คุยแบบสนบายๆกับ...เจสัน ยัง

ห่างหายจากวงการภาพยนตร์ไปนานเกือบ 10 ปี สำหรับหนุ่ม เจสัน ยัง แต่ทั้งนี้เจ้าตัวยังยืนยัน ว่าไม่ได้หายไปจากวงการ

 เพราะก่อนหน้านี้มีงานละครเวทีบัลลังก์เมฆ แถมยังเคยทำหนังสั้นกับน้องๆ ม.กรุงเทพด้วย ล่าสุดเจอเจสันที่มาโปรโมทภาพยนตร์เรื่อง "6.66 ตายไม่ได้ตาย" หนังร่วมทุนของ "สหมงคลฟิล์ม" และ "เวิร์คพอยท์" ได้ถามไถ่ถึงเรื่องราวต่างๆ

@ ไม่เห็นหน้าในวงการนาน ก่อนหน้านี้หายไปไหนมา
 ก่อนหน้านี้ไปเรียนที่อเมริกา ที่โคลัมเบีย คอลเลจ ฮอลลีวู้ด ตอนนี้จบปริญญาตรี สาขาภาพยนตร์มาได้ 5 ปีแล้ว ช่วงที่กลับมาใหม่ๆ ก็มีรับงานโฆษณาโปรดักท์เกี่ยวกับเส้นผม เพราะเราเรียนมา ก็อยากลองทำงานเบื้องหลังบ้าง รู้สึกสนุกดี แต่คิดถึงงานเบื้องหน้า เลยลองงานละคร "เวทีบัลลังก์เมฆ" เดอะมิวสิคคัล ก่อนจะมาทำหนังสั้นกับน้องๆ ที่ ม.กรุงเทพ เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายของ John Steinbeck เรื่อง Of Mice and Men (ออฟ ไมซ์ แอนด์ เมน) ได้เล่นกับ ชาคริต แย้มนาม โดยมีหม่อมน้อย (ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล) ควบคุมการดูแล เป็นครูสอนหลักสูตรเอ็นเตอร์เทนเมนท์ มีเดีย โปรดักชั่น ที่เป็นความร่วมมือของบริษัทกันตนา เอ็ดดูเทนเมนท์ และเอ็ม ยู ไอ ซี มีน้องๆ 6 คนมากำกับ (คนละฉาก) เล่นแบบละครเวทีเราผสมผสานการจัดแสงที่เป็นแบบสตูดิโอและภาพยนตร์รวม 3 ศาสตร์เข้าด้วยกัน มีโอกาสได้เรียนการแสดงเพิ่มเติมกับหม่อมน้อย ทำให้การแสดงพัฒนาขึ้น และรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่เราน่าจะกลับมารับงานเบื้องหน้าเต็มตัว

@ เล่าถึงคาแรกเตอร์ในหนัง
 มีโอกาสได้เล่นหนังเรื่อง 6:66 ตายไม่ได้ตาย ผลงานภาพยนตร์ในรอบ 10 ปีของผมเลย เป็นการพลิกคาแรกเตอร์ กับมาดตำรวจนักสืบที่ดูนิ่งๆ สุขุมเป็นบทที่ท้าทาย สาเหตุที่มารับเรื่องนี้เพราะเป็นบทที่เราใฝ่ฝันจะเล่นเลย ลองไปออดิชั่นดู รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้รับเลือก เลยต้องทำการบ้านยกใหญ่ มีการโทรศัพท์ถามข้อมูลจากตำรวจที่รู้จัก ว่าพวกตำรวจสืบสวนสอบสวนเขาต้องมีทักษะด้านไหน แล้วต้องไปเรียนภาคทฤษฎี เขาก็ให้หนังสือมาเล่มหนึ่งว่าการเป็นตำรวจสืบสวนที่ดีเขาเป็นอย่างไร หลักการปฏิบัติต่อผู้ต้องหา และพยานในแต่ละเคสต้องทำอย่างไร เพราะมันแตกต่างกัน บางครั้งถ้ามีการติดขัดหรือข้อสงสัยอะไรก็จะโทรเช็ก เพื่อให้ตัวหนังถูกต้องตามความเป็นจริงเพราะผมอยากให้งานออกมาสมบูรณ์แบบ

@ ต้องเรียนอะไรเพิ่มไหม
 เนื่องจากเป็นหนังสยองขวัญ และในเรื่องมีการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการฆาตกรรม เราต้องมีการทำเวิร์กช็อปรอบนอก ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเป็นแบ็กกราวนด์ให้ตัวละคร ก็ไปเห็นจริงว่าสภาพศพ 8 ชั่วโมงจะเปลี่ยนแบบนี้ ผ่านไป 11 ชั่วโมงก็จะเป็นอย่างนี้ อย่างรอยฟกช้ำจะมีอะไรสังเกตว่าโดนของแข็งอะไรกระทบ วันนั้นก็เจอหลายเคส หลายชั่วโมง มันน่ากลัวจนติดตาถึงทุกวันนี้ แต่ก็ได้นำมาใช้ในหนัง สามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาในหนัง

@ เป็นหนังสยองขวัญเจอเหตุการณ์แปลกๆ ไหม
 เคยแต่รู้สึกแปลกๆ อย่างวันที่ไปถ่ายที่โรงพยาบาลร้างแถวนวนคร ทีมงานก็มีการเซตฉากห้องหนึ่ง ขึ้นมาเป็นห้องชันสูตรศพ และเห็นนักแสดงที่เข้าฉากเป็นศพต้องไปนอนบนเตียงด้านล่าง เป็นซิงก์ที่มีเลือดนอง ยังนึกเลยว่าเขากล้านอนได้ยังไง ผมกลัวเชื้อโรค รู้สึกขยะแขยง แล้วก็มีอุบัติเหตุนิดหน่อยตอนถ่ายทำ เป็นฉากนางเอกพยายามฆ่าตัวตายโดยการใช้มีดผ่าตัดซึ่งผมต้องเข้าไปห้าม  ตอนซ้อมก็ไม่มีปัญหา แต่ตอนถ่ายจริงผมก็โดนมีดบาดมือเลือดออกนิดหน่อย ส่วนซูซี่ (สุษิรา แอนจิลีน่า แน่นหนา) ก็โดนช่วงเอว เพราะมีดมันผ่านไปทางด้านหลัง แล้วปลายมันโดน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพลาดกันได้อย่างไร อาจเป็นอะไรที่มองไม่เห็นหรือเปล่า เพราะตอนเราซ้อมก็ไม่เป็นอะไร

@ ทำงานกับผู้กำกับ ทแกล้ว เรืองรัตน์ เป็นอย่างไรบ้าง
 กับพี่ทแกล้ว เรืองรัตน์ เขาเป็นผู้กำกับที่เก่ง เขาเคยกำกับมิวสิกวิดีโอที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพ เขาเพิ่งมาจับเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก แล้วมันทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจ เรื่องภาพมุมภาพ ไม่ต้องห่วงเลย คือไม่ธรรมดา เขาเคยเป็นผู้ช่วย "พี่โอ๋" (พาณิชย์ สดศรี) มาก่อน ซึ่งเรื่องนี้พี่โอ๋ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ ผมเรียนมามีประสบการณ์การทำงาน รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง ก็จะเสนอแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน พี่เขาก็รับฟังความคิดเห็นจากทุกคนทั้งผมและทีมงาน เราทำงานเหมือนครอบครัว มีบางฉากที่เราคิดขึ้นมาเดี๋ยวนั้นก็มี ซึ่งทแกล้วก็จะตัดสินใจว่าจะใช้หรือไม่

@ ความรักตอนนี้
 แฮปปี้ดี ตอนนี้โสดแต่ไม่สนิท คือมีคนรู้ใจ เป็นคนนอกวงการ


เปิดอ่าน