแลธุรกิจเพลงแกรมมี่แทน “ตี่” กริช ทอมมัส สร้างรอยแยกเล็กๆ ทำให้ฟองเบียร์ยกพลศิลปินในค่ายวี เรคคอร์ด เดินออกจากแกรมมี่มา และจะเริ่มเปิดตัวกับค่ายใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ 
 
          มาที่ “วงการจอแก้ว” ที่เรื่องของการหมดสัญญาคึกคักกันมากๆ เพราะเหล่าดาราของ 2 ช่องยักษ์ ต่างพาเหรดเดินจากกันมาเป็นทิวแถว เริ่มที่วิกสามพระรามสี่ ที่พระเอกตัวท็อปอย่าง “อั้ม” อธิชาติ ชุมนานนท์ ที่หมดสัญญาลงเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และไม่ต่อสัญญา เพราะมุ่งมาทำหน้าที่ผู้จัดร่วมกับศรีภรรยา “นัท” มีเรีย เบนเนเดดตี้ ให้กับทางช่องทรูโฟร์ยู การไม่ต่อสัญญาของอั้ม เรื่องของช่วงเวลาพันธสัญญาที่หมดลงคือเหตุผลน้อยนิดมากในการตัดสินใจไม่ต่อสัญญาของอั้ม เพราะข่าวลือออกมาว่าเหตุผลหลักของการไม่ต่อสัญญาของอั้มมาจากการน้อยอกน้อยใจช่อง 3 ที่ไม่ให้พระเอกหนุ่มขึ้นแท่นเป็นผู้จัด หลังจากที่เสนอละครไปหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้ช่องพิจารณา แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ ผิดกับทางทรูโฟร์ยู ที่แค่เข้าไปเพียงครั้งเดียวก็พร้อมทุ่มเงินมหาศาลถึง 150 ล้านบาท ให้อั้มทำละครซีรีส์ให้แก่ทรูฯ ความทรงจำดีๆ ของอั้มกับช่อง 3 ยังอยู่ แต่ที่ไม่อยู่คงจะเป็นเรื่องของใจและความก้าวหน้ามากกว่า 
 
          เรื่องของการหมดสัญญาจริงๆ แล้วพระเอกเบอร์หนึ่งอย่าง “เคน” ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ก็หมดสัญญาลายลักษณ์อักษรกับทางช่อง 3 แล้ว แต่ต่างกันตรงที่เคนยังมีสัญญาใจกับทางช่อง 3 ทำให้เคนไม่ได้เดินจากมา หรือแม้แต่นางเอกอย่าง “ชมพู่” อารยา เอ ฮาร์เก็ต “แอฟ” ทักษอร เตชะณรงค์ “เชอร์รี่” เข็มอัปสร สิริสุขขะ ที่ก็ไม่มีสัญญาเป็นตัวกระดาษกับทางช่อง 3 แล้วเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ไปรับงานที่อื่น โดยสาวชมพู่เผยว่าสัญญาของเธอหมดไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว ถึงยังไม่ได้เซ็นสัญญาต่อเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางช่อง 3 แต่เธอก็คือนักแสดงของช่อง 3 อยู่เหมือนเดิม รวมไปถึงพระเอก แอนดริว เกร้กสัน ที่เป็นนักแสดงอิสระ ไม่ได้มีสัญญา แต่ทุกครั้งที่มีงานแสดงเข้ามา ที่ไม่ใช่ของช่อง 3 เจ้าตัวจะเดินไปขออนุญาตทางช่อง 3 ก่อน เพราะฉะนั้นเรื่องของสัญญากระดาษไม่ได้มีผลมากนัก เท่ากับสัญญาใจ ซึ่งสักวัน “อั้ม” อธิชาติ ที่หมดสัญญาไปแล้วก็มีโอกาสที่จะกลับมาร่วมงานกับทางช่อง 3 ได้เช่นกัน
 
          ข้ามมาฝั่งวิก 7 สี กันบ้าง ที่นางเอกเบอร์หนึ่งของช่องอย่าง “อั้ม” พัชราภา ไชยเชื้อ ที่ไม่ได้มีสัญญากับทางช่อง 7 แต่อั้มก็เลือกที่จะรับงานแสดงละครกับทางช่อง 7 เท่านั้น เช่นเดียวกับ “กบ” สุวนันท์ คงยิ่ง ที่หากเธอกลับมาเล่นละคร ละครที่เธอจะเล่นจะอยู่ภายใต้ช่อง 7 แน่นอน ถึงในตอนนี้ไม่มีสัญญาผูกมัดกันแล้วก็ตาม พันธสัญญทางกฎหมาย ไม่มีผลกับ 2 นางเอกชื่อดังเลย ส่วนที่ยังคลุมเครืออย่าง “ใหม่” ดาวิกา โฮร์เน่ ที่สัญญาทางกฎหมายกำลังจะหมดสิ้นปีนี้ โดยเส้นทางของใหม่อาจจะแตกต่างจาก 2 นางเอกรุ่นพี่ ตรงที่ทันทีที่หมดสัญญา ใหม่คือคนหนึ่งที่อาจจะเดินออกจากช่อง 7 พร้อมกับการรับงานในฐานะนักแสดงอิสระกับช่องอื่น เช่นเดียวกับ “แพนเค้ก” เขมนิจ จามิกรณ์ ที่หากหมดสัญญาในปลายปีนี้ โอกาสในการไม่ต่อสัญญามีสูงลิ่ว อาจเพราะสัญญาใจของสาวใหม่และแพนเค้กกับทางช่อง 7 อาจจะมีน้อยกว่า 2 นางเอกรุ่นพี่อย่าง “อั้ม” และ “กบ”
 
          เรื่องสัญญาใจไม่ได้มีพันธะและข้อผูกมัดทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นไม่มีผลในการตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งทันทีที่พันธสัญญาที่จรดปากกาไว้ในกระดาษหมดลง ทุกคนต่างมีสิทธิในการตัดสินใจยังไงก็ได้ ไม่มีคำว่าผิดหรือถูกแต่อย่างใด !!
 
 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน